Author Topic: นิทานธรรม "นางฟ้าเด็ก"  (Read 854 times)

0 Members and 2 Guests are viewing this topic.

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,580
  • มารเหม่งอุ๊
Re: นิทานธรรม "นางฟ้าเด็ก"
« Reply #15 on: November 05, 2010, 08:29:38 pm »
อ่านแล้ว พระอาจารย์ของชายภู กับ พ่อหลวง เทศน์แนวทางคล้ายๆกันเลยค่ะ m178 m178 สาธุ เกิดมาโชคดีหนักหนาได้เจอครูบาอาจารย์ดีๆ คงมีบุญเก่ามาบ้างเลยเจอที่พึงอันเกษม ได้นาบุญดีๆแบบนี้นะคะ
 
การที่เราเจอทุกข์ที่เหตุมาจากสมุทัย ทำให้เรา มองหาธรรมะเป็นที่พึ่งนะคะ ส่วนคนที่เค้าไม่เจอทุกข์แบบสาหัสเค้านึกไม่ออกว่าทำไมต้องเข้าหาธรรมะ 
อุ๊เคยชวนเพื่อนไปวิปัสสนา  เค้าบอกว่า ทำไมเค้าต้องไปล่ะ  ทุกวันนี้เค้าเป็นคนดีอยู่แล้ว ไม่เคยทำใครเดือดร้อน ไม่ทำผิดกฏหมาย ก็เป็นคนดีอยู่แล้ว ทำไมต้องไปวิปัสสนา  แต่ก็พยายามลากเพื่อนผู้หญิงคนนี้ที่เคยสนิทสนมคนนึงไปด้วยกันจนได้ เค้าคงเห็นว่าเราพยายามมากที่จะพาเค้าไปให้ได้ ตอนไปก็ดีนะ ดูเค้าก็มีความสุขดี  กลับมาก็ยังดีกันอยู่ แต่น่าแปลกมากที่กลับมาจากวิปัสสนาด้วยไม่นานก็มีอันต้องหยุดคุยขาดการติดต่อกันไปจนเลิก เลิกคบกันไปเฉยๆแบบน่าประหลาดที่สุด ต่างคนต่างเลิกโทรหากัน โดยไม่มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งแบบรุนแรงเลยแม้แต่น้อย  ทุกวันนี้ก็ยังงงๆว่ามันเกิดไรขึ้น

ตอนหลังไม่กล้าคะยั้นคะยอใครไปอีกเลย กลัวเพื่อนเลิกคบ m048

ชายภูเคยเจอทุกข์ที่มาจากเดินองค์มรรคบ้างหรือยังคะ
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

noochynooch

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 159
  • ทุกข์หรือสุข ตัวเราเท่านั้นเป็นคนเลือก
Re: นิทานธรรม "นางฟ้าเด็ก"
« Reply #16 on: November 07, 2010, 06:40:01 pm »
ต่างคน ต่างความคิด ต่างวาระกรรม เรื่องแบบนี้ต่อให้พูดหรือพยายามอย่างไร บางทีก็ยากนะคะ อย่างน้อยนุชเองมองว่า พี่อุ๊ก็เป็นกัลยาณมิตรที่ดีมากๆของเพื่อนคนนี้นะคะ เรามีโอกาสชวนก็ชวนไปเถอะค่ะ ดีแล้ว เพราะเราเจตนาที่ดี มีจิตเป็นกุศล เค้าจะมาขัดแย้งเรื่องแบบนี้จริงก็ต้องปล่อยเค้าไป แต่บางทีสิ่งที่เราคิดไว้ บางทีก็อาจไม่ใช่ก็ได้นะคะ อย่างเพื่อนนุชเอง ระยะหลังก็ห่างๆกัน ตอนแรกก็คุยกันทุกวัน พอเค้าเจอคนใหม่ๆ ได้ทำอะไรใหม่ๆก็เลยเงียบหายไปเป็นธรรมดา แต่อย่างไรถ้าโทรไปก็คิดว่าก็คงคุยกันได้ค่ะ
ความทุกข์ไม่เคยยึดติดเรา มีแต่เราต่างหากที่ยึดติดความทุกข์
ความสุขไม่เคยไปจากใจเรา มีแต่เราต่างหากที่ไม่เคยถนอมมันไว้ในใจของเรา @vajiramedhi

