Author Topic: การปลูกเลี้ยง P.madagascariense  (Read 2154 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

rkarkir

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 7,246
  • ผมชื่อน้องคุณ ครับ ......5555
การปลูกเลี้ยง P.madagascariense
« on: March 22, 2010, 10:05:39 am »
 5-_

ก่อนอื่นคงต้องขอสวัสดี ครับ.... กระทู้นี้จะเกี่ยวข้องกับ " P.madagascariense "...... ซึ่งเป็น 1 ใน 18 พันธ์แท้ของชายผ้าสีดาครับ....โดยรายละเอียดในกระทู้จะมีดังนี้ครับ
1. แหล่งที่มา
2. ลักษณะ
3. การปลูกเลี้ยง
4. โรคพืช

ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้ ถูกรวบรวมมาจาก การศึกษาค้นคว้าจากหลายๆตำรา และ การทดลองเลี้ยง จากประสบการณ์ ของตัวกระผมเอง และ พี่ตี๋ครับ ....... ถ้าเพื่อนๆ พี่ๆ ท่านใดมีข้อมูลเพิ่มเติมยินดีอย่างยิ่งครับผม.........
  m204

rkarkir

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 7,246
  • ผมชื่อน้องคุณ ครับ ......5555
Re: การปลูกเลี้ยง P.madagascariense
« Reply #1 on: March 22, 2010, 10:16:02 am »
 m193.... แหล่งที่มาของ P. Madagas. ......

Platycerium madagascariense (อ่านว่า มา-ดา-กัส-คา-ริ-เอน-เซ)
เป็นไม้พื้นเมืองและเฉพาะถิ่นของ Madagascar  ที่สามารถเติบโตในป่าฝนเขตร้อน ด้านตะวันออกของเกาะ ที่เกาะมาดากัสการ์ หากแบ่งพื้นที่เกาะด้านตะวันของเกาะ ตามปริมาณฝน จะแบ่งได้เป็น 3 ส่วนคือ ตอนเหนือสุด ตอนกลางและตอนใต้ล่าง ปริมาณน้ำฝนแต่ละพื้นที่ มีมาก ปานกลาง และฝนน้อย ตามลำดับ และ ถิ่นกำเนิดของ P. Madagascariense อยู่บริเวณพื้นที่ตอนกลาง เฟินชายผ้าสีดาชนิดนี้ ในธรรมชาติมักพบเกาะอยู่บนต้นไม้สูง ใต้เรือนพุ่มของต้นไม้ที่มันเกาะ ทำให้ได้รับอากาศถ่ายเทได้ดี และได้แสงแดดปานกลาง เนื่องจากไม่ชอบปริมาณน้ำมาก ลมพัดถ่ายเทสะดวก ช่วยระเหยน้ำส่วนเกินที่มันไม่ต้องการออกไปได้เร็ว  ในสภาพธรรมชาติที่เกาะมาดากัสการ์ มักพบ P. madagascariense เกาะอาศัยบนต้นไม้ อยู่รวมกับมด และกับกล้วยไม้ ที่ชื่อ Cymbidiella rhodochila  ......

rkarkir

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 7,246
  • ผมชื่อน้องคุณ ครับ ......5555
Re: การปลูกเลี้ยง P.madagascariense
« Reply #2 on: March 22, 2010, 10:20:29 am »
 m193..... ลักษณะ ของ มาดา

ใบกาบ sterild frond : โตแผ่หุ้มกลมเป็นลูกบอล ขอบใบด้านบนไม่ชูตั้งขึ้นเป็นตะกร้า เนื้อใบหนา ผิวใบยับย่อน ปูดนูนตามเส้นใบ และระหว่างเส้นใบเป็นหลุมจมลง ดูเหมือน waffle และมากกว่าชายผ้าสีดาชนิดอื่นๆ ภายในใบกาบเป็นรูพรุน เหมือนกับ กระเช้าเขากวาง P. ridleyi ใบอ่อนใหม่ที่ออกมา เนื้อใบบาง สีเขียวอ่อน เมื่อโตเต็มที่ แผ่คลุมใบกาบเก่า ใบจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้ม ใบที่ห่อกลมเป็นลูกบอลนี้ แสดงว่า ใบไม่ได้ทำหน้าที่คอยดักน้ำ เศษใบไม้ หรือลูกไม้ หรืออินทรีย์วัตถุที่ตกหล่นลงมาจากข้างบน เพื่อสะสมเอาไว้เป็นอาหารแบบชายผ้าสีดาชนิดอื่น  ลักษณะของใบกาบและระบบรากของ P. madagascariendse จะคล้ายกันกับ P. ridleyi แม้ว่า ใบกาบของ P. rudleyi ไม่ยับย่นเท่า แต่บอกให้รู้ว่า การดำรงชีวิตและถิ่นที่อยู่อาศัยมีสภาพแวดล้อมคล้ายกัน   ลักษณะใบกาบที่ยับย่นและใบออกซ้อนทับกันแบบนี้ ทำให้ภายในใต้ใบกาบเป็นรูโพรง และ เป็นที่อยู่อาศัยได้ดีของมดและแมลงหลายชนิด ซึ่งเป็นการอยู่อาศัยร่วมกันแบบพึ่งพาและได้ประโยชน์ร่วมกัน  สังเกตที่บริเวณรอบๆ ตายอดที่ใบงอกออกมา โคนใบกาบพัฒนาเป็นจีบยับย่นหุ้มตายอดไว้ เพื่อทำหน้าที่ปกป้องอันตราย


