Author Topic: ช่วงเข้าพรรษา  (Read 3889 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,580
  • มารเหม่งอุ๊
ช่วงเข้าพรรษา
« on: August 28, 2008, 12:07:02 pm »
เรื่องเล่าตามประสาอุ๊...  อ่านแล้วอย่าเพิ่งคิดว่าอุ๊เป็นคนดีซะเหลือเกิน หรือว่าอุ๊จะไปบวชนะคะ  ไม่ใช่ๆ อุ๊ยังเป็นคนธรรมดาและไม่ใช่นางฟ้าเทวดามาจากไหน ยังยืนยันค่ะ คิดว่าอ่านเป็นเรื่องแก้เครียดจากการทำงานก็ได้ (หรือว่าจะเครียดไปอีกสำหรับบางคน)

ในช่วงตั้งแต่เริ่มเข้าพรรษาที่ผ่านมา แม่, อุ๊และน้องทราย ก็ตั้งใจกันไว้ว่าเราจะไปถือศีล8กันอาทิตย์ละ2วัน กับครูบาอาจารย์พ่อหลวง เราตั้งใจกันไว้แบบนั้นส่วนพ่อก็อยู่เฝ้าร้าน  พ่อเรียกพวกเราสามคนว่า นักแสวงบุญ ส่วนพ่อก็ทำอยู่ที่บ้านไปก่อน ลูกๆจะเอาบุญมาฝาก

การถือศีล8ก็จะเหมือนกับศีลอุโบสถ ต่างกันแค่คำอาราธนา และการหมดอายุของศีล  อุโบสถศีล จะนิยมปฏิบัติกันตั้งแต่วันพระ และจะไปหมดอายุของศีลเมื่อตะวันรุ่งของอีกอันนึง หรือเรียกว่า วันหนึ่งกับคืนหนึ่ง   ส่วนศีล8ก็ไม่มีการหมดอายุ ถือกันไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะหยุดเอาเอง  ซึ่งเมื่อหยุดจากศีล8ก็มาลงที่ศีล5ตามปรกติ  ซึ่งจะมีขาดมั่งตกมั่งก็ยังดีกว่าไม่ถือศีลเอาเสียเลย

มาย้อนถึงอุโบสถศีลหรือศีลแปดก่อน ว่ามีอะไรนัก
1. ปาณาติปาตา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ
เว้นจากการฆ่าสัตว์
2. อทินฺนา ทานา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ
เว้นจากการลักสิ่งของที่ผู้อื่นมิได้ให้
3. อพฺรหฺมจริยา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ
เว้นจากการประพฤติผิดพรหมจรรย์
4. มุสาวาทา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ
เว้นจากการพูดปด พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ
5. สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ
เว้นจากการดื่มสุราเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
6. วิกาลโภชนา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ
เว้นจากการบริโภคอาหารในยามวิกาล (หลังเที่ยงถึงวันใหม่)
7. นจฺจคีตวาทิตวิสูกทสฺสนา มาลาคนฺธวิเลปนธารณมณฺฑนวิภูสนฏฺฐานา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ
เว้นจากการฟ้อนรำขับร้อง ประโคมดนตรี และประดับร่างกายด้วยดอกไม้ของหอม เครื่องประดับ เครื่องทา เครื่องย้อม
8. อุจฺจาสยนมหาสยนา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ
เว้นจากการนั่งนอนเหนือเตียงตั่ง ที่เท้าสูงเกิน ภายในมีนุ่นหรือสำลี

วิธีอ่านคำบาลีนะคะ  ตัวกลมๆสีดำที่อยู่ใต้ตัวอักษร จะทำหน้าที่เป็นตัวสะกดค่ะแล้วก็ใส่ไม้หันอากาศลงไปในคำนั้นด้วย  และ ตัวกลมๆที่อยู่ด้านบนตัวอักษร จะต้องอ่านโดยใส่ ไม้หันอากาศ  และงองู เป็นตัวสะกดเข้าไปนะคะ เช่น สิกฺขาปทํ   อ่านว่า สิก + ขา+ ปะ+ ทัง   หรือ นจฺจคีตวาทิตวิสูกทสฺสนา จะอ่านว่า นัจ+จะ+คี+ตะ+วา+ทิ+ตะ+วิ+สู+กะ+ทัส+สะ+นา  ไม่ยากค่ะๆ ลองฝึกอ่านดูถ้าใครชอบอ่านบาลีนะคะ
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,580
  • มารเหม่งอุ๊
Re: ช่วงเข้าพรรษา
« Reply #1 on: August 28, 2008, 12:14:28 pm »
มาดูที่ข้อ1-5 ก็จะเหมือนกับการศีล5ทั่วๆไป