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,580
  • มารเหม่งอุ๊
Re: นิทานธรรม "นางฟ้าเด็ก"
« Reply #17 on: November 07, 2010, 08:38:44 pm »
ต่างคน ต่างความคิด ต่างวาระกรรม เรื่องแบบนี้ต่อให้พูดหรือพยายามอย่างไร บางทีก็ยากนะคะ อย่างน้อยนุชเองมองว่า พี่อุ๊ก็เป็นกัลยาณมิตรที่ดีมากๆของเพื่อนคนนี้นะคะ เรามีโอกาสชวนก็ชวนไปเถอะค่ะ ดีแล้ว เพราะเราเจตนาที่ดี มีจิตเป็นกุศล เค้าจะมาขัดแย้งเรื่องแบบนี้จริงก็ต้องปล่อยเค้าไป แต่บางทีสิ่งที่เราคิดไว้ บางทีก็อาจไม่ใช่ก็ได้นะคะ อย่างเพื่อนนุชเอง ระยะหลังก็ห่างๆกัน ตอนแรกก็คุยกันทุกวัน พอเค้าเจอคนใหม่ๆ ได้ทำอะไรใหม่ๆก็เลยเงียบหายไปเป็นธรรมดา แต่อย่างไรถ้าโทรไปก็คิดว่าก็คงคุยกันได้ค่ะ

อยากโทรนะคะ แต่ว่า พี่อุ๊ไม่มีเบอร์เค้าค่ะ เพราะว่าเปลี่ยนโทรศัพท์ เบอร์โทรก็ไปพร้อมกับเครื่อง เลยติดต่อกันไม่ได้  แต่คิดว่า สักวันนึงคงมีโอกาศได้เจอกันอีกค่ะ
ส่วนเพื่อนที่มีอยู่ตอนนี้ ยังไม่มีใครยอมไปกะพี่อุ๊เลยค่ะ เค้าไม่ค่อยจะว่างกัน แต่พี่อุ๊จะว่างเสมอถ้าใครมาขอให้ช่วยพาไปนะ มันสุขใจจริงนะ m111  เคยมีบางคนผิดหวังกับปัญหาในชีวิต จะให้พี่พาไปส่ง แต่พอเอาเข้าจริงๆ เค้าก็เงียบๆไป เหมือนว่าเค้าแก้ปัญหาได้แล้ว เลยไม่ไป  คือตอนที่เค้าทุกข์จริงๆไม่มีทางออก เค้านึกถึงพระธรรมนะ แต่พอผ่านพ้นไปได้ เค้าก็เลิกคิดจะไป  ยังไม่เจอเพื่อนที่อยากไปจริงๆด้วยตัวเองและไปจริงๆเลยค่ะ
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

