Author Topic: วิธีสร้างบุญบารมี  (Read 757 times)

0 Members and 2 Guests are viewing this topic.

ภูจ้อก้อ

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 659
  • จิตดวงเดียว....ท่องเที่ยวไป
Re: วิธีสร้างบุญบารมี
« Reply #15 on: November 10, 2010, 02:21:59 pm »
เนื้อตัวร่างกายของเรา เมื่อได้แยกส่วนออกมาดูแล้วก็มิได้มีตัวตนที่ตรงไหนแต่อย่างใด เป็นเพียงแค่เนื้อหนัง กระดูก ตับไต ไส้ กระเพาะ เส้นเอ็น พังผืด เนื้อเยื่อ มันสมอง ไขข้อ ฯลฯ มาเกาะกุมกัน ตัวตนของเราไม่มี  ครั้นเมื่อแยกอวัยวะย่อย ๆ ดังกล่าวออกไป จนถึงหน่วยย่อย ๆ ของขีวิต คือ เซลล์เล็ก ๆ ที่มาเกาะกุมรวมกัน ก็จะเห็นว่าเซลล์เอง ก็เนื่องมาจากแร่ธาตุทั้งหลายซึ่งไม่มีชีวิตจิตใจ มารวมกันเป็นกลุ่มก้อนเล็ก ๆ ไม่มีตัวตนของเราแต่อย่างใด  แม้แร่ธาตุต่าง ๆนั้นก็เนื่องมาจากพลังงานโปรตอน และอิเล็กตรอนเท่านั้น หาใช่ตัวตนของเราแต่อย่างใดไม่ ที่หลงกันอยู่ว่าตัวเราของเรา หาที่ไหนมิได้เลย ทุกสรรพสิ่ง ที่ดิ้นรนแสวงหาสะสมกันเข้าไว้ ในที่สุดก็ต้องทิ้งจาก  ซึ่งป่วยการที่จะกล่าวไปถึงสมบัติที่จะนำเอาติดตัวไปด้วย  แม้แต่เนื้อตัวร่างกายที่ว่าเป็นของเรา ก็ยังเอาติดตัวไปไม่ได้   และก็เป็นความจริงที่ได้เห็นและรู้กันมานานนับล้าน ๆ ปีคนแล้วคนเล่า ท่านทั้งหลายที่ได้เคยยิ่งใหญ่ ด้วยอำนาจยศศักดิ์ อำนาจ วาสนา และทรัพย์สมบัติในอดีตกาล จนเป็นถึงมหาจักรพรรดิ์ มีสมบัติที่สร้างสมมาด้วยเลือด และน้ำตาของผู้อื่นจนค่อนโลก  แต่แล้วในที่สุด ก็ต้องทิ้งต้องจากสิ่งเหล่านี้ไป
แม้แต่เนื้อตัวร่างกายของท่าน ที่เคยยิ่งใหญ่ จนถึงกับเป็นผู้ที่ไม่อาจจะแตะต้องได้ แต่แล้วก็ต้องทอดทิ้งจมดินและทราย จนในที่สุดก็สลายไป จนหาไม่พบว่า เนื้อ หนัง กระดูก ขน เล็บ ตับ ไต ไส้ กระเพาะ ของท่านไปอยู่ที่ตรงไหน คงเหลืออยู่แต่สิ่งที่เป็น ดิน น้ำ ลม และไฟ ตามสภาพเดิมที่ก่อเกิดกำเนิดมาเป็นตัวของท่านแต่เพียงชั่วคราวเท่านั้น แล้วตัวของเราท่านทั้งหลายก็เพียงเท่านี้  มิได้ยิ่งใหญ่เกินไปกว่าท่านในอดีต จะรอดพ้นจากสัจธรรมนี้ไปได้หรือ
 
