ข้อสมมติฐานง่ายๆตามนี้นะแจง จากเส้นใยที่เห็นนะ
1.ลองเอาไม้จิ้มฟันไปเขี่ยเส้นใยดูนะ ว่าเหนียวหนืดไหม ถ้าใช่มีโอกาศที่จะเป็นไรซอคทอเนีย
2.ตอนเช้าอากาศชื้นๆ จะเห็นเส้นใยสีขาวชัดเจน เส้นใยละเอียดมากๆ แต่พอสายๆอากาศแห้งๆจะหายไป เหลือทิ้งคราบมันวาวเมื่อส่องกะแดดให้เห็น พอเช้าอีกวันก็เห็นขาวๆเหมือนเดิมอีก แบบนี้จะเป็นเชื้อ ไฟทอปทอร่า
3.ลองดมกลิ่นดู ถ้าออกคาวๆ ก็จะเป็นไฟทอปทอร่า ถ้ากลิ่นอึดอัดๆ จะเป็นไรซอคทอเนีย
4.ถ้าเส้นใยหยาบๆกระด้างๆ มักจะเป็นไรซอคทอเนีย การทำลายจะทำให้พืชบริเวณนั้นไหม้ หมาด ยึดติดเป็นกระจุก เรียกว่า ไม่ดึงออกไม่มีหลุด เพราะใยเหนียวยึดเกาะไว้
5.การเน่าของเฟิน ถ้าเน่าแล้วหลุดๆๆมาเป็นยวงๆออกมายุ่ยๆ ก็แปลว่าเป็นไฟทอบทอร่า
พอเราสันนิษฐานคร่าวๆแล้ว ทีนี้ก็มาเลือกยาที่ตรงกับโรค สองโรคนี้ไม่สามารถใช้ยาชนิดเดียวกันได้ เนื่องจากเป็น ราชั้นต่ำ กะราชั้นสูง คนละคลาส

เชื้อราไฟทอปทอร่า - ยาที่กำจัดได้มีเฉพาะกลุ่มมาก เช่น เมตาแลกซิล ฟอสอีทิลอะลูมิเนียม ฟอสฟอรัสแอซิด ยาพวกอื่นๆพวกสามัญประจำบ้านเช่นคาร์เบ็นดาซิม แมนโคเซ็บ แคบแทน จะเอาไม่อยู่ ไม่หาย เหมือนปวดท้องโรคกระเพาะแล้วไปกินพาราเซตามอล เยี่ยงนั้นเลย
เชื้อราไรซอคทอเนีย - ยาที่กำจัด ค่อนข้างราคาแพง สารที่กำจัดได้เก่งๆคือ โทลคลอฟอส-เมทิล เป็นยาที่เฉพาะเช่นกัน ราคาค่อนข้างแพง การลงทุนกะเฟินถ้าต้นไม่แพงหรือไม่คุ้มกับการลงทุนก็อาจจะต้องเสียเฟินต้นนี้ไป การใช่ยาแคบแทนหรือ ออโธไซด์ แบบว่าคิดไม่ออก หยิบออร์โธไซด์ ฮี่ๆๆ (ยา ยอดฮิต) มานานๆจะทำให้เชื้อตัวนี้ดื้อยาแล้วไปฝังตัวอยุ่ในวัสดุปลูก ซึ่งยาตัวนี้กำจัดเชื้อไรซอคทอเนียไม่ได้ เชื้อรารอวันเกิดมาทำลายเฟินอีกทีนึง
คนที่เสียหายกับเฟินสาย ที่ตายกันเยอะๆ เนื่องจากใช้ยากำจัดที่ไม่ตรงโรค ทำให้ไม่หาย เชื้อดื้อยา
งานนี้โดยส่วนตัวเรา จากรูปถ่ายที่เห็น เราคิดว่าน่าจะเป็นไฟทอปทอร่านะตัวเอง ไปหาเมตาแลกซิลแถวโน้นมาใช้ดูนะ ราดลงไปที่โคนต้น อัตรา 30กรัม/น้ำ1ลิตร เชื้อตัวนี้ไปกับน้ำด้วย แยกต้นที่ป่วยไปต่างหากเลย เดี๋ยวรดน้ำแล้วกระเด็นใส่ต้นอื่น แต่ตอนนี้งดน้ำไปก่อนนะ
ขอให้หายนะตัวเอง...