ภูจ้อก้อ

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 659
  • จิตดวงเดียว....ท่องเที่ยวไป
Re: นิทานธรรม "นางฟ้าเด็ก"
« Reply #18 on: November 08, 2010, 09:43:06 am »
/0156อ๊ะ..แฮ่ม  คุยรัยกันอยู่  เพิ่งเห็นคูอุ๊เหม่ง  เปลี่ยนเสื้อตัวใหม่คอกระเช้า  เกาะอก อื๋อ  เกี่ยวอก เอ๋อ  ช่างมันเต๊อะ  จะเกี่ยวอะไรก็ช่างมัน ฮี่ๆ..........
เรื่องชวนคนมาปฎิบัติธรรมนี่  ไม่ใช่ง่าย ๆ  น๊ะจ๊ะ  อย่าทำเป็นเล่นไป ชายภู นะดูแล้วดูอีก  กว่าจะชวนใครมาเข้าร่วมกระบวนการสักคนนะ  ไม่ง่าย   เพราะว่าคนนะ มีหลายระดับ  เหมือนบัว 4 เหล่า ที่พระพุทธองค์ทรงตรัสนั่นแหละ  บางคน ฟังเทศน์ครั้งเดียว  ได้บรรลุเป็นอรหันต์เลย  บางคนต้องเทศน์ซ้ำ เทศน์ย้ำไปมาหลายรอบถึงจะเข้าใจ  บางคนก็แค่ได้ ฟังเทศน์ ฟังเท่าไรก็ได้แค่ฟังนะ  ออกจากวัดไปก็เหมือนเดิม  คือชวนทำบุญก็ทำ  แต่ว่าจะให้นั่งถือศีล ปฎิบัติธรรม  ไม่ไหว  รับไม่ได้  หนักไป  อีกประเภทเค้าเรียกบัวเหล่าที่ 4  ภาษาบาลีเรียก ปทปรมะ  คือสอนเท่าไรก็เอาดีไม่ได้  เค้าเรียกบัวใต้โคลนตม  ยากที่จะสั่งสอน  คนพวกนี้ พระพุทธองค์ทรงเลี่ยงไม่เทศนาโปรด เพราะคนพวกนี้ไม่เปิดใจรับธรรมที่พระพุทธองค์ทรงสอน  บางทีไปเทศน์ เดี๋ยวมันก็ถ่มน้ำลาย ยกเท้าใส่ให้  ไม่ได้ประโยชน์  คือดวงจิตดวงนั้น  ยังมืดมนต์หนาแน่นไปด้วยกิเลส พูดเท่าไรก็ยากที่เจ้าเข้าใจอะไรง่าย ๆ    สมัยพุทธกาลมีคนนอกศาสนาอยู่มาก ก่อนจะเทศน์พระพุทธองค์ทรงตรวจสอบอุปนิสัยของสัตว์ว่า พร้อมที่จะรับฟังธรรมที่พระพุทธองค์ทรงสอนหรือเปล่า  ถ้าเห็นว่า ไม่มีประโยชน์  ท่านก็เลี่ยง  ก็เทศน์ก็ต้องดูว่า คนหมู่นี้ กลุ่มนี้ หรือคน ๆ นี้  จะเทศน์เรื่องอะไร ที่จะได้มรรคผล หรือได้ดวงตาเห็นธรรม  คือตรวจสอบทุกอย่าง  ไม่ใช่ว่า เห็นหน้าก็เทศน์ไปเรื่อยเปื่อย  อันนี้ไม่ใช่วิสัยพระพุทธเจ้า  คือก่อนเทศน์ต้องตรวจสอบทุกอย่าง นิสัยแบบนี้ มีพระพุทธเจ้าองค์เดียวเท่านั้นที่ทำได้   พระสาวกทำไม่ได้  บางรมีไม่ถึง  