Author Topic: ปรากฎการณ์ภัยจากธรรมชาติ  (Read 5618 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,813
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,813
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
ปรากฎการณ์  เอล นิโญ

เอล นิโญ เป็นปรากฎการณ์การไหลย้อนกลับของผิวน้ำทะเลที่อุ่นในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ จากบริเวณเส้นศูนย์สูตรทางมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก ไปยังบริเวณเส้นศูนย์สูตรของมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกและตามบริเวณชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของ ทวีปอเมริกาใต้
***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,813
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
ทำไมถึงเรียกว่า เอล นิโญ

เอล นิโญ เป็นคำภาษาสเปน (ภาษาอังกฤษออกเสียงเป็น "เอล นิโญ") แปลว่า "บุตรพระคริสต์" หรือ "พระเยซู"เป็นชื่อของกระแสน้ำอุ่นที่ไหลเลียบชายฝั่งทะเลของประเทศเปรูลงไปทางใต้ทุก ๆ 2-3 ปี โดยเริ่มประมาณช่วงเทศกาลคริสต์มาส กระแสน้ำอุ่นนี้จะไหลเข้าแทนที่กระแสน้ำเย็นที่อยู่ตามชายฝั่งเปรูนานประมาณ 2-3 เดือน และบางครั้งอาจจะยาวนานข้ามปีถัดไป เป็นคาบเวลาที่ไม่แน่นอน และมีผลทางระบบนิเวศและห่วงลูกโซ่อาหาร ปริมาณปลาน้อย นกกินปลาขาดอาหาร ชาวประมงขาดรายได้ รวมทั้งเกิดฝนตกและดินถล่มอย่างรุนแรงในประเทศเปรูและเอกวาดอร์
***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,813
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
ชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ

เอล นิโญ มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า "El Nino - Southern Oscillation" หรือเรียกอย่างสั้น ๆ ว่า "ENSO" หมายถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้
***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,813
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
เอล นิโญ คือ อะไร 

เอล นิโญ เป็นปรากฏการณ์ที่ผิดปกติทางธรรมชาติอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิก ตะวันออกบริเวณเส้นศูนย์สูตร ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิ อากาศไปทั่วโลก ซึ่งเป็นผลต่อไปยังภาวะเศรษฐกิจและสังคมในหลายประเทศ รวมทั้งออสเตรเลีย อินโดนีเซีย อินเดีย ตะวันออกเฉียงใต้ของอัฟริกา อเมริกาใต้ อเมริกากลาง และ ตอนใต้ของยุโรป

        โดยปกติอากาศที่อยู่หนือกระแสน้ำอุ่นจะมีอุณหภูมิสูงกว่า และมีความชื้นมากกว่าอากาศที่อยู่ เหนือกระแสน้ำเย็น ลมสินค้าในมหาสมุทรแปซิฟิกจะพัดจากทวีปอเมริกาใต้มายังทวีปเอเซีย ลมนี้จะช่วยพัดพากระแสน้ำอุ่นในมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณเส้นศูนย์สูตรให้เคลื่อนที่จากฝั่ง ทวีปอเมริกาใต้ไปตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกโดยผ่านชายฝั่งทวีปออสเตรเลียและเอเซีย ตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้เกิดพายุฝนขึ้นในบริเวณดังกล่าว

        ส่วนทวีปอเมริกาใต้บริเวณเส้นศูนย์ สูตรจะแห้งแล้งไม่มีฝกตก เนื่องจากมีความชื้นน้อย แต่เมื่อเกิดความผิดปกติทางธรรมชาติ ขึ้นโดยกระแสน้ำอุ่นบริเวณเส้นศูนย์สูตรไหลย้อนกลับไปจากมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก ไปตะวันออกและเข้าแทนที่กระแสน้ำเย็นทำให้น้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกร้อนกว่าน้ำ ทางมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเป็นบริเวณกว้าง ส่งผลให้อากาศเหนือกระแสน้ำเย็นมีอุณห ภูมิสูงขึ้นและมีความชื้นมากขึ้น ทำให้พื้นที่บริเวณทวีปอเมริกาใต้ซึ่งเคยแห้งแล้งกลับมีฝน ตกหนักเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง พายุนี้ก่อให้เกิดอากาศร้อนและมีความชื้นสูงแผ่ขึ้นเหนือท้อง ฟ้า และมีผลต่อระดับความสูงของกระแสลมยังผลให้อากาศทั่วโลกแปรปรวน
***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,813
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
เอล นิโญ ส่งผลกระทบอย่างไร