เมื่อความเป็นจริงก็เห็น ๆ กันอยู่เช่นนี้แล้ว เหตุใดเราท่านทั้งหลายจึงต้องพากันดิ้นรนขวนขวาย สะสมสิ่งที่ในที่สุดก็จะต้องทิ้ง จะต้องจากไปซึ่งเท่ากับเป็นการทำลายวันเวลาอันมีค่าของพวกเรา  ซึ่งก็คงมีไม่เกินคนละ 100 ปี ให้ต้องโมฆะเสียเปล่าไป  โดยหาสาระประโยชน์อันใดมิได้เหตุใดไม่เร่งขวนขวายสร้างสมบุญบารมี  ที่เป็นอริยทรัพย์อันประเสริฐซึ่งจะติดตามตัวไปได้ในชาติหน้า
แม้หากสิ่งเหล่านี้จะไม่มีจริง ดังที่พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ อย่างเลวพวกเราก็เพียงเสมอตัว มิได้ขาดทุนแต่อย่างใด หากสิ่งที่พระพุทธองค์ได้ตรัสสอนไว้มีจริง  ดังที่ปราชญ์นอดีตกาลยอมรับ แล้วเราท่านทั้งหลายไม่สร้างสมบุญและความดีไว้  สร้างสมแต่ความชั่วและบาปกรรม ตามติดตัวไป เราท่านทั้งหลายมิขาดทุนหรือ เวลาในชีวิตของเราที่ควรจะได้ใช้ให้เป็นประโยชน์ กลับต้องมาโมฆะเสียเปล่า ก็สมควรที่จะได้ชื่อว่า เป็น  ?โมฆะบุรุษ?   โดยแท้ 

















จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว
เราคือจิต  จิตคือเรา...

ภูจ้อก้อ

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 659
  • จิตดวงเดียว....ท่องเที่ยวไป
Re: วิธีสร้างบุญบารมี
« Reply #16 on: November 10, 2010, 02:28:35 pm »
 m160จบแร้วคร๊าบ  ยาวมาก ๆ    แต่ก็อยากให้ "พยายามอ่าน ๆ "  ทบทวนไปมา  การอ่านธรรม   ไม่ใช่อ่านนิยาย  เราอ่านครั้งแรก  กับ ครั้งสุดท้าย  จะได้ความรุ้ที่ต่างกัน  คือบทธรรม  ยิ่งอ่านซ้ำ อ่านซ้ำ ทบทวนไปมา  ก็จะเข้าใจมากขึ้น มากขึ้น  บทธรรมของพระสังฆราช นี่ผมถือว่า สุดยอด สุด ๆ แล้ว  ถ้าใครไม่มีครูบาอาจารย์เป็นหลักแหล่ง  เอาแค่เรื่องเดียวนี่ ทำได้ตามที่ท่านสอน  คิดพิจารณาทบทวนอยู่เรื่อย ๆ  ท่านจะได้ดวงตาเห็นธรรม  และพัฒนาองค์ความรู้ของท่านเอง เป็นลำดับ ลำดา ไม่ต้องไปศึกษาที่อื่นไหนเลย  เอาของท่านมาปฎิบัติ  ก็สุดยอดแล้วครับ  ผมยืนยัน      นะครับ   /0156
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว
เราคือจิต  จิตคือเรา...

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,580
  • มารเหม่งอุ๊
Re: วิธีสร้างบุญบารมี
« Reply #17 on: November 10, 2010, 09:53:52 pm »
มาช่วยชายภูเสริมเรื่องเนื้อ10 อย่างที่พระพุทธเจ้าทรงไม่อนุญาติให้พระภิกษุฉันคือ
เนื้อมนุษย์  เพราะ มีชาติเหมือนตน
เนื้อช้าง เนื้อม้า เพราะ เป็นราชพาหนะ
เนื้อสุนัขและเนื้องู ทรงห้ามเพราะเป็นของสกปรก (ฉันเนื้อสุนัข กลิ่นตัวแรงเหมือนสุนัข เดินเข้าบ้าน สุนัขได้กลิ่นก็จะเห่าและกัด)
เนื้อราชสีห์  เสือโคร่ง  เสือเหลือง เสือดาว และ หมี ทรงห้ามเพราะเพื่อความต้องการความไม่มีอันตรายแก่พระภิกษุทั้งหลาย (พระฉันเนื้อเสือ กลิ่นตัวเหมือนกลิ่นเสือ เวลาเข้าไปอยู่ในป่า เสือก็กัด)