ต้องเข้าใจว่า ในความเป็นพระอรหันต์เจ้าทั้งหลาย  แม้นบรรลุได้เหมือนกัน ไปนิพพานได้เหมือนกัน  แต่ในความเหมือนก็ยังมีความแตกต่างๆ  คือบางองค์บรรลุอรหันต์แต่ไม่รู้ไม่เห็นอะไรเลย  คือตัดกิเลสได้ขาด แต่ไม่มีญาณหยั่งรู้เลย  พระอรหันต์แบบนี้ท่านเรียกว่า  สุขวิปัสสโก  ไม่ต้องรู้ต้องเห็นอะไร  แต่ต้องใช้กำลังใจสูง ใช้ความเพียรในการเผากิเลสสูงมาก  บางองค์ มีญาณหยั่งรู้  แต่ได้แค่จิตสัมผัส แค่วิชาสาม  บางองค์ได้ฤทธิ์ เหาะเหินได้  ได้ญาณสมาบัติ  แบบนี้เรียกว่า อภิญญาหก   อีกกลุ่มนึงมีทุกอย่างในกลุ่มอื่น ๆ มี  แต่พิเศษตรงว่า  ทรงพระไตรปิฎกครบถ้วน คือมีความรอบรู้ในพระไตรปิฎก  มีฤทธิ์  ฉลาดในการแสดงธรรม  ธรรมเพียงข้อสั้น ๆ  สามารถอธิบายให้ระเอียด นุ่มลึก ฟังง่าย  จนผู้ฟังสามารถคล้อยตามได้ พูดเป็นวันก็ได้ เพียงหัวข้อธรรมเพียงข้อเดียว  หรือจะเอาข้อธรรมที่ว่ายาก ๆ  มาย่นย่อให้ฟังแล้วเข้าใจง่าย ก็ทำได้  รู้ภาษาสัตว์  คือมันพูดอะไรกันท่านรู้ แบบนี้เค้าเรียกว่า ปฎิสัมภิทาญาณ  แต่ทุกกลุ่มที่กล่าวมา  ก็แพ้พระพุทธเจ้า ที่สามารถแสดงธรรมได้อย่างปาฎิหาริย์  สามารถทำให้คนทุกคนที่มาฟังเทศน์มีความรู้สึกว่า  ท่านกำลังมองเรา คือคนนั่งล้อมท่านอยู่  แต่ว่าทุกคนก็จะมีความรู้สึกว่าพระพุทธองค์มองมาที่เรา  กำลังเทศน์ต่อหน้าเรา  นี่เป็น พุทธปาฎิหาริบ์  ทั้งน้ำเสียที่ไพเราะนุ่มนวล ฉัพรรณรังสี แวตาที่มองมาที่ผู้ฟังอย่างเมตตาปราณี  สามารถสะกดคนที่นั่งฟังให้คล้อยตามประหนึ่งว่าจะบรรลุอรหัตถผลเสียขนาดนั้น  ในการเทศน์ของพระพุทธเจ้าครั้งนึง  สามารถทำให้คนบรรลุธรรมขั้นต้น ปานกลาง และละเอียด  ได้มากมาย เป็นลำดับลำดา  แม้นกระทั้งพรหม เทวดา  ก็ได้บรรลุโสดาบัน และเป็นพระอรหันต์ได้มากมาย  ไม่ใช่แค่มนุษย์เท่านั้น  ฉะนั้นการเทศนาสั่งสอนของพระพุทธองค์แต่ละครั้ง จึงพาเหล่าสัตว์ได้ดวงตาเห็นธรรม  และบรรลุธรรมได้มากมายในสมัยนั้น  เป็นคุณธรรมอันวิเศษ ที่พระอรหันต์เหล่าสาวกอื่น ๆ  ทำไม่ได้ 