ต่างตรงข้อที่3  คือ ศีล5โดยปรกตินี่ จะมีการร่วมสามีภรรยากันได้ แต่ห้ามผิดลูกผิดเมีย หรือหญิงชายที่ไม่ใช่คู่ของตน  แต่ถ้าเป็นศีล8  ก็จะห้ามการร่วม ใดๆทั้งหมด เรียกว่าประพฤติพรหมจรรย์ คือไม่มีการร่วมหลับนอนกัน ถูกเนื้อต้องตัวกัน

ส่วนข้อที่6-8 ที่เพิ่มเข้ามา ก็เป็นดังคำอธิบายภาษาไทย  ถ้าสังเกตกันให้ดี ศีล8นี้จะละเอียดกว่าศีล5ก็ตรงไประงับของบ่อเกิดของกิเลสทั้งหลายที่จะเข้ามา 

เช่นข้อ6 เว้นจากการบริโภคอาหารในยามวิกาล (หลังเที่ยงถึงวันใหม่)  การทำดังนี้ก็เพื่อให้ร่างกายที่เป็นขันธ์5(อ่านความหมายของขันธุ์5 ข้างล่างนะคะ) ของเราอ่อนกำลังลง เพราะกายกับจิต มันส่งเสริมกันและกัน  อุ๊คิดเองนะว่า มันเหมือนกับการที่เราจะฝึกสัตว์สักตัวนึง เคยอ่านว่าโรงละครสัตว์ในต่างประเทศ เวลาที่เค้าฝึกสัตว์ป่าที่ดุๆโหดร้ายๆ เค้าจะใช้วิธีให้อดอาหารจนอ่อนกำลัง เมื่ออ่อนกำลังแล้วสัตว์ที่ร้ายๆก็เชื่องขึ้น ว่าง่าย สอนง่าย   แล้วตอนนี้เราก็จะมาฝึกจิตของเราที่มันแสนจะซุกซน โลดแล่น  ก็คงใช้วิธีเดียวกัน คือการลดอาหาร  เมื่อกายไม่ค่อยมีอาหาร ดวงจิตจะไม่ซุกซน ไม่เที่ยวไหนไกล อยู่ในร่างกายที่ล้าๆที่แหละ  เพราะว่าร่างกายเมื่อแข็งแรงเนื่องจากมีอาหารสมบูรณ์อิ่มท้องมากๆ ดวงจิตก็จะเริ่มซุกซนละ ว่าทำไรดีน๊า เที่ยวไหนดีน๊า  ซุกซนไปเรื่อย ฟุ้งซ่านไปเรื่อย กิเลศต่างๆก็จะเข้ามา  ซึ่งท่านครูบาอาจารย์หลายท่าน  ก็เคยบอกไว้อย่างนี้เช่นกัน จำได้ว่าอ่านหนังสือของหลวงตาบัว ท่านบอกว่า ท่านเหมาะกับการอดอาหารมาก ท่านทานน้อยมากจนผอม เพื่อที่จะทำสมาธิได้ง่ายขึ้น ตอนนั้นท่านผอมเหลือแต่กระดูก

ดังนั้นสภาพจิตในตอนนี้ก็จะเริ่มพร้อมที่จะเข้าสู่การฝึก


ขออธิบายเรื่องขันธ์5 ว่ามีอะไรนัก  เพื่อนๆอาจจะเคยได้ยิน แต่ไม่รู้ความหมาย

ขันธ์ แปลว่า กอง, หมวด, หมู่, ส่วน ในทางพุทธศาสนาหมายถึงร่างกายของคนเรา คือแยกร่างกายออกเป็นส่วนๆ ตามสภาพได้ 5 ส่วน หรือ 5 ขันธ์ คือ

รูป ได้แก่ ส่วนที่ผสมกันของธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ เช่น ผม หนัง กระดูก โลหิต

เวทนา ได้แก่ ระบบรับหรือรู้สึกสิ่งที่สัมผัสทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ

สัญญา ได้แก่ จำสิ่งที่ได้รับและรู้สึกนั้นๆ

สังขาร ได้แก่ ระบบคิดปรุงแต่ง แยกแยะสิ่งที่รับรู้สึกและจำได้นั้นๆ

วิญญาณ ได้แก่ ระบบรู้สิ่งนั้นๆ หลังจากแยกแยะแล้ว

ขันธ์นี้ อาจเรียก "ขันธ์ 5" เบญจขันธ์ หรือ ขันธปัญจก ก็ได้

"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,580
  • มารเหม่งอุ๊
Re: ช่วงเข้าพรรษา
« Reply #2 on: August 28, 2008, 12:17:05 pm »
และข้อที่7 เว้นจากการฟ้อนรำขับร้อง ประโคมดนตรี และประดับร่างกายด้วยดอกไม้ของหอม เครื่องประดับ เครื่องทา เครื่องย้อม
งดเว้นแบบนี้เพื่ออะไร  เพื่อให้จิตใจไม่หลงไปกับสิ่งเย้ายวนทั้งหลาย  ทั้งเพลงเพราะๆ ทั้งแป้งหน้านวล ปากแดงๆ กลิ่มหอมๆ เสื้อผ้าสวยๆงามๆ  สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นเครื่องเย้ายวนทั้งนั้น

