คนไทยกำลังชะตากรรมตก นับแต่นี้ไปคงจะต้องใช้สติและสตังค์กันมากขึ้น ประคองอารมณ์ไว้ให้ดี อย่าปล่อยสติหลุด มันยังมีอีกหลายอย่างที่ชั่วชีวิตเราเกิดมาไม่เคยเจอ แต่จะต้องเจอ อย่างน้ำท่วมใหญ่ปีนี้ เกินคาด ไม่มีใครคิดว่าจะท่วมสูงปรี๊ดปร๊าดเป็นเมตรสองเมตรอะไรขนาดนั้น แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว ก่อนน้ำท่วมใหญ่มา ผมบอกแม่ว่าน้ำจะท่วมดอนเมืองแล้ว แม่ก็ยังไม่เชื่อ คือคนที่อยู่แต่ในบ้านกับคนที่ไปพจญนอกบ้าน จะมีความคิดที่ต่างกัน จนน้ำมันท่วมถึงท้องเครื่องบินนั่นหละ ถึงจะถึงบางอ้อ
ตอนที่น้ำมายังไม่ถึงดอนเมือง ตอนนั้นผมไปช่วยเค้าขนของตรงแถวหน้าฟามร์โชคชัยฝั่งตรงข้าม ตรงที่ ศปภ. ย้ายบิ๊กแบ๊คจากวิภาวดี ไปปิดอีกที่นึง ตรงนั้นหละ เป็นที่น้ำไหลผ่าน ก่อนที่น้ำจะไหลมาเข้าดอนเมือง ทางน้ำมันผ่านมาทางนั้น บ้านเพื่อนผมถูกน้ำท่วมหนัก ประมาณเกือบ 2 เมตร เพื่อนพาลูกเมียหนีออกมาก่อนที่น้ำจะบ่าท่วมสูงจนออกไม่ได้ พอหนีมาได้ ก็ลืมว่า ได้เก็บทอ งและทรัพย์สินมีค่าไว้ในบ้านยังไม่ได้เอาออกมา คือหนีแบบสุด ๆ ข้าวของไม่ได้เก็บ ก่อนหน้านี้ก็ได้ยกหนีขึ้นบ้างแล้ว ตู้เย็น เครื่องซักผ้าฯลฯ แต่น้ำมันมาสองเมตร ยกไม่พ้น ผมเข้าไปเอาเรือลากเข้าไป ไปจอดบนโทรเวย์ หน้าวัดประยูร เดินแบกเรือกันลงมา แล้วก็จูงเข้าซอยอีกเป็นกิโล ใช้เวลาเดินทวนน้ำไปเป็นชม. กว่าจะถึง เพราะน้ำมีระดับสูง เดินไม่ง่าย ไป 4 คน จูงเรือไป 2 ลำ เปิดประตูเข้าไปในบ้าน ตกกะใจ เจ้าของบ้านเกือบช๊อค ข้าวของเครื่องใช้ ลอยอืดเต็มบ้าน แค่ 2 วัน ที่น้ำมา ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ที่ยกหนีน้ำเป็นเมตร แต่ไม่พ้น ถูกน้ำดัน ลอยหง๋ายท้องลอยอืดอยู่ในบ้าน เปิดตู้เย็นดูของยังไม่เน่า ก็เก็บเอาใส่เรือมาทั้งหมด เพื่อนขึ้นไปขนของมีค่า เสื้อผ้าและของจำเป็น ออกมาใส่เรือที่เตรียมมาได้พอประมาณ จึงสั่งถอนกำลังออกมา