ทีนี่ลองย้อนมาดูอย่างพวกเรา  เราจะเอาอะไรไปโน้มน้าวจิตใจให้เข้าหาธรรม  ให้ปฎิบัติธรรม  ถ้าคุณธรรมในใจเราของเรายังมีน้อย หรือบารมีธรรมเรายังอ่อน  ยากนะ  เธอต้องคอยตักเตือน โน้มน้าวเค้าทุกวัน ทำทุกวิถีทางให้เค้าเดินทางที่เรามองเห็นว่าดีแล้ว  ทำถึงขนาดนั้น บางทีเค้ายังไม่ยอมมากะเรา  ทั้งๆ ที่เราก็อยากให้เค้าเดินทางสวรรค์ ทางนิพพาน  ไม่อยากให้เค้าไปเป็นเปรต สัตว์นรก อสูรกาย  แม้นกะทั่งคนที่เรารักนักหนา พ่อ แม่ ลูก เมีย สามีเรา เราก็อยากให้เค้าได้ปฎิบัติธรรมเหมือนเรา  อย่างน้อยจะได้ไปเกิดภพภูมิที่ดีร่วมกัน  แต่ก็เป็นเรื่องยาก  ลูกรา  แม้นเราจะปรารถนาดีต่อเค้าสักเพียงไรก็ตาม เราจะรักลูกเรามากเพียงไรก็ตาม  เราก็ไม่สามารถก้าวล่วงเข้าในใจของใครได้เลย  เราอาจะสอนคนที่เรารักได้  แต่ว่าใจเค้านะ จะคล้อยตามเราสักนิดหรือไม่  เราก็ไม่รู้    เราจะสอนให้เค้ารู้ว่า ทุกอย่างที่กำลังดำเนินอยู่เนี่ยมันเป็นทุกข์นะเธอ ทุกภาระกิจของเธอมันเดินอยู่บนทุกข์ ไม่ว่าจะไปโรงเรียน อาบน้ำ แปลงฟัน ทำความสะอาดร่างกาย หาอาหารกินฯ  มันก็เนื่องด้วยทุกข์ทั้งนั้น  มันเป็นภาระที่เธอต้องทำ  ทั้ง ๆที่ใจเธอบางครั้งก็รู้สึกเบื่อกับการที่จะต้องทำภาระกิจ จำเจ ซ้ำซาก น่าเบื่อแบบนี้ ทุกวัน ทุกวัน เธอทำจนเธอรู้สึกว่า เธอชิน เพราะมันต้องทำ ก็เลยไม่เห็นว่า สิ่งที่ต้องทำมันคือทุกข์กาย ใจ ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน  แม้นจะมีคนมาบอกว่า มันเป็นทุกข์นะ  ดวงจิตนั้นก็ไม่เข้าใจ ว่าทุกข์อย่างไร  ขนาดว่าทุกข์ ยังมองไม่ออกว่าเป็นทุกข์  ก็ยากที่จะบอกให้ไปปฎิบัติธรรม  เพราะมองไม่เห็นประโยชน์ว่าจะไปปฎิบัติธรรมไปทำอะไร  เต็มที่ก็ตาม ๆ เค้าไป ทนเซ้าซี้ไม่ได้  พอถึงระยะนึง เค้าก็ต้องเลิก  เพราะการที่จะเข้าไปปฎิบัติธรรมของเค้าและเธอ มันไม่ได้เกิดด้วยความศรัทธา  ไม่ได้เกิดจากความเข้าใจว่า "เราจะปฎิบัติธรรมไปทำอะไร"  อย่างน้อย ถ้าเข้าใจว่า  ถ้าเธอไม่ทำดี  เธอต้องตกนรกนะ  บางคนยังค้านในใจว่า  มีจิงหรือนรก สวรรค์  เค้าหลอกให้เด็กกลัวมากกว่า อย่าว่าแต่นรกเลย  ผี เผอ  สักตัวทีว่ามีอยู่ทั่วไป ตรูยังไม่เคยเห็นเล้ย นิทานหลอกเด็กเสียมากกว่า แค่หลอกให้คนทำดี จะได้ไม่เบียดเบียนกัน  แค่เราไม่ทำให้ใครเดือดร้อน  ก็ใช้ได้แล้ว  นี่คิดแบบนี้ แต่ไม่คิดทบทวนว่า  จริงหรือ ที่เราไม่ทำให้ใครเดือนร้อน  ทุกวันนี้ เธอยังคิดอิจฉา ริษยาผู้อื่นหรือเปล่า ทุกวันนี้ยังมีจิตนินทาว่าร้ายผู้อื่นหรือเปล่า ทุกวันนี้เธอมีศีล 5 ข้อหรือเปล่า ต้องไปตรวจสอบใจเราดู  ถ้าเราไม่อยู่ในเงื่อนไขที่ว่า  ก็อย่ามาประกาศตนว่าเป็นคนดี  ศีลไม่มี ยังชอบเม้าท์ ตำหนิ ติเตียนผู้อื่นอยู่เสมอ  อย่านึกว่า ตนจะดี  ส่วนใหญ่คนนะ ชอบพูดว่าตนเองดี ไม่ได้ทำชั่ว  แต่ไม่เคยมานั่งไล่เบี้ยว่า ที่ว่าทำดี นะทำดีอะไรบ้าง พูดดี คิดดี ทำดี  นะ  ทำอะไรบ้าง    เพราะว่าคนดี จริงๆ  เค้าจะตำหนิตนเอง  นั่งโทษตนเอง ไม่ตำหนิกล่าวโทษผู้อื่น  คนดีเค้าคิดแต่หาความเลวของตนเอง  เรายังมีข้อไหนที่เรายังบกพร่องบ้าง  ข้อไหนที่เรายังเลวอยู่  นี่มันต่างกันสิ้นเชิง ระหว่างสองความคิด  คือคนที่คิดว่าตนดี  ส่วนใหญ่มันไม่ดีจริง ส่วนคนที่คิดว่าตนเองยังเลวอีกมาก และจะพยายามหลีกเลี่ยง ความเลวเหล่า ๆ นั้นไม่ให้เกิดขึ้นอีก แบบนี้เค้าเรียก "คนดี"