และข้อที่8เว้นจากการนั่งนอนเหนือเตียงตั่ง ที่เท้าสูงเกิน ภายในมีนุ่นหรือสำลี
การนอนหลับด้วยที่นอนหนาๆนุ่มๆ มันสบายเกินไป เมื่อสบายแล้วเรามักฟุ้งซ่าน วาดฝันจินตนาการไปต่างๆนาๆ  ที่ไม่ควรอยากควรมีก็บังเกิดขึ้น เป็นช่องทางของมารให้เข้ามา  นอนที่นอนแข็งๆ นอนพื้นเพียงแค่เสื่อปู ลำบากๆหน่อย จินตนาการมันไม่บังเกิด  ดวงจิตไม่ซุกซน 

เหล่านี้คือ เนื้อหาของศีล8
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,580
  • มารเหม่งอุ๊
Re: ช่วงเข้าพรรษา
« Reply #3 on: August 28, 2008, 12:18:21 pm »
ข้อที่ลำบากสุดของอุ๊ก็คือข้อที่8 เพราะเป็นคนติดที่นอนนุ่มๆ นอนพื้นก็แทบไม่ต้องหลับต้องนอน ปวดตามตัวไปหมด  บางทีมาปฏิบัติที่บ้าน ก็นอนพื้นในห้องนอนตัวเอง เอาเสื่อมาปู ผ้าห่ม หมอนใบ  ตาเจ้ากรรมก็หันไปมองที่นอนหนาๆนุ่มๆของตัวเอง  นอนพื้นเย็นๆมันลำบากจริงๆ สู้กับกิเลศของตัวเองมันยั่วเย้าสนุกดีเหมือนกัน ก็ได้แต่คิดว่า ทำไมน๊อ เราต้องทำแบบนี้ แต่ก็ตั้งมั่นไว้แล้วว่าจะทำให้ได้  ตามที่หนังสือที่อ่านมา ครูบาอาจารย์ที้งหลายปฏิบัติลำบากมากกว่านี้ไม่รู้กี่ล้านเท่ากว่าที่ท่านจะตัดกองทุกข์ กองกิเลสทั้งหลายให้หมดไป  เราก็หวังว่าเราจะตัดกิเลสออกไปบ้างให้ได้ได้มากเท่าที่พอจะทำได้ เพื่อให้ชีวิตพบกับความสุขที่แท้จริง
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,580
  • มารเหม่งอุ๊
Re: ช่วงเข้าพรรษา
« Reply #4 on: August 28, 2008, 12:20:59 pm »
ส่วนข้อที่6 ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไร  ก็กินมื้อเดียวตอนเช้า เพราะว่าครูบาอาจารย์ที่เราไปพึ่งบารมีท่านปฏิบัติธรรม ท่านก็ฉันมื้อเดียว   พอตอนค่ำๆก่อนนอน ท้องจะร้องจ๊อกๆ ก็จินตนาการไปถึงอาหารเหมือนกัน แต่ก็ดื่มน้ำปานะ น้ำหวานได้  ก็ไม่มีปัญหา  เรื่องน้ำปานะ  หลายๆคนไม่รู้ว่าน้ำปานะคืออะไร ไปคิดว่าดื่มน้ำนมได้ ดื่มน้ำนมถั่วเหลืองได้  จริงๆแล้วไม่ใช่  เคยเห็นหลายๆคนชอบเอานมไปถวายพระ จริงๆไม่ได้ พวกนมทั้งหลาย น้ำธัญญาพืชทั้งหลาย ไม่ใช่น้ำปานะที่ถูกต้องถ้าพวกที่ถือศีล8หรือพระภิกษุสงฆ์ จะมาดื่มหรือฉันน้ำนมถั่วเหลือ กาแฟ อะไรทั้งหลายหลังเที่ยงไปแล้วก็ถือว่าศีลขาด ถ้าเป็นพระก็อาบัติปาจิตตีย์  แต่สังเกตดูว่ามีหลายวัดที่พระไม่รู้  โยมไม่รู้  ก็ทำให้ผิดกันต่อๆมา   ซึ่งน้ำปานะบางคนแปลว่าน้ำผลไม้ แต่ในผลไม้ก็ยังมีผลไม้ต้องห้ามอีกเช่นกัน  พระพุทธเจ้าก็ทรงห้ามผลไม้อีก มี9ชนิดที่จะมาดื่มหลังเที่ยงไม่ได้คือน้ำจาก ผลตาล   ผลมะพร้าว   ผลขนุน   ผลสาเก    น้ำเต้า    ฟักเขียว    แตงไท   แตงโม   ฟักทอง  เพราะน้ำผลไม้จากพวกนี้จะให้กำลังงาน  ดังนั้นน้ำปานะ ไม่ควรจะเป็นของพวกนี้   ผลไม้ที่ทรงอนุญาตก็มีดังนี้ หวาย มะชาม  มะงั่ว  มะขวิด  สะคร้อ   และเล็บเหยี่ยว  เป็นพวกผลไม้เม็ดเล็ก ไม่โตกว่าผลมะตูม ขนาดเท่ากำปั้น และน้ำผลไม้พวกนี้ก็ต้องเอามาคั้นมากรองจนไม่มีกาก  และไม่ทำให้สุกด้วยไฟ อีก   พอก่อนดีกว่า เรื่องน้ำปานะ... เดี๋ยวจะยาวไป
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,580
  • มารเหม่งอุ๊
Re: ช่วงเข้าพรรษา
« Reply #5 on: August 28, 2008, 12:57:49 pm »
หมดเรื่องศีลละ  ขอนอกเรื่องนิดนึง...วันก่อนอุ๊ดูทีวี รายการนึงเค้าไปประเทศภูฏาน  เค้าบอกว่าประเทศนี้ ถือศีล5กันทั้งประเทศ แถมกินมังสวิรัติ เรื่องการฆ่าสัตว์มาทำอาหารคงไม่มี  ฟังแล้วรู้เลยว่า ประเทศนี้ต้องน่าอยู่มากๆ  ถ้าคนทั้งประเทศถือศีล5แล้ว ก็คงแทบไม่ต้องมีกฏหมายก็ว่าได้  เพราะแค่ทำศีล5ให้ครบ ก็ไม่ทำให้ใครเดือดเนื้อร้อนใจกันแล้ว  ....อยากไปภูฏาน...