ครั้งแรกนั้น ระหว่างทางที่ล่องเรือออกมา ได้พาผู้ประสบภัยที่กำลังท้องแก่ ฝ่าน้ำออกมาด้วย เรือประดิษฐที่เตรียมการไว้ก่อนน้ำท่วม ได้ทำหน้าที่ลำเลียงคนท้องแก่มาส่งจุดหมาย ระหว่างทางมีหมาน้อยว่ายตามเรามา ทำทีว่าจะขอขึ้นเรือมาด้วย แต่ว่า เรือประดิษฐของเราเป็นผ้าใบ ไม่สามารถเอาสัตว์ที่มีเล็บคมขึ้นมาได้ เดี๋ยวมันตะกุยผ้าขาด ข้าวของในเรือก็จะจมน้ำด้วย เลยต้องให้มันว่ายไปที่อื่น เพราะไม่สามารถช่วยได้ มานึกถึงมันก็สงสาร ที่ไม่สามารถช่วยมันได้ ทั้ง ๆ ที่มันก็ว่ายน้ำมาเกาะถึงเรือเรา เพื่อขอความช่วยเหลือ
ครั้งที่สอง เรามีโอกาสกลับเข้าไปอีก เพราะเพื่อนกลัวโจรจะเข้าบ้าน ผ่านเพียงสัปดาห์เดียว เราย้อนกลับไปอีก จอดรถบนโทรเวย์ คราวนี้ไม่แบกเรือลงกระไดทางด่วนแล้ว เราฉลาดขึ้น ใช้เชือกโรยเรือลงมา ซึ่งก็หวาดเสียวพอควร ระหว่างทางที่ล่องเรือ มีคนขออาศัยไปลงแฟลตตำรวจ เราก็โอเค พอไหว มีผู้หญิงสูงวัย กับแม่ลูกรวมสามชีวิต ให้เราได้ลากเข้าไปด้วย คือการเข้าไปแต่ละครั้ง จะได้งานบรรเทาทุกข์แขขไม่ตั้งใจด้วยทุกครั้ง พาผู้ประสบภัยไปส่งแฟลตตำรวจ เพราะถ้าเดินไปเอง อันตรายมาก น้ำสูงกว่าเก่าที่เคยมา ระหว่างทาง ได้เห็นน้ำที่เคยใส เห็นปูปลากู้งฝอย เปลี่ยนเป็นน้ำคลำสีดำมีกลิ่น มีปลาเน่าลอยตายเป็นระยะ เข้าบ้านไปครั้งที่สองนี่ น้ำในบ้านมีกลิ่นเหม็นมาก มีคลาบน้ำมันมีฝ้ามีเชื้อราเกาะตามผิวขยะลอยน้ำ เหม็นมาก ๆ ขอบอก หน่วยกู้ภัยจำเป็นแทบเป็นลม เพื่อนไปถอดจอทีวี 40 นิ้ว ไปฝากข้างบ้าน เพราะกัวโจรจะเข้ามาโจรกรรมเอาไป พร้อมกับถอดเครื่องกรองน้ำราคาหลักหมื่นออกมาด้วย เพราะเพิ่งจะซื้อมาไม่กี่วัน ส่วนเครื่องซักผ้าตู้เย็นที่หนีน้ำไว้ครั้งที่สองก็ล้มลงมาอีก เพราะน้ำสูงกว่าเก่า มันก็ล้มลงมาอีกเป็นครั้งสอง พวกเราปล่อยให้มันลอยไปแบบนั้น ไม่คิดจะยกหนีไปไหน เพราะน้ำมันสูงมาก การยกของในที่มีน้ำ ค่อนข้างลำบาก มันลื่น แล้วใต้น้ำก็มีกระจกจากพวกตู้โชว์ ซึ่งทำด้วยไม้อัด มันสลายตัว เพราะโดนน้ำ ส่วนกระจกก็หล่อนมาแตกอยู่ใต้น้ำ เต็มไปหมด ครั้งนั้นเราเตรียมตัวดี ใส่รองเท้าผ้าใบไป ไม่ใสแตะ เพราะถ้าเป็นแตะ เดินลุยน้ำแล้วจะหลุดหายไปกับน้ำ เรารีบปฎิบัติภาระกิจตามตั้งใจไว้ แล้วก็รีบหนีออกมาก่อนที่จะขาดอากาศหายใจ เพราะน้ำมันเหม็นเน่าเหมือนสลัมคลองเตย เหนือน้ำมีปริมาณอ๊อกซิเจนต่ำ อยู่นาน ๆ แล้วรู้สึกอึดอัด ผมนะเข้าใจเลยว่า คนที่เค้าอยู่ในน้ำเน่านาน ๆ แล้วจะรู้สึกอย่างไร