ผลกระทบในทางลบ

  1. ทำให้พื้นที่ที่เคยชุ่มชื้นเกิดภาวะแห้งแล้งและพื้นที่ที่เคยมีฝนตกน้อยกลับฝนตกหนัก เกิดภาวะน้ำท่วม

        พื้นที่เพาะปลูกในอินโดนีเซียที่เคยอุดมสมบูรณ์สามารถเพาะปลูกข้าวได้ผลดีกลับเกิดความ แห้งแล้ง เพาะปลูกข้าวไม่ได้ผล ทำให้ต้องสั่งซื้อข้าวจากต่างประเทศ โดยที่ปกติเกษตรกร ชาวอินโดนีเซียจะถางไร่เผาป่าหลังเก็บเกี่ยวแล้ว และรอให้ฝนซึ่งตกเป็นประจำในช่วงนั้น ช่วยดับไฟแต่เนื่องจากปีที่ผ่านมาอากาศแห้งแล้ง ฝนไม่ตกเพราะปรากฏการณ์ เอล นิโญ ทำ ให้เกิดไฟป่าลุกลามจนทำให้เกิดหมอกควันพิษปกคลุมไปทั่วภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

        สำหรับประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน นอกจากหมอกควันพิษจากอินโดนิเซียที่ ส่งผลถึงสุขภาพแล้ว ยังพบว่าปรากฏการณ์ เอล นิโญ ฝนที่ตกในปี พ.ศ.2540 มีปริมาณ น้อยในทุกภาคโดยน้ำในเขื่อนบางเขื่อนมีปริมาณไม่มากนัก และจะส่งผลต่อเนื่องถึงฤดูแล้ง กลางปี พ.ศ.2541 ซึ่งทางราชการได้ประกาศเชิญชวนให้ประชาชนใช้น้ำกันอย่างประหยัด

        2. ทำให้อุณหภูมิของอากาศเปลี่ยนแปลง องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกได้กล่าวว่าปี พ.ศ.2540

        เป็นปีที่โลกมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่าที่เคยปรากฏมาระหว่างปี พ.ศ. 2504 - 2533 ถึง 0.44 องศาเซลเซียส และสาเหตุที่เกิดขึ้นก็เนื่อง จากเอล นิโญเป็นส่วนใหญ่

        จากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าอุณหภูมิของอากาศในประเทศไทยตั้งแต่พฤษภาคม 2540 ถึงมกราคม 2541 นั้นสูงกว่าปกติที่เคยเป็นมา และคาดว่าอุณหภูมิระหว่างมกราคม ถึงมิถุนายน 2541 ก็จะสูงกว่าปกติเช่นกัน

        อุณหภูมิของอากาศที่สูงขึ้นนี้มีผลต่อการแพร่พันธุ์ของจุลินทรีย์บางชนิด เช่น ประเทศ เคนยา ในช่วงเวลาที่มีปรากฏการณ์เอล นิโญ พบว่าประชาชนจำนวนมากเกิดอาการท้องร่วง อย่างรุนแรง เลือดออกตามรูทวารและตายภายใน 24 ชั่วโมง แพทย์สันนิษฐานว่าสิ่งที่ เกิดขึ้นนี้อาจเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง ทางการแพทย์ไทยก็ได้เตือนให้ระมัดระวังการ ระบาดของโรคมาเลเรียซึ่งพบว่าในปี พ.ศ.2540 มีผู้ป่วยด้วยโรคนี้สูงกว่าที่พบในปี พ.ศ.2539 ถึง 31 เปอร์เซนต์

        ในบางประเทศเช่นประเทศเคนยาผู้คนและสัตว์เลี้ยงล้มตายลงเนื่องจากอากาศร้อนจัด อย่างไรก็ตามในขณะที่บางประเทศมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น บางประเทศก็มีอุณหภูมิลดลงทำให้ อากาศหนาวจัดหิมะตกมาก

        3. ทำให้ระบบนิเวศเสียสมดุล เนื่องจากเอล นิโญ ทำให้อุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทรสูงขึ้น มีผลให้การเจริญเติบโตและปริมาณของไฟโตแพลงก์ตอนลดลง ปลาซึ่งกินไฟโตแพลงก์ ตอนเป็นอาหาร ต้องหาแหล่งอาหารใหม่และเนื่องจากอุณหภูมิสูงขึ้นด้วยจึงต้องอพยพขึ้น ไปทางเหนือ สัตว์ที่กินปลาเป็นอาหาร เช่น แมวน้ำ และสิงโตทะเลจึงขาดอาหารและมีอัตรา การตายเพิ่มขึ้น