ครบ 10 อย่าง รูปใดฉันต้องอาบัติทุกกฏ
แต่นมสดของสัตว์ที่มีเนื้อเป็นอกัปปิยะ(เนื้อที่ทรงห้าม10 อย่าง) ภิกษุดื่มไม่อาบัติ

"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,580
  • มารเหม่งอุ๊
Re: วิธีสร้างบุญบารมี
« Reply #18 on: November 10, 2010, 10:13:38 pm »
ขอบคุณชายภูที่หามาให้เพื่อนๆอ่านกันค่ะ  m178 m178 m178

ถ้าเราไม่ได้ปูพื้นฐานมาจากการทำทานและรักษาศีลให้บริสุทธิ์แล้วละก็ จะมาทำวิปัสสนาเลยนี่ แทบเป็นไปได้ยากนะคะ เพราะการยกระดับจิตใจมันไม่มีทางลัดนะคะ มันต้องค่อยสร้างบารมีกันมาจนจะสมบูรณ์ได้ในที่สุด  ที่ว่าการทำวิปัสสนาลงทุนน้อยที่สุดนั้น จริงๆแล้วทำยากที่สุดเลย ถ้าไม่สะสมบารมีเรื่องการทำทานและรักษาศีลมาได้ระดับนึงแล้ว วิปัสสนาแทบไม่ต้องพูดถึง  เพราะสังเกตว่า ชวนทำทำทานง่ายมาก ทานเบื้องต้น แต่บริจาคเงินก็จบกัน คนบริจาคก็สบายใจคนชวนก็อิ่มใจ ได้บุญกัน แต่นี่ก็นับว่าดีมากๆแล้วเพราะตัดความตระหนี่ถี่เหนียวได้ เรื่องรักษาศีลก็ได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่คนที่จะตั้งใจที่จะทำนี่ก็นับว่าหากันยากแล้ว แต่ชวนทำวิปัสสนานี่มันยากเย็นกว่าจริงๆ

 m178 m178 m178
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

noochynooch

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 159
  • ทุกข์หรือสุข ตัวเราเท่านั้นเป็นคนเลือก
Re: วิธีสร้างบุญบารมี
« Reply #19 on: November 11, 2010, 11:57:37 am »
อ่านแล้วรู้สึกยากเหมือนกัน ต้องศึกษาอ่านบ่อยๆ อย่างตอนนี้ที่เริ่มทำก็คือการสวดมนต์ให้ได้ทุกวัน แล้วว่าจะดูความหมายของบทสวดมนต์ แค่ขั้นพื้นๆยังต้องฝืนๆบ้างเลยค่ะ เรื่องการทำบุญกับพระสงฆ์ บางครั้งจิตที่ยังไม่ได้ศรัทธาก็มีบ้าง เราไปเห็นพระไปสถานที่ที่คิดว่าไม่เหมาะก็คิดอีก บางครั้งทำบุญไปเห็นแล้วเกิดคิดไม่ค่อยจะดี  /046 คงเป็นเพราะใจของเราด้วย สภาพสังคมด้วย ไม่ต้องอะไรอย่างสื่อสิ่งพิมพ์ที่สื้อไป สิ่งดีๆจรรโลงใจไม่ค่อยสื่อ เน้นไปทางข่าวสารทางลบ ทำให้คิดว่าคนกลุ่มหนึ่งที่เลือกไปทำบุญแบบอื่นแทนก็มีมาก
ความทุกข์ไม่เคยยึดติดเรา มีแต่เราต่างหากที่ยึดติดความทุกข์
ความสุขไม่เคยไปจากใจเรา มีแต่เราต่างหากที่ไม่เคยถนอมมันไว้ในใจของเรา @vajiramedhi