บ้านที่ทำเป็นสองชั้น ใต้ถุนปิดมีห้องอาศัย พวกนี้จะประสบปัญหา น้ำเน่าเสียในบ้านไม่ระบาย ที่สำคัญเราจะลืมไม่ได้คือพวกสัตว์เลื้อยคลานพวกงู ที่มักหลอบอาศัยอยู่ในตัวอาคาร คือมันก็หนีน้ำเหมือนกับเรา หาที่อาศัยเพื่อไม่ให้ตัวมันไหลไปกับน้ำ คือน้ำที่ท่วม ไม่ใช่น้ำนิ่ง พื้นที่ด้านนอกตัวบ้าน น้ำจะไหลแรงพอควร แม้นแต่สัตว์เลื้อยคลานก็ต้องหาที่พักอาศัย มันไม่สามารถว่ายทวนน้ำได้ทั้งวัน เพราะไม่ใช่ปลา
คนที่ถูกน้ำท่วมและต้องอาศัยอยู่ในบ้านด้วยเหตุใด ๆ ก็แล้วแต่ พวกนั้นจะต้องเผชิญชะตากรรม น้ำเน่า สัตว์เลื้อยคลานมีพิษ พวกงู ตะขาบ แมงปล่องฯ ขาดไฟฟ้า น้ำใช้ คือขาดปัจจัย4 ในการยังชีพ แต่ก็ต้องอยู่เพราะกลัวของทรัพย์สินจะถูกขโมย ถ้าเป็นบ้านไม้ ตจว. ยิ่งแย่กว่า หายทั้งบ้านเลย ไม่น่าเชื่อ โจรมันลื้อเอาทั้งบ้าน เอาไม้เอาขื่อเอาแปร วงกบประตูหน้าต่าง มันถอด ผูกเชือกลากตามน้ำไปทั้งหลัง อันนี้แย่กว่า นี่คือเหตุผลว่า ทำไมไม่ยอมหนีมาจากบ้าน ทั้ง ๆ ที่น้ำท่วมบ้าน ถ้าดูตามข่าว อาจจะไม่เข้าใจมากนัก แต่คนที่อยู่เค้าก็มีเหตุจำเป็นที่ต้องอยู่ บางคนขาดการสื่อสาร ไม่รู้เลยว่า มีที่ลี้ภัยที่ไหนบ้าง ไม่รู้ว่า เค้ามีหน่วยบรรเทาทุกข์ช่วยเหลือ ที่ไหนบ้าง พอน้ำท่วมก็นั่งเน่าอยู่ในบ้าน
ลำบากนะ ทุกข์ยากไปทั่วทุกแห่ง หลายคน ย้ายบ้านถึง 3 ครั้ง คือหนีไปตรงไหนก็ท่วม ก็หนีอีก ก็ท่วมอีก จนเบื่อเลย มีคนรู้จักกัน แกเล่าว่า หนีจากอยุธยามาปทุมก็เจอท่วม ย้ายไปบางบัวทองก็ท่วม หนีมาลาดปเค้า เสนาวังหิน ก็ท่วมอีก เซ็งเป็ด แม่ก็แก่ พ่อก็เป็นอัมพฤกษ์ ตนเองเป็นลูกสาวคนเดียว เช่าหอพักอยู่ชั้น 4 ต้องคอยดูแลพ่อแม่ ลำบาก หนีบ่อย ๆ ก็ไม่ไหว มันไม่ใช่ตัวคนเดียว นี่แหละชะตากรรมคนน้ำท่วม มันมีอะไรทีไม่รู้ไม่เห็นมากกว่าในข่าวเยอะ ใครไม่โดนไม่รู้ ใครที่คิดว่าจะปักหลักสู้กับน้ำปีหน้า ก็คิดให้ดี ถ้าจะหนี ก็เล็งหาพื้นที่ ที่สูง ๆ หน่อย แต่อย่าไปอยู่ตามไหล่เขา เดี๋ยวโดนดินไสลด์ลงมาอีก ทีนี้ ตายเลย น้ำท่วมยังไม่ตาย ถ้าดินไสลด์ ดินถล่มลงมานะ ตายแน่ อันตราย เหมือนบ้านแม่สามแลป ที่แม่ฮ่องสอน ลองเข้าไปดูที่เนตดู อันนั้นนะหนักเลย ตายไปหลายคน ตายแบบไม่รู้ตัว