ฮื่ออ  บ่นแต่เช้าเรย์เรา.......    ก็ไม่ต้องไปวิตก เสียใจ ถ้าใครเค้าไม่มาปฎิบัตธรรมกับเรา  เราทำตัวของเราให้ดีก่อน  คือคนที่จะมาปฎิบัติกะเรา  ถ้าเค้าเห็นความแตกต่าง ระหว่างคนปฎิบัติ  กับไม่ปฎิบัติ  ถ้าเค้าแยกออก  เออ เธอนี่ปฎิบัติธรรมแล้ว อารมณ์เย็นเนอะ ไม่พูดไม่บ่น จู้จี้เหมือนแต่ก่อน ไม่แสดงอารมณ์เกรี้ยวกราดให้เห็น  อยู่ใกล้ ๆ แล้วรู้สึกดี  คือเราต้องทำตัวเราให้เป็นแบบอย่างให้เค้าเห็น  ว่าทำแล้วดี  นั่นแหละ  เค้าถึงจะยอมเชื่อเรา ในสิ่งที่เราเห็นว่าดี ถูกต้อง ยิ่งถ้าเราสามารถยังจิตให้เกิดความเป็นทิพย์  ได้ฌาณสมาบัติ รู้วาระกรรมของสัตว์ได้  เค้าก็จะศรัทธาในสิ่งที่เราพูดมากขึ้น ที่นี้จะชี้ไปลงคู  ก็ยังลงเลย  คนเราถ้ามันมีศรัทธาต่อกัน  เค้าจะเชื่อในสิ่งที่เราพูด  แต่ถ้าเรายังทำไม่ได้  ยังเทียบให้เห็นความแตกต่างไม่ได้  คนบางคน บางคนน๊ะ  เค้าไม่เชื่อเราง่าย ๆ  จะชวนได้  ก็คนที่เค้ามีบุญเก่าะสะสมมาดีแล้ว  คนพวกนี้ พูดธรรมไม่กี่หัวข้อก็เข้าใจแล้ว มีศรัทธาง่าย  เพราะบารมีเก่าสะสมมาดี  เป็นแบบนี้แหละ  อันเราวิสัชนา มาดังนี้  พอสังเขป แล นา  เอ วัง.. /0156
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว
เราคือจิต  จิตคือเรา...