มาต่อๆๆ...เดี๋ยวจะนอกเรื่องไปไกล


มีหลายคนถามอุ๊ว่า  ทำแบบนี้ไปทำไม ไปวัดทำไม ไปวิปัสสนาไปทำไม ดูไร้สาระ ไม่เห็นมีประโยชน์  เอาเวลามาทำงาน ทำมาหากิน จะดีกว่า บางคนบอกว่า เค้าเป็นคนดีอยู่แล้ว ไม่ได้เบียดเบียนใครอยู่แล้ว แต่ใครอย่ามาทำเราก่อนก็แล้วกัน  ซึ่งคำพูดเหล่านี้ อุ๊จำได้ว่าเคยเถียงพ่อเถียงแม่มาก่อนแล้วเหมือนกัน เนื่องจากไม่อยากไปวัด(จริงๆการศึกษาธรรมะของพระพุทธเจ้าไม่ต้องไปวัดหรอกค่ะ  แต่การไปวัดคือเราไปหาครูบาอาจารย์เพื่อสอนแนะนำเรา เพราะเราเองไม่ได้ตรัสรู้ได้เองเหมือนพระพุทธเจ้า เราจึงต้องมีครูบาอาจารย์ชี้แนะ  การอ่านเอาเองจากหนังสือบางครั้งก็มีการเข้าใจผิดของเราเอง เห็นผิดเห็งแล้วคิดว่าถูกต้อง  ดังนั้นครูบาอาจารย์จะช่วยเราตรงนี้ได้  การเลือกครูบาอาจารย์ก็สำคัญยิ่งๆๆๆๆ เพราะว่า ถ้าครูผิดก็สอนผิดอีกเช่นกัน) ไม่อยากทำ ไม่อยากลำบากเพราะติดสบาย  ให้อดนอนทำงานซะดีกว่าไปนั่งสมาธิ เดินจงกรม  แต่ถ้าของพวกนี้ไม่มีประโยชน์อยู่จริง พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าคงไม่ดำรงอยู่ถึง2551 ปีแถมยังนำมาปรับใช้ได้ทุกยุคทุกสมัยได้หรอก อุ๊เชื่ออย่างนั้น

แต่ก็มีเรื่องจริงที่ว่า คนที่ไม่เจอกับความทุกข์ที่แท้จริงจะไม่มีทางไปพึ่งพระพุทธศาสนา  อันนี้ก็จริง เห็นด้วย  คนที่เจอแต่เรื่องสนุกๆ ไม่เคยทุกข์ใจ จะให้ไปวัด คงยาก ยากจริงๆ เพราะการไปวัด ไปปฏิบัติธรรมจริงๆมันไม่เหมือนการไปเที่ยวพักผ่อน ไม่ได้ไปเพื่อความโก้เก๋ ตามสมัยนิยม ไปขอหวยโชคลาภ หรือตามเพื่อนๆไปหนุกๆ การไปแบบนี้จะไม่มีประโยชน์เลยแถมไปสร้างความรำคาญให้กับคนที่เค้าต้องการไปปฏิบัติจริงๆอีกด้วยซ้ำ