ภูจ้อก้อ

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 659
  • จิตดวงเดียว....ท่องเที่ยวไป
Re: วิธีสร้างบุญบารมี
« Reply #20 on: November 11, 2010, 01:32:03 pm »
  /0156ในวงการผ้าเหลือง  ก็มีทั้งพระแท้ และพระเก้  อาจารย์ผมว่า  ดีที่สุดก็ในวงการนี้  เลวที่สุดก็อยู่ในนี้  เพราะโลกเรามันมีของคู่กัน มีด้านสว่าง ก็ต้องมีด้านมืด  มีคนที่ดีที่สุด  ก็จะมีคนเลวที่สุดแฝงมาด้วย    บุญ เกิดที่เจตนาของเรา  ถ้าเราตั้งใจทำแล้ว ก็อย่าลังเลสงสัยใด ๆ  คือตอนทำก็คิดเสียหน่อย  แต่พอทำแล้ว  ไม่ต้องคิดแล้ว  ดีไม่ดี ก็ช่าง  เราทำไปแล้ว  กุศลเกิดแล้ว เจตนาเราดี  ใช้ได้  ให้คิดก่อนทำ  แต่ทำไปแล้วไม่ต้องไปคิดมัน ถ้ามัวแต่ระแวงสงสัย ดีไม่ดี  ดี ไม่ดี   กุศลก็จะได้น้อย ท่านให้ตั้งใจคิดไว้แบบนี้   ส่วนเรื่องการปฎิบัติ  ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป  แรก ๆ ก็ทำบุญ  แล้วค่อยมาสวดมนต์  ถือศีล ภาวนา  และก็พิจารณา ตามที่สมเด็จฯ ท่านสอนไว้  ถ้าเราท้อถอย คือ ความพ่ายแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม  อย่าดูถูกตัวเองว่า ทำไม่ได้  ไม่มีใครเก่งมาแต่เกิด น๊ะจ๊ะ..  การภาวนา  ก็ไม่ใช่ว่า จะนั่งนิ่งสงบไปทุกครั้ง  อย่างพี่ชายภูทำมาก็สักระยะ  ก็ยังไม่ได้ถึงว่าดี  ก็มีฟุ้ง บางครั้งเอาไม่อยู่จริง ๆ  ต้องเลิก  บางครั้งก็หันมาพิจารณาสลับกันไป  ถ้าทำไปมาแล้วไม่ได้เรื่อง  ก็เลิก  วันหน้าเอาใหม่  หรือมีโอกาศก็ทำใหม่  คืออย่าไปยอมแพ้   แพ้ก็เอาใหม่ ทำใหม่ แบบนี้  ขอให้มีจิตตั้งมั่นที่จะเพียรพยายาม   ถือว่าใช้ได้แล้ว เบื้องต้นต้องปูพื้นของใจให้มั่นคงก่อน  ผลนะ ไปวัดเอาทีหลัง  ขอเพียงอย่าถอดใจยอมแพ้  ให้กิเลสมารทั้งหลายเข้ามาเกาะใจ  ถ้าเราไม่เดินทางดี  จิตมันก็ดิ่งไปทางชั่ว ไอ้ที่จะเดินทางกลาง ๆ  ประเภทว่า "ชั่วไม่มี ดีไม่ปรากฎ "  อยู่ในทางสายกลาง ๆ นะ  ทำยาก   ส่วนใหญ่ ไม่ดี ก็ชั่ว  บางวัน ก็ชั่ว ๆ ดี ๆ  ปะปน กันไป  มันก็ยังดี ที่ยังมีแต่ชั่วเกาะใจตลอดนะ /0156
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว
เราคือจิต  จิตคือเรา...

noochynooch

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 159
  • ทุกข์หรือสุข ตัวเราเท่านั้นเป็นคนเลือก
Re: วิธีสร้างบุญบารมี
« Reply #21 on: November 12, 2010, 03:50:56 pm »
ขอบพระคุณมากค่ะพี่ชายภู อ่านแล้วเกิดกำลังใจมากขึ้น ถึงแม้บางครั้งก็รู้สึกว่าบางครั้งชีวิตก็มีอุปสรรค แต่ก็โชคดีมากๆที่ชาตินี้ได้เกิดอยู่ในศาสนาพุทธที่เน้นสอนเรื่องความจริงของโลก  m178     
ความทุกข์ไม่เคยยึดติดเรา มีแต่เราต่างหากที่ยึดติดความทุกข์
ความสุขไม่เคยไปจากใจเรา มีแต่เราต่างหากที่ไม่เคยถนอมมันไว้ในใจของเรา @vajiramedhi