
ไหน ๆ เจ้าของม่ายอยู่ ก็ถือโอกาสสิ่งสู่ แต่ไม่สมสู่นะคร้า คือมันเคยมีเรื่อง รอยร้าว รอยอาลัย ที่นี่ ครั้งหนึ่งในชีวิต ที่ลืมไม่ลง เรื่องมันก็มีอยู่ว่า...................เมื่อ สามปีที่แล้ว มีหนึ่งหญิง 2 ชาย ไม่หมาย จะเป็นวันทอง สองใจ คนนั้นก็ดี คนนี้ก็ร๊ากก>

หืมม หลุดฟิลล์ อีกแระ หนึ่งหญิงสองชายมั่นหมายไปเก็บเกี่ยวข้าวกล้าชนิดนึง สีเหมือนข้าวเหนียวแดง ไม่ใช่ข้าวก่ำ แต่มันเหมือนกัน เป็นข้าวพื้นเมืองที่นั่น ที่ชัยภูมิ สามารถปลูกได้งอกงามดี เจ้านายเก่า มีดีกรีระดับ หัวหน้าฝ่าย แกเล็งเห็นสายพันธ์ข้าวนี้ว่ามีประโยชน์ เป็นเป็นข้าวสวย ไม่ใช่ข้าวเหนียว สามารทำตลาดบุกเบิกไปต่างประเทศ จึงมากว้านซื้อที่ รกร้าง เพื่อทำการจ้างเค้าปลูกข้าวสายพันธุ์นี้ แถวเขตอุทยานไทรทอง ทุ่งกะเจียว ผมมองเห็นที่นี่เป็นพื้นที่สูง มีลมแรง อากาศหนาเฮือก ๆ น้ำค้างแรงได้ใจ วันนั้นหัวหน่าฝ่ายระดับใหญ่บิ๊ก พาผมกะเพื่อนผู้ฉิง จะว่าหญิง ก็ไม่เชิง ดูแข้งขามันยาวโย่งเย่ง เหมือนกะเทยแปลงเพศ หัวหน้าฯ ผมจ้างคนไว้คนนึง แกชื่อเจ้งึ้ม ผมนึกว่าแกคงหุ่นดี ที่ไหนได้ เจอหน้าตัวแก ดำ เข้าไปในพงย่า หาตัวไม่เจอ เจ้งึ้ม..มีหน้าที่เฝ้าแปลงข้าง และรายงานความคืบหน้าเตินโตของต้นข้าว ที่ไปจ้างเขาปลูกไว้ ข้าวสายพันธุ์นี่แปลก คือมันปลูกที่ดอน ใช้หยอด เหมือนข้าวโพธไร่ บางคนปลูกไปกับหว่างมันสัมปะหลัง
วันนั้นเป็นฤดูเก็บเกี่ยว วันที่เราไป สายรายงานมาว่า ได้เก็บเกี่ยวเข้ายุ้งฉางสำเร็จแล้ว ให้ขึ้นมาดู บอสใหญ่บิ๊ก ห้อรถฟอร์ด คู่ใจมากัน โดยมีผมโชว์เฟอร์TEEN ผี คว่ำมาแล้ว 18 โค้ง ทางตรงก็เอา ไม่มีใครปาดทำร้ายตัวเองเฉย ๆ ก็ได้ ยังเคยมี บอสผมทึ่งในฝีมือการขับแบบไร้สมรรถภาพของผมมาก ชวนผมไปเป็นโชว์เฟอร์ มีสาวกึ่งแปลงเพช นั่งใส่ทูพีช(อยู่ข้างใน ขนาบติ่งหูไปด้วย) วันนั้นเราเอากระสอบข้าวโยนขึ้นรถมาสองกระสอบ เป็นข้าวที่ยังไม่ได้สีฝัด ปัดฝุ่น กะว่าจะเอามาสีเอง ว่างั้น เอาข้าวโยนขึ้นหลังรถฝุ่นตลบอบอวน รีบบึ่งหันหัวกลับ กะว่าจะไปปาดหน้าสิบล้อสักสองสามคัน ตรงแยกขึ้นเขา ดูทางแคบดี ของชอบ วันนั้นวิ่งมา ลืมไป ข้าวกลางวันยังไม่ได้กินกันเลย นี่ก็บ่ายแก่ ๆ โขแล้ว เราก็วิ่งไป มองไป ถนนโล่ง เห็นรถปิ๊กอัพเก่าๆ ยี่ห้อToyota ขนของอยู่ท้ายรถ อยู่ข้างหน้า ผมก็แซงไป รถคันนี้เห็นทีนึงแล้ว