ใบชายผ้า fertile frond : เป็นแผ่นหนาและกว้าง รูปสามเหลี่ยม ปลายแยกเป็นแฉกคู่ช่วงกลางใบ 1-3 ครั้ง แต่แฉกไม่ลึกมากนัก ปลายแฉกมนกลม  ผิวใบด้านหน้าเป็นเงามัน ไม่มีขนรูปดาวเหมือนชายผ้าสีดาชนิดอื่น ก้านใบสั้นมาก แผ่นใบบริเวณโคน เส้นใบปูดนูนเป็นสันขึ้น และระหว่างเส้นใบยุบจมลงในผิวใบด้านบน เส้นใบแตกกิ่งสาขาเป็นคู่และมีเส้นใบย่อยจรดโค้งเข้าหากัน บริเวณกลางใบ ถึงปลายใบ เส้นใยใบเป็นร่างแหห่าง และกลับจมลงในผิวใบอย่างเห็นได้ชัด ต่างกับที่โคน ที่เส้นใบปูดนูนขึ้น ปลายใบแฉกเป็นคู่ๆ 1-3 ครั้ง แต่ละแฉกเป็นแผ่นกว้าง สุดปลายแฉก เป็นมนกลม ขอบใบม้วนกับลงเข้าหาด้านหลังใบ  ส่วนด้านหลังใบมีขนรูปดาวปกคลุมแน่น มองเส้นใบได้ชัด และจมลงในผิวใบเช่นกัน  ในแต่ละปีจะออกใบชายผ้า 1-2 รุ่น และสลัดทิ้งเมื่อใบแก่ จึงทำให้ต้นส่วนมาก จะมีใบชายผ้าติดอยู่ให้เห็นเพียง 2-3 ใบ

การขยายพันธุ์ : สามารถแยกหน่อใหม่ที่เกิดจากปลายราก หรือการเพาะจากสปอร์ การแยกหน่อใหม่ควรแยกเมื่อต้นโตเพียงพอ จึงจะเลี้ยงรอด ส่วนการเพาะจากสปอร์ ไม่แตกต่างกับเฟินอื่นทั่วไป สำคัญคือ ต้นที่ได้จากการเพาะสปอร์นี้ จะแยกออกมาเลี้ยง ควรมีีขนาดมากกว่า 2.5 ซ.ม.



rkarkir

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 7,246
  • ผมชื่อน้องคุณ ครับ ......5555
Re: การปลูกเลี้ยง P.madagascariense
« Reply #3 on: March 22, 2010, 10:29:02 am »
 :) ...... การปลูกเลี้ยง .....

P.madagas. มีจุดแข็งที่สำคัญคือ ออกลูกตรงปลายรากง่าย และ มีความสวยงามมาก  แต่ในขณะเดียวกันก็มีจุดอ่อนที่สำคัญคือ ปลูกเลี้ยงค่อนข้างยาก เพราะ อ่อนไหวต่อความชื้นมาก ถ้าชื้นมากไปมีโอกาศตายได้ในเวลาอันสั้น เพียงแค่คืนเดียวก็ อาจจะเน่าตายได้ครับ

จากประสบการณ์ตัวผมเองที่ได้ศึกษามา มีอยู่ 2 แนวทางหลักๆครับ คือ
1. ปลูกแบบเน้นชื้นๆหน่อย
2. ปลูกแบบเน้นแห้งๆหน่อยครับ

rkarkir

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 7,246
  • ผมชื่อน้องคุณ ครับ ......5555
Re: การปลูกเลี้ยง P.madagascariense
« Reply #4 on: March 22, 2010, 10:36:55 am »
1. ปลูกแบบเน้นชื้นๆหน่อย

การปลูกเลี้ยงในลักษณะนี้ จะมีลักษณะ
1. วัสดุปลูก ที่ค่อนข้างเก็บความชื้นได้ดี
2. สภาพอากาศโดยรอบ จะชื้นๆครับ

โดยลักษณะ ของ P.mada ซึ่งค่อนข้างอ่อนไหวต่อความชื้นค่อนข้างมาก การปลูกเลี้ยงในแนวทางนี้ โดยส่วนตัวผมเป็นแนวทางที่ยากมากครับ เพราะถ้าผู้เลี้ยงควบคุมความชื้นไม่ดี ต้นไม้ก็มีโอกาศเน่าตาย ได้ในเวลาข้างคืนครับ ... แต่การปลูกเลี้ยงในแนวนี้ มีข้อดีตรงที่ว่า การเจริญเติบโตของ P.mada จะค่อนข้างเร็ว และ ลักษณะใบกาบและใบชาย จะสวยงามทั้งรูปร่างและสีสัน.......