เห็นหลายคนที่ จะเข้าวัดหาธรรมะมาบำบัดความร้อนใจ ทุกข์ใจ ก็ต่อเมื่อเค้าคนนั้น หาทางออกทางโลกไม่ได้แล้ว เมาจนหัวราน้ำก็ยังแก้ไขปัญหาไม่ได้ ประชดชีวิต เสียเงินทอง เสียเรื่องผู้หญิง เรื่องผู้ชาย ไขว่ขว้ามากมาย ไปมากมาย ก็ยังหาความสุขใจ ความสงบใจอย่างจริงๆไม่ได้เสียที   แล้วถามว่าทำไมเราจะต้องรอให้เกิดทุกข์ขนาดนั้น แล้วจะไปเข้าทางพระพุทธศาสนา บางทีมันก็สายเกินไป  แก้ไขไม่ได้ ตายไปเสียชาติเกิดไปก่อนก็มี  บางคนตายโดยทิ้งเรื่องลำบากๆไว้ให้คนข้างหลังก็มี  แบบมืดมามืดไปก็มีเยอะ  ดังนั้นการเข้าวัดตอนจิตใจที่มันแย่ๆมากๆมันก็เปรียบเหมือนคนที่กำลังป่วยหนักๆ เกินเยียวยาจะเอาอาหารดีๆใส่เข้าไป ยาดีๆเข้าไปบางทีร่างกายมันรับไม่ไหว รับไม่ได้ ก็ต้องตายไปเสียก่อน สายไปแล้ว...  ดังนั้นการเข้าศึกษาธรรมะตอนที่ร่างกายยังดี จิตใตยังดี จะไปได้เร็วและดีกว่า เพราะร่างกายและจิตใจรับได้ นำมาปฏิบัติและจะเห็นได้จริง ทำได้จริง เป็นของจริง ไม่ใช่ของจอมปลอมหลอกลวงกัน  จริงๆที่มานั่งเล่านั่งเขียน ก็อยากให้เรื่องเล่าธรรมะเป็นหางอึ่งของอุ๊  ได้พอมีประโยชน์กับคนที่ลำบากๆ ไม่มากก็น้อย ให้จาก มืดมาแล้วสว่างไป ก็ยังดี  เกิดมาแล้วได้ส่งเสริมกันบ้างก็จะดีมากๆ

การจะประสบความสำเร็จในชีวิตและการงาน ไม่ได้ใช้แค่สมอง ปัญญา หรือโชคช่วย แต่มันต้องมีทั้งสติ และศีล และธรรม เพราะทำอย่างไม่มีคำว่าฟลุคในศาสนาพุทธ  ทุกอย่างมีที่ไปที่มา เป็นเหตุและเป็นผลกัน คุณทำอย่างไรไว้ คุณก็จะได้รับในสิ่งนั้น  เคยทำอะไรไว้ สิ่งนั้นก็จะมาส่งถึงคุณแน่นอน...จะช้าหรือเร็ว ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ทำไว้ หนักหนาหรือเบาบาง


« Last Edit: August 28, 2008, 01:00:20 pm by wanna »
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,580
  • มารเหม่งอุ๊
Re: ช่วงเข้าพรรษา
« Reply #6 on: August 28, 2008, 01:03:44 pm »
ถ้าใครได้อ่านเรื่อง เสียดายคนตายไม่ได้อ่าน ของดังตฤน ก็จะมีเรื่องราวที่ไขความลับไว้มากมายว่าทำไมเราต้องเกิดมาเป็นแบบนี้ สมอง รูปร่างหน้าตา ทรัพย์ฐานะ ทุกคนล้วนมีที่มาที่ไปของตัวเองทั้งนั้นเลย คำว่าฟลุค เฮงโดยปราศจากเหตุผล เป็นไม่มี

มาย้อนกลับมาที่คนดื้อของพ่อแม่อย่างอุ๊   .... พอฝืนทำไปสักพัก เพราะว่าไอ้ความอยากรู้อยากเห็น  และอยากได้คำตอบจากคำถามที่ถามพ่อถามแม่ไว้ แล้วพ่อกะแม่ก็ไม่ตอบ บอกว่าไปหาเอาเอง  จากนั้นก็เริ่มไปหาคำตอบเองเมื่อหลายปีก่อน  จากไอ้เด็กดื้อถือดีคนนั้นก็กลายมาเป็น คนยาก


เดี๋ยวขอ คนยาก คนนี้ ไปกินอาหารและยารักษาโรค เพื่อบำรุงขันธ์ก่อนนะคะ  หิวแล้ว เดี๋ยวจิตใจจะไม่มีพอมาเขียนเล่าต่อ
« Last Edit: August 28, 2008, 01:47:05 pm by wanna »
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,580
  • มารเหม่งอุ๊
Re: ช่วงเข้าพรรษา
« Reply #7 on: August 28, 2008, 01:55:30 pm »
มาต่อค่ะ.....
คนยากแปลว่าอะไร  ถ้าใครได้เคยสวดมนต์ทำวัตรเช้าและทำวัตรเย็น แล้วสวดแบบแปลด้วย จะเจอคำนี้ค่ะ   ยกมาท่อนนี้นะคะ

