
.....
ลักษณะ ของ มาดาใบกาบ sterild frond : โตแผ่หุ้มกลมเป็นลูกบอล ขอบใบด้านบนไม่ชูตั้งขึ้นเป็นตะกร้า เนื้อใบหนา ผิวใบยับย่อน ปูดนูนตามเส้นใบ และระหว่างเส้นใบเป็นหลุมจมลง ดูเหมือน waffle และมากกว่าชายผ้าสีดาชนิดอื่นๆ ภายในใบกาบเป็นรูพรุน เหมือนกับ กระเช้าเขากวาง P. ridleyi ใบอ่อนใหม่ที่ออกมา เนื้อใบบาง สีเขียวอ่อน เมื่อโตเต็มที่ แผ่คลุมใบกาบเก่า ใบจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้ม ใบที่ห่อกลมเป็นลูกบอลนี้ แสดงว่า ใบไม่ได้ทำหน้าที่คอยดักน้ำ เศษใบไม้ หรือลูกไม้ หรืออินทรีย์วัตถุที่ตกหล่นลงมาจากข้างบน เพื่อสะสมเอาไว้เป็นอาหารแบบชายผ้าสีดาชนิดอื่น ลักษณะของใบกาบและระบบรากของ P. madagascariendse จะคล้ายกันกับ P. ridleyi แม้ว่า ใบกาบของ P. rudleyi ไม่ยับย่นเท่า แต่บอกให้รู้ว่า การดำรงชีวิตและถิ่นที่อยู่อาศัยมีสภาพแวดล้อมคล้ายกัน ลักษณะใบกาบที่ยับย่นและใบออกซ้อนทับกันแบบนี้ ทำให้ภายในใต้ใบกาบเป็นรูโพรง และ เป็นที่อยู่อาศัยได้ดีของมดและแมลงหลายชนิด ซึ่งเป็นการอยู่อาศัยร่วมกันแบบพึ่งพาและได้ประโยชน์ร่วมกัน สังเกตที่บริเวณรอบๆ ตายอดที่ใบงอกออกมา โคนใบกาบพัฒนาเป็นจีบยับย่นหุ้มตายอดไว้ เพื่อทำหน้าที่ปกป้องอันตราย
ใบชายผ้า fertile frond : เป็นแผ่นหนาและกว้าง รูปสามเหลี่ยม ปลายแยกเป็นแฉกคู่ช่วงกลางใบ 1-3 ครั้ง แต่แฉกไม่ลึกมากนัก ปลายแฉกมนกลม ผิวใบด้านหน้าเป็นเงามัน ไม่มีขนรูปดาวเหมือนชายผ้าสีดาชนิดอื่น ก้านใบสั้นมาก แผ่นใบบริเวณโคน เส้นใบปูดนูนเป็นสันขึ้น และระหว่างเส้นใบยุบจมลงในผิวใบด้านบน เส้นใบแตกกิ่งสาขาเป็นคู่และมีเส้นใบย่อยจรดโค้งเข้าหากัน บริเวณกลางใบ ถึงปลายใบ เส้นใยใบเป็นร่างแหห่าง และกลับจมลงในผิวใบอย่างเห็นได้ชัด ต่างกับที่โคน ที่เส้นใบปูดนูนขึ้น ปลายใบแฉกเป็นคู่ๆ 1-3 ครั้ง แต่ละแฉกเป็นแผ่นกว้าง สุดปลายแฉก เป็นมนกลม ขอบใบม้วนกับลงเข้าหาด้านหลังใบ ส่วนด้านหลังใบมีขนรูปดาวปกคลุมแน่น มองเส้นใบได้ชัด และจมลงในผิวใบเช่นกัน ในแต่ละปีจะออกใบชายผ้า 1-2 รุ่น และสลัดทิ้งเมื่อใบแก่ จึงทำให้ต้นส่วนมาก จะมีใบชายผ้าติดอยู่ให้เห็นเพียง 2-3 ใบ
การขยายพันธุ์ : สามารถแยกหน่อใหม่ที่เกิดจากปลายราก หรือการเพาะจากสปอร์ การแยกหน่อใหม่ควรแยกเมื่อต้นโตเพียงพอ จึงจะเลี้ยงรอด ส่วนการเพาะจากสปอร์ ไม่แตกต่างกับเฟินอื่นทั่วไป สำคัญคือ ต้นที่ได้จากการเพาะสปอร์นี้ จะแยกออกมาเลี้ยง ควรมีีขนาดมากกว่า 2.5 ซ.ม.