ตรงทางแยกตอนออกมา เค้าวิ่งตัดหน้าเราไป ก่อนที่เราจะเลี้ยวตามเค้าไปติด ๆ พอวิ่งมาทัน เราก็แซงด้วยความเร็ว 80 กม. ต่อชั่วโมง ด้วยความภาคภูมิใจ แถมแซงรถเข็นขายไอติมหน้าหมู่บ้านได้อีก เพื่อนในรถตีมือเป็นเกรียว เหมือนว่า เราขับรถ เร็วได้จัย สามารถแซงรถคราวเดียวได้ 2 คัน ผมวิ่งๆไป หาร้านขายของกิน ขับไปมองไป ก็แปลกใจ เอ๊ะ รถโตโยต้าคันเดิมเมื่อตะกี้ แซงมาแร้วนี่หว่า เราแซงมาพร้อมรถขายไอติมเมื่อไม่นานนี่เอง เอ แต่ทำไม มันอยู่ข้างหน้าเราอีกได้หว่า ก็ไม่เห็นมันแซงเราไปตอนไหนเลยนี่ พอขับ ๆ ได้ไปสักพัก ไอ้รถคันเดิมแซงรถเราไปอีกแล้ว คันเดิม จำได้ รถเก่า ขนของก็เหมือนเดิม จำของหลังรถได้ ถนนที่นี่ก็โล้ง โล่ง ไม่มีใครวิ่งแซงเราได้ แค่ฟามเร็ว 80 ก็เหลือเฟือแล้ว แต่อีปิ๊กอ้าสีขาวคันนี้แซงเราไปสองวาระ ตอนที่มันแซงมาครั้งสุดท้ายนี่พวกเรารู้แล้วว่า เฮ้ย เจอของดีกันแล้วเว้ย หน้าตาเริ่มเลิกลั่ก ทำท่าเหมือนถูกอาคม งง กับรถคันนี้มาก เลยแอบชำมะเรืองดูตอนที่มันแซงเราไป เจ้านี่ตัวดำ ๆ ใส่แว่นดำ เราสามคน มองกันไป มองกันมา ทำไงดีหว๋า ๆ ผมได้สติ เห็นร้านก๋วยเตี๋ยวหมู อยู่ตรงหน้า จอดดีกว่า หาของกิน พวกเราคงจะเครียดกันจนตาลาย จอดกินก๋วยเตี๋ยวกันก่อน
ร้านขายก๋วยเตี๋ยว เจ้าของร้านนิสัยดี ทักทายพูดคุยตามอัธยาศรัย สอบถามได้ความว่า เป็นครู ตจว.เก่า เบื่ออาชีพครู เลยชวนแฟนมาขายก๋วยเตี๋ยวที่นี่ ผมถามว่า ที่นี่ ผีดุมั๊ย เค้าบอกว่า ไม่มีหรอกคุณ ผีที่ไหน ผมอยู่มา ไม่เคยเจอ ผงผีที่คุณว่า แกว่า มือก็ทำก๋วยเตี๋ยวไป พวกเรากินกันจนอิ่ม ผมถามแกว่า เออ แล้วนี่ไปซื้อของที่ไหนมาทำละ ผมมองดูร้านรวงแถวนี้ก็ไม่มี ตลาดสดก็ไม่เห็น เอาของที่ไหนมาทำ แกบอกว่าไปซื้อที่ตัวอำเภอตอนเช้ามืด ประมาณตี 4 ตี 5 แต่ว่าแถวนี้ คุณเอ้ย ตอนกลางคืน มีคนโบกรถ เค้าไม่จอดกันหรอก ผมถามทำไมละ ก็ ไอ้นั่นนะซิ อ้าว แล้วเมื่อกี้ถาม ว่าผีดุมั๊ย แล้วบอกว่าไม่มี แกทำหน้าแฮ่ๆ ผมเลยเล่าเรื่องเมื่อกี้ที่เจอมาให้ฟัง แกก็เล่าต่อว่า มีที่แปลงนึง แถวไทรทอง คือคนขับรถไถ ตกรถตาย ที่มันเฮี้ยน ตายมาหลายคนแล้ว ที่แปลงนั้น จนป่านนี้ ยังทำอะไรไม่ได้เลย คนซื้อใหม่ ไม่รู้เรื่อง จ้างเค้ามาไถ ดันไม้ใหญ่ ตายกันไปหลายคนแล้ว หวาย ๆ เฮี้ยนจิงๆ แถวนี้ มิน่าเล่า กลางวัน ยังมิเว้น บรื๋อ ๆ จบแระ อิ อ