***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,813
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
ผลกระทบในทางบวก

        1. ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มขึ้น

        เกษตรกรชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่ทางตะวันตกของ ประเทศสหรัฐอเมริกาสามารถเพาะปลูกข้าวสาลีและได้ผลผลิตเป็นจำนวนมาก และในประเทศเปรูเกษตรกรก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวได้ในบางพื้นที่เพิ่มขึ้น ทำให้ไม่ต้องสั่งซื้อข้าวจากต่างประเทศ

        เนื่องจากความผันผวนทางอากาศจากปรากฏการณ์ เอล นิโญ มีผลให้พืชเจริญเติบโตอย่าง รวดเร็วจึงช่วยให้ปริมาณของคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นแก๊สหนึ่งที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ เรือนกระจกค่อยๆลดลง

        องค์การนาซาได้นำข้อมูลที่ได้จากดาวเทียมเพื่อทำนายการเปลี่ยนแปลงของอากาศที่สืบเนื่อง จากเอล นิโญ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เกษตรกรสามารถวางแผนการเพาะปลูกเพื่อให้ได้ผลผลิต มากที่สุด

         ปรากฏการณ์ เอล นิโญ ยังให้ผลดีกับชาวประมง เนื่องจากกระแสน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิก ทำให้ซูโอแพลงก์ตอนซึ่งเป็นอาหารของปลาซาลมอนเพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ปลาซาลมอนมีปริมาณเพิ่มขึ้น ชาวประมงแถบอ่าวอะลาสกาสามารถ จับปลาชนิดนี้ได้เป็นจำนวนมาก ชาวประมงแถบซานฟรานซิสโกสามารถจับปลาทูน่าได้ง่าย เป็นจำนวนมากโดยไม่ต้องออกเรือไปห่างฝั่งซานฟรานซิสโกมากเหมือนแต่ก่อน

        สำหรับประเทศไทยก็ได้รับผลดีบ้างเช่นกัน เนื่องจากปลาและสัตว์น้ำที่อาศัยชุกชุมในบริ เวณมหาสมุทรแปซิฟิกแถบอเมริกาใต้จะอพยพหนีความผันผวนของกระแสน้ำมายังแถบ เอเซีย ทำให้ปลาในทะเลไทยชุกชุมมากขึ้น ชาวประมงก็จะมีรายได้มากขึ้นจากการจับปลา และสัตว์น้ำ


        2. ทำให้ธุรกิจบางชนิดได้รายได้ดี

        เช่น เจ้าของรีสอร์ทสำหรับผู้มาเล่นสกีมีรายได้เพิ่มขึ้น มากเนื่องจากหิมะตกเป็นจำนวนมาก ทำให้นักสกีเดินทางมาเล่นสกีที่นั้น ๆ เป็นจำนวนมากนอกจากนี้ เอล นิโญ ยังทำให้คลื่นในมหาสมุทรมีขนาดใหญ่ เหมาะแก่การเล่นกระดานโต้คลื่นอีกด้วย



ขอขอบคุณข้อมูลจาก  m183 m183

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)

เว็บไซต์โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย

เว็บไซต์คลังปัญญาไทย

ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

ขอบคุณมากครับ สำหรับข้อมูลสำคัญที่นำมาประชาสัมพันธ์ครับ m183 m183
***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###

KENCHIRO

  • Guest
...เยี่ยมมากขอรับทั่น ทั้งทั้งข้อมูล ความรู้ ครบเลยครับ...ขอบคุณค๊าบ...  m204  m204  m204

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,813
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
ปรากฎการณ์  ลา นีญา

            ลา นีญา มีชื่อเรียกต่าง ๆ กันหลายชื่อ เช่น น้องของ เอล นิโญ สภาวะตรงข้าม เอล นิโญ สภาวะที่ไม่ใช่ เอล นิโญ และฤดูกาลที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลเย็น (season with cold SSTs) เป็นต้น (Glantz, 2001)
***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,813
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
ทำไมถึงเรียกว่า ลา  นีญา