ดังนั้น ท่านที่เลือกจะปลูก P.mada ด้วยแนวทางนี้ จำเป็นที่จะต้องระวังเรื่อง ความชื้นในระบบรากค่อนข้างมากครับ และจำเป็นที่จะต้องรู้จักวัสดุปลูกที่ตัวเองใช้อยู่นั้น มีความสามารถเก็บความชื้นได้ดีขนาดไหนครับ.... 

rkarkir

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 7,246
  • ผมชื่อน้องคุณ ครับ ......5555
Re: การปลูกเลี้ยง P.madagascariense
« Reply #5 on: March 22, 2010, 10:55:19 am »
2. ปลูกแบบเน้นแห้งๆหน่อยครับ

 การปลูกเลี้ยงในแนวนี้ จะมีลักษณะคือ ...
1. วัสดุปลูก ที่ค่อนข้างระบายน้ำได้เร็ว และเก็บความชื้นได้ดีแต่ไม่แฉะ
2. สภาพอากาศรอบด้าน จะมีการถ่ายเทอากาศค่อนข้างดี มีลมพัดผ่าน ได้รับแสงปานกลาง

เนื่องจาก P.mada เป็นสายพันธ์ที่อ่อนไหวต่อความชื้นมาก โดยส่วนตัวผมจะเลือกแนวทางที่ 2 นี้ในการปลูกเลี้ยงครับ เพื่อความปลอดภัยของต้นไม้ครับ............ โดยวัสดุปลูกที่ผมใช้จะประกอบด้วย  เปลือกสน(80)  หินภูเขาไฟ(15) และ แสฟกนั่มมอส(5) ครับ.... ซึ่งโดยคุณสมบัติของวัสดุปลูกชนิดนี้จะ ไม่แฉะครับ แต่สามารถเก็บความชื้นได้ระดับหนึ่งครับ...จึงปลอดภัยต่อ ต้นไม้ครับ   
ความหนาของชั้นวัสดุปลูกก็ไม่ควรจะหนาเกินไปครับ สัก 1 นิ้ว ก็น่าจะโอเคครับ และสภาพอากาศโดยรอบๆ ผมจะปลูกเลี้ยง ไว้ตรงที่บริเวณมีลมพัดผ่านบ่อยๆ ไม่ร้อน แสงปลานกลางครับ ............


ด้วยสภาพแวดล้อมข้างต้นนี้  ทำให้ระบบราก มีการถ่ายเทความชื้นที่ค่อนข้างเร็วครับ กล่าวคือ รดน้ำตอนเช้า แบบแฉะเต็มที่เลย พอตกเย็นมา เขาก็จะแห้งๆหน่อยๆแล้วครับ.. พอปล่อยให้ถึงเช้าของอีกวันหนึ่ง ระบบราก ก็จะแห้งพอสมควรครับ .... สำหรับที่บ้านผม ผมจะรดน้ำทุกวันในตอนเช้าครับ ...... แต่รอบในการรดน้ำนี้ไม่แน่นอน เพราะว่า สภาพอากาศในแต่ระวันไม่เหมือนกัน บางวันร้อน และบ้างวันมีฝน ดังนั้นให้สังเกตุความแห้งของวัสดุปลูกเป็นสำคัญ แห้งแล้วจึงค่อยรด ...โดยอาจจะสังเกตุจาก สี ของวัสดุปลูกก็ได้ครับ

ด้วยแนวทางที่ 2 นี้ที่ผมทดลองมาถึงวันนี้ ก็ค่อนข้างดีอยู่ครับ  อาการเน่าหายไป ขนาดผมรดน้ำทุกวัน และ ใบกาบก็เริ่มแตกชุดที่ 2 ออกมาครับ ..........

« Last Edit: March 22, 2010, 11:08:47 am by rkarkir »

rkarkir

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 7,246
  • ผมชื่อน้องคุณ ครับ ......5555
Re: การปลูกเลี้ยง P.madagascariense
« Reply #6 on: March 22, 2010, 10:58:29 am »
 m193..... ปุ๋ย .....