อิเม สักกาเร ทุกคะตะ ปัณณาการะภูเต  ปฏิคัณหาตุ
ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าจงรับสักการะ อันเป็นเครื่องบรรณาการของคนยาก


ตอนนั้นอุ๊ก็สงสัยมากว่า  ทำไมต้องใช้คำว่าคนยาก  คนยากแปลว่าอะไร  และแล้วอินเตอร์เนตก็ช่วยได้ค่ะ ไปหามา 

คนยาก แปลว่าดังนี้ค่ะ

 คนยาก ในที่นี้ มันยากไปหมดเลย พวกเราเป็นคนทุกข์เป็นคนยาก
ยากแค้นขาดแคลนบุญญาบารมี เกิดมาท้ายพุทธันดร ค่อนพุทธกาล
ไม่ทันสมัยพระผู้มีพระภาคเจ้า เหล่าพระอริยะเจ้า เหล่าพระอรหันต์ทั้งหลาย
ก็เลยเป็นความยาก เป็นความขาดแคลน นี้ประการหนึ่ง

อีกประการหนึ่ง เกิดมาในยุคที่ผู้คนเกิดมาร่วมกันด้วยบุญที่สรรค์สร้างไว้ก่อน
จึงมาแออัดยัดเยียดกันในโลกนี้ ขณะนี้เกือบจะหกพันล้านแล้ว
ชีวิตมนุษย์ในโลก ในสังคมปัจจุบันจึงเต็มไปด้วยความยาก ยากเย็นแสนเข็ญ
ดิ้นรนยื้อแย่งแสวงหา ขาดแคลนทรัพย์ภายนอก ข้าวของเงินทองที่จะดำรงชีพ
ขาดแคลนทรัพย์ภายใน จิตใจอันประกอบด้วยศีล ด้วยธรรม
 ความเมตตาปรานีที่เคยมีในจิตใจของหมู่มวลมนุษยชาติ
ก็ขาดแคลน กลายเป็นสังคมของคนยาก
คนรวยก็รวยจนล้นฟ้าเหลือแผ่นดิน คนจนก็จนไป๊ จนไป
จึงต้องเกิดมา ?กิน? ซึ่งกันและกัน กินกันก็เพราะมันยาก ที่มันยากแค้นแสนเข็ญ
ขาดแคลนคุณธรรมของศาสนา ของพระพุทธเจ้า
มันก็เลยเป็นคนยาก คนติดขัดไปหมด

(พระอาจารย์สมภพ เทศน์ในวันวิสาขบูชา)

« Last Edit: August 28, 2008, 05:27:22 pm by wanna »
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

Chatlanna

  • Guest
Re: ช่วงเข้าพรรษา
« Reply #8 on: August 28, 2008, 02:17:17 pm »
 8) 8) 8)   อ่านแล้วพอที่จะขัดเกลาจิตใจ "คนยาก" อย่างผมได้ดีเลยครับ......

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,580
  • มารเหม่งอุ๊
Re: ช่วงเข้าพรรษา
« Reply #9 on: August 28, 2008, 03:32:56 pm »
เมื่อรู้ตนแล้วว่า  เราเป็นพวกคนยาก ในหมู่ของสังคมคนยาก ในโลกโลกนี้แล้ว  จึงไม่อยากเป็นแล้วคนยากแล้ว อยากเป็นคนง่าย มั่งแล้ว....  ทำยังไง  ทำตามที่พระพุทธเจ้าเคยทำ  เพราะพุทธเจ้าก็เคยเป็นคนยากมาก่อน ท่านเป็นมนุษย์เหมือนเราๆ  เสียใจก็ร้องไห้ ดีใจก็หัวเราะ  หิวก็ท้องร้องเหมือนกัน  แต่ท่านค้นพบทางแล้ว ทางที่มีอยู่แล้ว แต่คนทั่วไปสมัยนั้นยังหาไม่เจอ แต่ท่านเจอคนแรก แล้วท่านก็เอามาสั่งสอนพวกเรา เป็นพระธรรมคำสั่งสอนที่มีมาจนถึงทุกวันนี้ก็2551ปี 

ย้อนกลับมาที่ สามคนแม่ลูก ไปฝึกธรรมะของพระพุทธเจ้ากัน  พวกเราไปทำอะไรกันนัก  พวกเรา เอาเครื่องบรรณาการไปถวายพระผู้มีพระภาคเจ้าและพระสงฆ์สาวกของพระองค์ ย้อนกลับมาที่บททำวัตร
 
อิเม สักกาเร ทุกขะตะ ปันนะ การะภูเต ปะติคันหาตุ
ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าจงรับสักการะ อันเป็นเครื่องบรรณาการของคนยากทั้งหลาย

