มาดูที่ข้อ1-5 ก็จะเหมือนกับการศีล5ทั่วๆไป
ต่างตรงข้อที่3 คือ ศีล5โดยปรกตินี่ จะมีการร่วมสามีภรรยากันได้ แต่ห้ามผิดลูกผิดเมีย หรือหญิงชายที่ไม่ใช่คู่ของตน แต่ถ้าเป็นศีล8 ก็จะห้ามการร่วม ใดๆทั้งหมด เรียกว่าประพฤติพรหมจรรย์ คือไม่มีการร่วมหลับนอนกัน ถูกเนื้อต้องตัวกัน
ส่วนข้อที่6-8 ที่เพิ่มเข้ามา ก็เป็นดังคำอธิบายภาษาไทย ถ้าสังเกตกันให้ดี ศีล8นี้จะละเอียดกว่าศีล5ก็ตรงไประงับของบ่อเกิดของกิเลสทั้งหลายที่จะเข้ามา
เช่นข้อ6 เว้นจากการบริโภคอาหารในยามวิกาล (หลังเที่ยงถึงวันใหม่) การทำดังนี้ก็เพื่อให้ร่างกายที่เป็นขันธ์5(อ่านความหมายของขันธุ์5 ข้างล่างนะคะ) ของเราอ่อนกำลังลง เพราะกายกับจิต มันส่งเสริมกันและกัน อุ๊คิดเองนะว่า มันเหมือนกับการที่เราจะฝึกสัตว์สักตัวนึง เคยอ่านว่าโรงละครสัตว์ในต่างประเทศ เวลาที่เค้าฝึกสัตว์ป่าที่ดุๆโหดร้ายๆ เค้าจะใช้วิธีให้อดอาหารจนอ่อนกำลัง เมื่ออ่อนกำลังแล้วสัตว์ที่ร้ายๆก็เชื่องขึ้น ว่าง่าย สอนง่าย แล้วตอนนี้เราก็จะมาฝึกจิตของเราที่มันแสนจะซุกซน โลดแล่น ก็คงใช้วิธีเดียวกัน คือการลดอาหาร เมื่อกายไม่ค่อยมีอาหาร ดวงจิตจะไม่ซุกซน ไม่เที่ยวไหนไกล อยู่ในร่างกายที่ล้าๆที่แหละ เพราะว่าร่างกายเมื่อแข็งแรงเนื่องจากมีอาหารสมบูรณ์อิ่มท้องมากๆ ดวงจิตก็จะเริ่มซุกซนละ ว่าทำไรดีน๊า เที่ยวไหนดีน๊า ซุกซนไปเรื่อย ฟุ้งซ่านไปเรื่อย กิเลศต่างๆก็จะเข้ามา ซึ่งท่านครูบาอาจารย์หลายท่าน ก็เคยบอกไว้อย่างนี้เช่นกัน จำได้ว่าอ่านหนังสือของหลวงตาบัว ท่านบอกว่า ท่านเหมาะกับการอดอาหารมาก ท่านทานน้อยมากจนผอม เพื่อที่จะทำสมาธิได้ง่ายขึ้น ตอนนั้นท่านผอมเหลือแต่กระดูก
ดังนั้นสภาพจิตในตอนนี้ก็จะเริ่มพร้อมที่จะเข้าสู่การฝึก
ขออธิบายเรื่องขันธ์5 ว่ามีอะไรนัก เพื่อนๆอาจจะเคยได้ยิน แต่ไม่รู้ความหมาย
ขันธ์ แปลว่า กอง, หมวด, หมู่, ส่วน ในทางพุทธศาสนาหมายถึงร่างกายของคนเรา คือแยกร่างกายออกเป็นส่วนๆ ตามสภาพได้ 5 ส่วน หรือ 5 ขันธ์ คือ
รูป ได้แก่ ส่วนที่ผสมกันของธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ เช่น ผม หนัง กระดูก โลหิต
เวทนา ได้แก่ ระบบรับหรือรู้สึกสิ่งที่สัมผัสทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ
สัญญา ได้แก่ จำสิ่งที่ได้รับและรู้สึกนั้นๆ
สังขาร ได้แก่ ระบบคิดปรุงแต่ง แยกแยะสิ่งที่รับรู้สึกและจำได้นั้นๆ
วิญญาณ ได้แก่ ระบบรู้สิ่งนั้นๆ หลังจากแยกแยะแล้ว
ขันธ์นี้ อาจเรียก "ขันธ์ 5" เบญจขันธ์ หรือ ขันธปัญจก ก็ได้