เท่าที่ศึกษามาก็จะมี
1. ออสโมโคท
2. ไซโตออกซิน
3. คอมเพว

rkarkir

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 7,246
  • ผมชื่อน้องคุณ ครับ ......5555
Re: การปลูกเลี้ยง P.madagascariense
« Reply #7 on: March 22, 2010, 11:01:22 am »
ศัตรูพืช........  /011


P.mada ค่อนข้างเป็นที่โปรดปานของแมลงครับ ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องระวัง แมลงให้ดีๆครับ โดยมีวิธีดังนี้ครับ
1. ใช้ยาโรย หรือ ยาพ่น ป้องกันไว้ เช่น สตาร์เกิ้นจี
2. เลี้ยงในระบบปิด เช่น มีมุ้งคุมไว้
3. ใช้ลูกเหม็นโรยไว้รอบๆต้นไม้ครับ

rkarkir

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 7,246
  • ผมชื่อน้องคุณ ครับ ......5555
Re: การปลูกเลี้ยง P.madagascariense
« Reply #8 on: March 22, 2010, 11:03:00 am »
โรคพืช

ตามลิงค์นี้เลยครับผม....... http://www.iloveferns.com/index.php/2008020777/fungi-bacteria-attacking-ferns.html ............

rkarkir

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 7,246
  • ผมชื่อน้องคุณ ครับ ......5555
Re: การปลูกเลี้ยง P.madagascariense
« Reply #9 on: March 22, 2010, 11:06:39 am »
 :)........ สุดท้ายนี้หลักสำคัญที่สุดในการเลี้ยงต้นไม้ก็คือ " ความรักและเข้าใจ " ในต้นไม้ครับ.......

ขอขอบคุณข้อมูลจาก I love ferns.com และ fernsiam.com และอีกๆหลายแหล่งที่ผมไปศึกษามาครับผม............  m178


ปล. สำหรับตัวผมคงหมดเท่านี้นะครับ เด๋วรอพี่ตี๋น้อย และเซียน ท่านอื่นๆ มาให้ความรู้และแนวทางเพิ่มเติมครับผม.
....................  m178

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,576
  • มารเหม่งอุ๊
Re: การปลูกเลี้ยง P.madagascariense
« Reply #10 on: March 22, 2010, 11:40:28 am »
ขอบคุณมากค่ะน้องข่า  m178
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

ปวริศ

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1,374
  • PAVARIT
    • ppplant.multiply.com
Re: การปลูกเลี้ยง P.madagascariense
« Reply #11 on: March 22, 2010, 12:44:43 pm »
สุดยอดครับพี่ข่า เรียกได้ว่ากางมุ้งให้มาดากันเลยทีเดียว  8)
เด็กไง ทำไรก็ผิด

lucky

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 2,638
  • SO COOL...
Re: การปลูกเลี้ยง P.madagascariense
« Reply #12 on: March 22, 2010, 03:20:29 pm »
สุดยอดเลยครับ ....ต้องศึกษาแล้วหามาเลี้ยงดีกว่า..... m193
very nice...

teenoy_nk

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1,585
Re: การปลูกเลี้ยง P.madagascariense
« Reply #13 on: March 22, 2010, 08:41:04 pm »
อาข่าเขียนได้เยี่ยมมากเลย m178 m178
ส่วนการเลี้ยง P.mada ของผม เนื่องจากลองเลี้ยงมา 2ต้นแรก ได้เน่าตายหมด  เนื่องจากรดนำ้มากไปเพราะคิดว่ามันต้องการนำ้เยอะมากในแบบสภาพที่อยู่อาศัยดั้งเดิมของมัน
จากการไปยังรวดเร็ว เลยต้องซื้อมาลองเลี้ยงอีกครั้งแบบไม่ท้อถ้อย   
 4-_ 4-_เครื่องปลูกผมใช้กากมะพร้าวสับผสมสแฟกนั่มมอสครับ  (แต่ครั้งหน้าจะใส่เปลือกสนปนด้วย)  ปลูกใน 2 สภาพแล้วล้อม 
ต้นแรกปลูกในที่ๆๆแสงมากหน่อย  สัก60-70%  รดนำ้ตอนเช้า  ถ้าไม่มีเวลาก็รดเย็นด้วย  แบบไม่ได้อยู่บ้านบ่อย
ภาพแรกตอนย้ายจากต้นแม่มา
ภาพ2 เป็นภาพปัจจุบัน
 
« Last Edit: March 22, 2010, 08:45:04 pm by teenoy_nk »

Pocky

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 5,555
Re: การปลูกเลี้ยง P.madagascariense
« Reply #14 on: March 22, 2010, 08:48:02 pm »
แจ่มทั้งคู่เลยครับ รอเรื่อง hillii ผมหน่อยนะครับ
ผมเป็นคนนะคร๊าบ
อย่าคาดหวังไรมาก