เครื่องบรรณาการคืออะไร...
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,580
  • มารเหม่งอุ๊
Re: ช่วงเข้าพรรษา
« Reply #10 on: August 28, 2008, 03:35:39 pm »
เครื่องบรรณาการคืออะไร  จะเอาแต่เพียงดอกไม้ ธูปเทียน
เอามาจุด เอามาบูชา 
แล้วก็กลับไปสนุกสนาน เริงร่าอยู่ท่ามกลางกองฟืนกองไฟของกิเลส ตัณหา กามารมณ์
ลักษณะเช่นนี้ ไม่ควรจะกล่าวว่า บรรณาการของคนยาก

มันง่ายเหลือเกิน เพียงแค่ดอกไม้ เพียงแค่ธูปเทียน
เพียงแค่เอามาเดินเวียนรอบศาลา รอบโบสถ์ รอบวิหาร
มันจะต้อง ควรจะพิเศษกว่านั้น บรรณาการของคนยาก
เอาชีวิตทั้งชีวิต เลือดเนื้อ หัวใจ วิญญาณทั้งหมด
มายอมเป็น มายอมตาย ยกถวายบูชาพระพุทธเจ้า นี้เป็นบรรณาการของคนยาก
ชีวิตนี้สืบทอดมาด้วยบุญด้วยกรรม
ได้กระทำบุญ ได้สั่งสม ยากเย็นแสนเข็ญคับแค้น กว่าจะได้เกิดมาเป็นมนุษย์
จึงมีคำกล่าวว่า ทุลละพันจะ มะนุสสะตัง การได้เกิดเป็นมนุษย์ เป็นสิ่งที่ยาก
ที่ได้มาโดยยากนี้แหละ เอามาบูชา
การได้เกิดในอัตภาพของความเป็นมนุษย์เป็นสิ่งที่ได้มายากแสนจะยาก
คำกล่าวต่อมาว่า การเกิดขึ้นของพระพุทธเจ้าในโลกนี้ เป็นสิ่งที่เกิดมาได้ยาก
แสนจะยาก ยากเย็นแสนเข็ญ  ต่อมาอีกก็มีคำกล่าว
การได้ฟังพระสัทธรรม ที่พระพุทธเจ้าตรัสแสดง ชี้ทางออกจากโลก ออกจากวัฏสงสาร
นี้ยิ่งเป็นเรื่องยากขึ้นไปอีก
ถ้อยคำอีกคำหนึ่งว่า  ทุลละพา ขะนะสัมปะติ
การได้เกิดมา ได้ร่วมสมัย ร่วมขณะ ขณะอันดีอันงาม
ที่มีศาสนาอันดีอันงามของพระพุทธเจ้า
ขณะที่เป็นโอกาสเกื้อกูลแก่การได้ยินได้ฟัง
ขณะที่เกิ้อกูลให้ได้ปฏิบัติตามธรรมของท่าน
เป็นสิ่งที่ได้มาโดยยากแสนจะยาก
เอาความยากทั้งหมดนี้มาประมวลใส่ใจ เอามาคิด
แล้วจึงยกถวายบูชาพระพุทธเจ้า บูชาด้วยการเอาความยากทั้งหมด
ยากเย็นแสนเข็ญที่จะได้เกิดเป็นมนุษย์นี้
เอาความยากทั้งหมดนี้มาบูชาพระพุทธเจ้า  บัดนี้จะเอามาบูชา
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,580
  • มารเหม่งอุ๊
Re: ช่วงเข้าพรรษา
« Reply #11 on: August 28, 2008, 03:42:24 pm »
มาดูเครื่องบรรณาการแบบพื้นฐานของสามแม่ลูกนี้ก่อนนะคะ  การไปวัดไปทำบุญ การเตรียมอาหาร เป็นเรื่องสำคัญ  แต่เท่าที่สังเกตบ้านอุ๊ไม่ค่อยได้เตรียมพวกดอกไม้ธูปเทียนกัน เพราะไม่ชอบจุดธูป มันมีควัน เหม็นไม่ชอบ ดอกไม้ก็ไม่ได้เตรียม  เพราะคนส่วนมากเอาไปวัดวันพระกันจนล้นแจกัน เบียดเสียดยัดเยียดกันดอกไม้จนไม่เป็นดอกไม้  ก็เลยไม่ได้เอาไป เตรียมแต่อาหารไปถวายพระ  มีคนเคยบอกว่า เอาดอกไม้ไปถวายพระชาติหน้าจะสวย  แต่ครูบาอาจารย์ของเราสอนว่า คนจะสวยอยู่ที่การรักษาศีล คนที่มีศีลจะเป็นคนสวย คนจะฉลาดปัญญาดีอยู่ที่การได้ภาวนานั่งสมาธิ  และคนจะมีทรัพย์เนื่องจากการได้บริจาคทาน 
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,580
  • มารเหม่งอุ๊
Re: ช่วงเข้าพรรษา
« Reply #12 on: August 28, 2008, 03:44:38 pm »
แม่เราเป็นคนที่ตั้งมั่นในเรื่องการทำบุญเป็นที่สุด  แม่ตื่นเช้าทุกวันมาทำกับข้าวใส่บาตรพระ  แม้ที่บ้านอุ๊จะมีคนทำงานบ้าน2คน แต่แม่ก็จะตื่นเช้าเป็นปรกติมาช่วยเตรียม  แล้ววันไหนถ้าเป็นวันพระ ก็จะตื่นประมาณตี5กันหมดบ้าน มาช่วยกันทำกับข้าวไปวัด ไปทุกพระไม่เคยขาด  ทำกับข้าวมากมาย เพราะว่าเราจะเอาไปบำรุงพระสงฆ์เพื่อว่าท่านจะได้มีแรงกำลังเผยแผ่พระพุทธศาสนาต่อไป  เราเป็นลูกศิษย์ของพระพุทธเจ้า เราต้องช่วยบำรุงพระสงฆ์สาวกของท่านด้วย  แม่ทำกับข้าวไปวัดทีก็2-3 อย่าง ขนมของหวานต่างหาก  ยิ่งช่วงเข้าพรรษาด้วยแล้ว  แม่ทำ2อย่าง อุ๊อย่างนึง ทรายอย่างนึง  แบบว่าพ่อหลวง(พระอาจารย์ของเรา)จะถามเราว่า ไหนวันนี้ ไอ้ทรายทำไรมา  ไอ้อุ๊ทำไรมา คือท่านกลัวเราจะไม่ทำ ไม่ช่วยแม่ทำ มันจะบาป ไม่ดี แล้วการได้ตั้งใจทำเองเป็นบุญมาก  พวกเราลูกๆสองคนก็ต้องนึกเมนูกันไว้ตั้งแต่ตอนหัวค่ำว่าจะทำไรดี เพราะว่าท่านถาม เราจะได้มีคำตอบไง (กลัวโดนดุ)  แต่พอทำไปทำมาเราก็จะอยากทำเองนั่นแหละ  แต่ทำก็ไม่ค่อยอร่อยกันหรอก เพราะฝีมือแม่ขั้นเทพปานนั้น...
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,580
  • มารเหม่งอุ๊
Re: ช่วงเข้าพรรษา
« Reply #13 on: August 28, 2008, 03:48:27 pm »
ในช่วงเข้าพรรษานี้ นอกจากวันพระจะไปวัดกันตามปรกติแล้ว ก็ยังมีวันพิเศษคือวันจันทร์และอังคาร ที่ทรายจะหยุดงาน  ทรายเป็นหมอฟันเด็ก เสาร์อาทิตย์เป็นวันที่หยุดไม่ได้ เพราะว่าเด็กๆจะมาทำฟันเยอะ ก็เลยเป็นจันทร์และอังคารแทน  ส่วนอุ๊ก็จะไม่ได้เฝ้าร้านบางทีก็ปิดโทรศัพท์ไป สองวันนี้แหละ เป็นวันที่สามคนแม่ลูกไปปฏิบัติธรรมกันได้เต็มที่  พวกเราไปค้างกันที่วัดเลย