       ลา นีญา ความหมายเดียวกัน คือ ปรากฎการณ์ที่กลับกันกับ เอล นิโญ กล่าวคือ อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณตอนกลางและตะวันออกของแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรมีค่าต่ำกว่าปกติ เนื่องจากลมค้าตะวันออกเฉียงใต้มีกำลังแรงมากกว่าปกติ จึงพัดพาผิวน้ำทะเลที่อุ่นจากตะวันออกไปสะสมอยู่ทางตะวันตกมากยิ่งขึ้น ทำให้บริเวณดังกล่าวซึ่งเดิมมีอุณหภูมิผิวน้ำทะเลและระดับน้ำทะเลสูงกว่าทางตะวันออกอยู่แล้วยิ่งมีอุณหภูมิและระดับน้ำทะเลสูงขึ้นไปอีก ปรากฏการณ์ ลา นีญา เกิดขึ้นได้ทุก 2 ? 3 ปี และปกติจะเกิดขึ้นนานประมาณ 9 ? 12 เดือน แต่บางครั้งอาจปรากฏอยู่ได้นานถึง 2 ปี
***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,813
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
การเกิด ลา นีญา

          ปกติลมค้าตะวันออกเฉียงใต้ในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนหรือแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรจะพัดพาน้ำอุ่นจากทางตะวันออกของมหาสมุทรไปสะสมอยู่ทางตะวันตก ซึ่งทำให้มีการก่อตัวของเมฆและฝนบริเวณด้านตะวันตกของแปซิฟิกเขตร้อน ส่วนแปซิฟิกตะวันออกหรือบริเวณชายฝั่งประเทศเอกวาดอร์และเปรูมีการไหลขึ้นของน้ำเย็นระดับล่างขึ้นไปยังผิวน้ำซึ่งทำให้บริเวณดังกล่าวแห้งแล้ง สถานการณ์เช่นนี้เป็นลักษณะปกติเราจึงเรียกว่าสภาวะปกติหรือสภาวะที่ไม่ใช่เอลนีโญ (รูปที่ 1) แต่มีบ่อยครั้งที่สถานการณ์เช่นนี้ถูกมองว่าเป็นได้ทั้งสภาวะปกติและลานีญา อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณารูปแบบของสภาวะลา นีญา จะเห็นได้ว่าปรากฏการณ์ ลา นีญา มีความ

        แตกต่างจากสภาวะปกติ (Glantz, 2001) นั่นคือ ลมค้าตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนมีกำลังแรงมากกว่าปกติและพัดพาผิวน้ำทะเลที่อุ่นจากตะวันออกไปสะสมอยู่ทางตะวันตกมากยิ่งขึ้น ทำให้บริเวณแปซิฟิกตะวันตก รวมทั้งบริเวณตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ของเอเชีย ซึ่งเดิมมีอุณหภูมิผิวน้ำทะเลสูงกว่าทางตะวันออกอยู่แล้วยิ่งมีอุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้นไปอีก อุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่สูงขึ้นส่งผลให้อากาศเหนือบริเวณดังกล่าวมีการลอยตัวขึ้นและกลั่นตัวเป็นเมฆและฝน ส่วนแปซิฟิกตะวันออกนอกฝั่งประเทศเปรูและเอกวาดอร์นั้นขบวนการไหลขึ้นของน้ำเย็นระดับล่างไปสู่ผิวน้ำ (upwelling) จะเป็นไปอย่างต่อเนื่องและรุนแรง อุณหภูมิที่ผิวน้ำทะเลจึงลดลงต่ำกว่าปกติ เช่น ลา นีญาที่เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2531 ? 2532 อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณดังกล่าวต่ำกว่าปกติประมาณ 4 oซ
***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,813
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
ผลกระทบของ ลา นีญา

               จากการที่ปรากฏการณ์ ลา นีญา เป็นสภาวะตรงข้ามของเอลนีโญ ดังนั้นผลกระทบของ ลา นีญา จึงตรงข้ามกับเอลนีโญ กล่าวคือ ผลจากการที่อากาศลอยขึ้นและกลั่นตัวเป็นเมฆและฝนบริเวณแปซิฟิกตะวันตกเขตร้อนในช่วงปรากฏการณ์ ลา นีญา ทำให้ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์มีแนวโน้มที่จะมีฝนมากและมีน้ำท่วม ขณะที่บริเวณแปซิฟิกเขตร้อนตะวันออกมีฝนน้อยและแห้งแล้ง นอกจากพื้นที่ในบริเวณเขตร้อนจะได้รับผลกระทบแล้ว ปรากฏว่า ลา นีญายังมีอิทธิพลไปยังพื้นที่ซึ่งอยู่ห่างไกลออกไปด้วย โดยพบว่าแอฟริกาใต้มีแนวโน้มที่จะมีฝนมากกว่าปกติและมีความเสี่ยงต่ออุทกภัยมากขึ้น

