คัดลอกมาจากจดหมายที่คุณ....เขียนส่งมาให้ทางเมลค่ะ เห็นว่ามีประโยชน์ต่อเพื่อนสมาชิกเลยเอาลงมาให้ดูบางส่วนค่ะ
ขอบคุณ มากๆค่ะ

ผมมีเรื่องที่อยากสอบถามคุณอุ๊สักหน่อยนะครับ พอดีเห็นว่าคุณอุ๊มีโรงเรือน evap. พอดีผมได้เก็บต้นไม้พวกกลุ่ม lycopsids ลงมาจากบนดอย เพื่อว่าคุณอุ๊มีความสนใจอยากลองปลูกเลี้ยงดูน่ะครับ แต่ไม่แน่ใจว่าจะเป็นการรบกวนเวลาของคุณอุ๊หรือเปล่า? ก็เลยลองสอบถามก่อนน่ะครับ (พร้อมส่งภาพบางส่วนมาให้คุณอุ๊ดูด้วยครับ) ต้นไม้ชุดนี้ประกอบด้วย Huperzia sp. aff. henryi, Diphasiastrum multispicatum (Syn. Lycopodium complanatum var. multispicatum), Lycopodium clavatum ssp. clavatum var. clavatum ครับ ทั้งหมดมาจากระดับความสูงช่วง 2,200-2,400 เมตรครับ สภาพแวดล้อมทั่วไป เป็นที่ที่มีความชื้นสูงแต่ไม่แฉะ มีแสงแดดมากเกือบตลอดวัน อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีน่าจะอยู่ในช่วง 10-20 องศาเซลเซียส พบขึ้นอยู่กึ่งดิน (คือรากแทรกอยู่ในมอสหนาๆ รากบางส่วนจะลงไปถึงดินน่ะครับ) ขึ้นปะปนอยู่กับกระดิ่งภูหรือเอื้องพลายชมพู (Pleione praecox) ครับ Huperzia sp. aff. henryi ชนิดนี้เป็นพวก Huperzia กลุ่มที่ strobilus ไม่ลดรูป เช่นเดียงกันกับพวก Huperzia squarosa, Huperzia carinata, Huperzia serrata เป็นต้น แต่น่าจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับชนิด Huperzia serrata เพราะขึ้นอยู่กึ่งดินครับ (ความจริงต้นที่พบนี่ ถ้าอยู่ตรงที่ได้แสงมากจะพบอยู่บนพื้น แต่ถ้าอยู่ค่อนข้างร่มจะพบเป็นแบบอิงอาศัยบนต้นไม้อื่นครับ) ผมเก็บสามร้อยยอด Lycopodiella cernua (Syn. Lycopodium cernuum) ที่พบได้ทั่วไปเอาไว้เผื่อให้ดูเปรียบเทียบลักษณะกับชนิดอื่นๆ ด้วยนะครับ สามร้อยยอดนี่เก็บมาจากความสูงประมาณ 1,000 เมตร (แต่ความจริงแล้ว พบได้ตั้งแต่ระดับ 300 เมตร ครับ) ผมคิดว่าตัวอย่างพวกนี้น่าจะมีประโยชน์กับคุณอุ๊ในการใช้เปรียบเทียบสกุลต่างๆ ของพืชกลุ่มนี้นะครับ โดยเฉพาะคำถามที่ว่า Lycopodium spp. แตกต่างจาก Huperzia spp. อย่างไร นะครับ เมื่อคุณอุ๊ได้เห็นต้นจริงๆ น่ะครับ
ผมเขียนไดอะแกรมคร่าวๆ ที่พอจะบอกความแตกต่างระหว่าง Lycopodium spp. กับ Huperzia spp. มาให้ดูคร่าวๆ นะครับ (ยังไม่เป็นข้อสรุปทางวิชาการที่แน่นอนนะครับ) คงพอที่จะใช้บ่งบอกความแตกต่างระหว่างสองกลุ่มนี้ได้ครับ
วงศ์ Huperziaceae มีสมาชิกที่ยังสรุปแน่นอนไม่ได้ นักวิชาการบางท่านอาจจะสรุปว่ามี 2 สกุล คือ Huperzia spp. และ Phylloglossum sp. (Phegmarinus spp. น่าจะเป็นชื่อพ้องของสกุล Huperzia) แต่ Phylloglossum sp.(ที่มีสมาชิกเพียงชนิดเดียว) มีลักษณะที่แตกต่างจาก Huperzia spp. มาก นักวิชาการหลายท่านจึงแยกออกไปเป็นวงศ์ต่างหากเป็นเอกเทศ คือ Phylloglossaceae ดังนั้นหลายท่านจึงถือว่าวงศ์ Huperziaceae มีสมาชิกเพียงสกุลเดียว คือ Huperzia spp. (สมัยที่ผมเรียนนะครับ อาจารย์เคยเลคเชอร์ว่า กลุ่ม Huperzia spp. ที่มีลักษณะของ strobilus ที่แตกต่างกันคือ กลุ่มที่ strobilus ลดรูปเห็นได้ชัด ได้แก่ H. phegmaria, H. nummularifolia, H. foliosa เป็นต้น และกลุ่มที่ strobilus ลดรูปไม่เด่นชัด เช่น H. squarosa, H. goebellii, H. carinata, H. serrata เป็นต้น มีความแตกต่างกันอย่างมากก็เป็นเพียงแค่ได้ถึงระดับ สกุลย่อย (subgenus) เท่านั้น ไม่สามารถแยกออกเป็นคนละสกุลได้แต่อย่างใด และกลุ่มที่ strobilus ลดรูปไม่เด่นชัด สามารถนำมาปักชำได้ง่ายกว่ากลุ่มที่ลดรูปชัดเจน ครับ)
วงศ์ Lycopodiaceae ประกอบด้วยสมาชิก 3 สกุลด้วยกันคือ Lycopodium spp., Diphasiastrum spp. และ Lycopodiella spp.
ทั้งสองกลุ่มมีลักษณะที่แตกต่างกันคร่าวๆ ที่ผมพอสรุปได้ ดังนี้นะครับ
1. Huperzia spp. ส่วนมากเป็นพืชอิงอาศัย มีส่วนน้อยพบขึ้นอยู่บนดิน แตกกอเป็นกระจุก ส่วน Lycopodiaceae ส่วนมากพบขึ้นอยู่บนดิน และมักเป็นไหลเลื้อยทอดไปตามผิวหน้าพื้นที่
2. ลักษณะการแตกกิ่ง ในทุกสกุลมีการแตกกิ่งออกเป็นสองทาง (dichotomous branching) แต่ทั้งสองทางของการแตกกิ่งนั้น ในพวก Huperzia spp. จะมีลักษณะที่ค่อนข้างสมมาตร ส่วนพวก Lycopodiaceae จะมีลักษณะที่ไม่สมมาตร (ลองดูไดอะแกรมครับ)
3. โครงสร้างส่วน strobilus ในพวกกลุ่ม Huperzia spp. ไม่ปรากฏให้เห็นว่ามีการลดรูปของส่วนลำต้นก่อนเป็นก้านชู strobilus และส่วนปลายของ strobilus บ่อยครั้งที่จะเจริญกลับมาเป็นลำต้นปกติได้ ส่วนพวกกลุ่ม Lycopodiaceae โครงสร้าง strobilus ส่วนมากมักมีส่วนเป็นก้านชูให้ตั้งขึ้นเด่นชัด และส่วนปลายของ strobilus จะไม่พัฒนากลับมาเป็นลำต้นปกติอีก
สรุปคร่าวๆ ประมาณนี้นะครับ