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,580
  • มารเหม่งอุ๊
Re: นิทานธรรม "นางฟ้าเด็ก"
« Reply #19 on: November 08, 2010, 10:30:02 am »
งั้นสรุปง่ายๆว่า เรายังแย่อยู่เค้าเลยไม่เชื่อเรานั่นเองค่ะ   m187 m187
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

ภูจ้อก้อ

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 659
  • จิตดวงเดียว....ท่องเที่ยวไป
Re: นิทานธรรม "นางฟ้าเด็ก"
« Reply #20 on: November 08, 2010, 11:18:04 am »
งั้นสรุปง่ายๆว่า เรายังแย่อยู่เค้าเลยไม่เชื่อเรานั่นเองค่ะ   m187 m187
ไม่ถึงขนาดน้านดอกคับ  มันมีหลายองค์ประกอบ ที่เค้าจะมาร่วม หรือไม่มาร่วมวงปฎิบัติธรรมกับเรา  ประการแรกคือ วาระยังไม่ได้  คือยังสั่งสมบุญบารมีไม่พอ   ประการที่สองเหตุปัจจัยไม่อำนวย  คือมีมารเยอะ ภาระมาก  เป็นผู้มีภาระมาก จนปลีกตัวไม่ได้  ประการที่สามคือ เค้าอยู่ห่างกับเรามากเกินไป  คือเราไม่สารมารถเข้าไปชี้แจงได้ตามวาระอันสมควร  ประการที่4  คือผู้ชวน ยังไม่สามารถทำให้เค้าเชื่อได้  คือยังขาดองค์ความรู้ในธรรมในการโน้มน้าวให้เค้าเชื่อ  ประการที่ 5 เป็นพวกปทะปรมะ ยากที่จะบอก และสอนให้เข้าใจ เป็นบัวใต้โคลน   คือชวนไปเรื่องโลก ๆ  ไปได้ง่าย  แต่พอเข้าวัดฟังธรรม ถอยกรูด ไม่ไหว บางคน เข้าวัด เงอะ ๆ งะ ๆ  ทำอะไรไม่ถูก ว่าต้องทำอะไร อย่างไร ถึงจะเหมาะสม ก็เลยไม่เอาดีกว่าวุ๊ยส์  อะไรแบบนี้   และ อื่น ๆ อีกมากมายm160
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว
เราคือจิต  จิตคือเรา...

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,580
  • มารเหม่งอุ๊
Re: นิทานธรรม "นางฟ้าเด็ก"
« Reply #21 on: November 08, 2010, 11:51:31 am »
 m048 m048 m048 ขอบคุณค่ะ ชายภู  m178
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

noochynooch

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 159
  • ทุกข์หรือสุข ตัวเราเท่านั้นเป็นคนเลือก
Re: นิทานธรรม "นางฟ้าเด็ก"
« Reply #22 on: November 09, 2010, 12:28:56 pm »
ชวนคนทำบุญง่ายกว่าชวนมาปฎิบัติธรรม ปฎิบัติธรรมจริงต้องทำสม่ำเสมอ ใจพร้อม กายพร้อม ตัวนุชเองก็ยังไม่มีโอกาสได้ปฎิบัติไรกะเค้าเลย ครูอาจารย์ก็ไม่มี  /0121
« Last Edit: November 09, 2010, 12:46:18 pm by noochynooch »
ความทุกข์ไม่เคยยึดติดเรา มีแต่เราต่างหากที่ยึดติดความทุกข์
ความสุขไม่เคยไปจากใจเรา มีแต่เราต่างหากที่ไม่เคยถนอมมันไว้ในใจของเรา @vajiramedhi