พวกเราเรียกกันว่าวัด เพราะไม่รู้จะเรียกยังไง จริงๆไม่ใช่วัด แต่เป็นสถานที่ที่ พ่อหลวงมาจำพรรษาอยู่  ไม่มีชื่อวัด กุฏิท่านอยู่บนภูเขาไม่สูงมาก  ตรงนั้นอยู่ในเขต เขาสอยดาว  พวกเราก็ยอู่ที่พักข้างล่างเขาในป่ายาง ที่ที่เราอยู่ เมื่อเทียบกันกับบ้านเราที่เราอยู่แล้ว ไม่ต้องพูดถึง   
แต่การจะได้ธรรมะมามันต้องไม่ใช่ของง่ายสิ  พระพุทธเจ้าท่านเป็นถึงเจ้าชาย ท่านทรงละความสบายต่างๆมาอยู่ลำบากๆในป่าในเขาก็เพื่ออะไร  พวกเราไม่ได้แม้กระผีกพี้ของท่านเลย
จริงๆแล้วในที่ที่แสนสบายนั้น มักสร้างความทุกข์แบบแสนสาหัสให้กับมนุษย์มาแล้วทั้งนั้น ลองคิดดูนะคะ....  ยิ่งติดความสบายเท่าไร ชีวิตก็ยิ่งสะสมความทุกข์ทั้งแบบทุกข์จริงๆและทุกข์ซ่อนเร้น(กลัวความสบายจะหายไป) ทั้งสิ้น
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,580
  • มารเหม่งอุ๊
Re: ช่วงเข้าพรรษา
« Reply #14 on: August 28, 2008, 03:49:50 pm »
ไว้มาต่อใหม่ค่ะ... วันนี้พักก่อน
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