        ขณะที่บริเวณตะวันออกของแอฟริกาและตอนใต้ของอเมริกาใต้มีฝนน้อยและเสี่ยงต่อการเกิดความแห้งแล้ง และในสหรัฐอเมริกาช่วงที่เกิดปรากฏการณ์ลานีญาจะแห้งแล้งกว่าปกติทางตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงปลายฤดูร้อนต่อเนื่องถึงฤดูหนาว บริเวณที่ราบตอนกลางของประเทศในช่วงฤดูใบไม้ร่วง และทางตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงฤดูหนาว แต่บางพื้นที่ทางตอนเหนือและตะวันออกมีฝนมากกว่าปกติในช่วงฤดูหนาว ส่วนผลกระทบของลานีญาที่มีต่อรูปแบบของอุณหภูมิปรากฏว่าในช่วง ลา นีญา อุณหภูมิผิวพื้นบริเวณเขตร้อนโดยเฉลี่ยจะลดลง และมีแนวโน้มต่ำกว่าปกติ ในช่วงฤดูหนาวของซีกโลกเหนือทางตะวันตกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีมีอุณหภูมิต่ำกว่าปกติ ขณะที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมหาสมุทรรวมถึงพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของออสเตรเลียมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ ส่วนทางตอนเหนือของสหรัฐอเมริกาต่อเนื่องถึงตอนใต้ของแคนาดามีอากาศหนาวเย็นกว่าปกติ แสดงให้เห็นผลกระทบจากปรากฏการณ์ ลา นีญา ในช่วงฤดูหนาวและฤดูร้อนของซีกโลกเหนือ


***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,813
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
  ผลกระทบของ ลา นีญา ต่อปริมาณฝนและอุณหภูมิในประเทศไทย 

             จากการศึกษาสภาวะฝนและอุณหภูมิของประเทศไทยในปี เอล นีโญ โดยใช้วิธีวิเคราะห์ค่า composite percentile ของปริมาณฝน และ composite standardized ของอุณหภูมิในปี เอล นีโญ จากข้อมูลปริมาณฝนและอุณหภูมิรายเดือน ในช่วงเวลา 50 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2494 ถึง 2543 พบว่า ในปี ลา นีญา ปริมาณฝนของประเทศไทยส่วนใหญ่สูงกว่าปกติ โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อนและต้นฤดูฝนเป็นระยะที่ ลา นีญา มีผลกระทบต่อสภาวะฝนของประเทศไทยชัดเจนกว่าช่วงอื่น และพบว่าในช่วงกลางและปลายฤดูฝน ลา นีญา มีผลกระทบต่อสภาวะฝนของประเทศไทยไม่ชัดเจน สำหรับอุณหภูมิปรากฏว่า ลา นีญา มีผลกระทบต่ออุณหภูมิในประเทศไทยชัดเจนกว่าฝน โดยทุกภาคของประเทศไทยมีอุณหภูมิต่ำกว่าปกติทุกฤดู และพบว่า ลา นีญาที่มีขนาดปานกลางถึงรุนแรงส่งผลให้ปริมาณฝนของประเทศไทยสูงกว่าปกติมากขึ้น ขณะที่อุณหภูมิต่ำกว่าปกติมากขึ้น


ขอขอบคุณข้อมูลจาก  m183 m183

- Readyplanet.com

- กรมอุตุวิทยา

- เว็บไซต์คลังปัญญาไทย

ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

ขอบคุณมากครับ สำหรับข้อมูลสำคัญที่นำมาประชาสัมพันธ์ครับ   m183 m183
***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###

KENCHIRO

  • Guest
...ขอบคุณสำหรับข้อมูลขอรับทั่น... m204  m204  m204

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,813
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
  ปรากฎการณ์ภาวะโลกร้อน  



        ภาวะโลกร้อน (Global Warming) หรือ ภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) คือ การที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นจากผลของภาวะเรือนกระจก หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อว่า Greenhouse Effect โดยภาวะโลกร้อน ซึ่งมีต้นเหตุจากการที่มนุษย์ได้เพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงต่างๆ, การขนส่ง และการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม

         นอกจากนั้นมนุษย์เรายังได้เพิ่มก๊าซกลุ่มไนตรัสออกไซด์ และคลอโรฟลูโรคาร์บอน (CFC) เข้าไปอีกด้วยพร้อมๆ กับการที่เราตัดและทำลายป่าไม้จำนวนมหาศาลเพื่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่มนุษย์ ทำให้กลไกในการดึงเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปจากระบบบรรยากาศถูกลดทอนประสิทธิภาพลง และในที่สุดสิ่งต่างๆ ที่เราได้กระทำต่อโลกได้หวนกลับมาสู่เราในลักษณะของ ภาวะโลกร้อน

***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###