ภูจ้อก้อ

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 659
  • จิตดวงเดียว....ท่องเที่ยวไป
Re: นิทานธรรม "นางฟ้าเด็ก"
« Reply #23 on: November 09, 2010, 01:50:49 pm »
ชวนคนทำบุญง่ายกว่าชวนมาปฎิบัติธรรม ปฎิบัติธรรมจริงต้องทำสม่ำเสมอ ใจพร้อม กายพร้อม ตัวนุชเองก็ยังไม่มีโอกาสได้ปฎิบัติไรกะเค้าเลย ครูอาจารย์ก็ไม่มี  /0121
จิงจ๊ะ  ต้องทำสม่ำเสมอ  ถ้ากายพร้อม  ใจพร้อม  สมาธิก็เกิด  ถ้ากายใจไม่พร้อม กายอ่อนเพลีย ใจท้อแท้เหนื่อยหน่าย สมาธิเกิดยาก ปัญญาเกิดยาก  ถ้า..เราอ่อนเพลียจนเกินไป  พอไปสวดมนต์ทำสมาธิ  มันจะง่วง สับปะหงก แบบนี้ก็ได้บุญไม่มากนัก   แต่พระท่านก็ชมน๊ะ  ท่านว่า  เราอ่อนเพลียจากการงานทั้งวัน  แต่สิ่งที่เธอได้  คือความตั้งใจ ตรงนี้แหละ ที่พระท่านเห็นใจ  คือถึงจะอ่อนล้า เพลียแรงสักแค่ไหน   ก็ยังมีความพยายามที่จะปฎิบัติธรรม   ตรงความพยายามนี่แหละ มันเป็นตัวบุญที่เกิดขึ้นมา  คือบุญสวดมนต์ได้น้อย  แต่ได้ตรงกำลังใจที่มุ่งมั่น อดทน ตรงนี้ได้มาก  เป็นของทดแทนกัน  ฉะนั้น เราจะปฎิบัติธรรม ต้องปูพื้นฐานของใจเราก่อน ว่าเราพร้อมหรือยัง ถึงยังไม่มีครูบาอาจารย์  แต่เราสามารถปฎิบัติสวดมนต์ นั่งภาวนาของเราเองได้  เอาพระพุทธเจ้าเป็นประธาน  นั่นแหละ  บรมครู  วันพระ 15 ค่ำ เราเอาดอกไม้สามสี ตังค์สักบาทสองบาทก็ได้ เทียนหนัก 1 บาท ธูปหอมสามดอก หมากพลู หรือพวงมาลัยก็งาม  เอาใส่ถาด แล้วกำหนดจิตว่า  เครื่องสักการะของนู๋นี้ ตั้งขึ้นมาบูชาครู  ลูกขอยึดเอาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน  ขอบารมีองค์สมเด็จฯท่าน ได้โปรดอนุเคราะห์ สงเคราะห์ ให้ลูดได้เจอครูบาอารย์ที่เป็นพระอริยะสงฆ์ที่ดี ไม่ไกลจากบ้านนัก  ต่อจากนี้ไป  ลูกจะตั้งใจสวดมนต์ภาวนา ไม่ให้ขาด 


เราตั้งสัจจะบารมีไว้  เชื่อว่าพระท่านต้องเห็นใจเรา  สักวันเราก็ต้องพบเจอเพื่อนกัลยาณมิตร และครูบาอาจารย์ดี ๆ มาอนุเคราะห์สงเคราะห์กับเรา สักวัน  แต่ว่า ก่อนที่จะพบครูดี  เราต้องปูพื้นใจเราก่อน  เราต้องสร้างบารมีธรรมในใจเราก่อน  ถ้าเราไม่ทำตอนนี้  ใครจะมาสงเคราะห์ อนุเคราะห์เรา  พี่ชายภู  เริ่มจาก  การนำพระบรมสารีริกธาตุเข้ามาให้คนในองค์กรได้กราบไหว้บูชาก่อน  จากนั้น  สิ่ง ดี ๆ ก็เริ่มเข้ามา ได้รู้ ได้พบกับคนที่มีความสามารถพิเศษ  ถึงจะจัดว่าไม่ดีนัก  แต่ก็ช่วยเป็นกำลังใจได้พอสมควร  จากนั้น ก็ได้พบหลวงพี่ ที่ชายภูให้ความนับถือท่านมาก  ได้อนุเคราะห์ ให้ความรู้เรื่องที่เราไม่เข้าใจหลาย ๆ เรื่องได้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง นี่มันค่อย ๆ เป็นลำดับลำดาแบบนี้  ค่อย ๆพัฒนา  จากศูนย์  มาเป็นลำดับ  ถ้าไม่เริ่นนับ 1 2 3  วันนี้ รอโอกาสจังหวะ  มาหา  เมื่อไรเล่าจะได้พบเจอ  ต้องปูพื้นใจเราให้พร้อมก่อนจ๊ะ m164
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว
เราคือจิต  จิตคือเรา...