
ปิดท้ายด้วยคาวบอย ดู 2 คน ใครหล่อฝ่ากัน ฮ่าๆ

วัดลำปางหลวงนี่ ไม่ได้เอารูปพระบรมธาตุมาย่อให้ดู พอดีอยู่ช่วงปรับปรุงปฎิสังขรใหม่ มีนั่งร้านระเกระกะไปหมด เลยไม่ได้เอามาอวด วัดนี้ สวยมาก อายุก็ 2000 กว่าปี ว่างั้น สถาปัตยกรรมชาวล้านนาจ๋า พื้นในบริเวณวัดถมด้วยทราย จากฝีมือชาวบ้าน พอมีงานสงกรานต์ จะมีป๋าเวณี ก่อเจดีย์ทราย ชาวบ้านขนทรายจากแม่น้ำเข้าวัด ขนทุกปี ก็เยอะทุกปี วัดนี้เคยถูกพม่ายึดไว้เป็นฐานทัพ เพราะทำเลดี คือเป็นเนินเตี้ย ๆ มีกำแพงรั้วรอบขอบชิด เหมาะแก่การตั้งฐานทัพ แต่ว่าท่านหนานทิพย์ช้าง(ต้นสกุลเชื้อเจ้าเจ็ดตน) ได้รอบเข้ามายิงแม่ทัพพม่าตาย กระสุนทะลุร่าง ทะรุกำแพงรั้วระเบียงที่ทำไว้รอบองค์พระบรมสารีริกธาตุ เป็นโลหะทองเหลือง คือทะลุทั้งคนทั้งทองเหลือง คือมีความแรงมาก คิดเอา หนานทิพย์ช้างเป็นชาวบ้านป่า แต่เป็นคนมีวิชา พาพรรคพวกลอบตีพวกพม่ายึดวัดลำปางหลวงคืนจากพวกพม่า และรวบรวมกำลังพล เข้าตีจุดหัวเมืองทางเหนือที่พม่าล้อมไว้อีก หลายจุด เป็นตำนานที่กล่าวขาลถึงวีรกรรมของท่าน ต้องเท้าความไปว่า พม่าล้อมเชียงใหม่และหัวเมืองทางเหนือไว้ประมาณ 200 ปี บ้างเมืองทรุดโทรมรกร้างดังป่าช้า 200 ปีนี่ ก็หลายชั่วคนนะ นานพอดู สภาพเมืองทรุดโทรมเหมือนป่าช้าก็ไม่ปาน เคยดูภาพเก่าจากวัดสวนดอก ไม่ใช่มาเม้าท์มั่ว ๆ ไปเอามัน แต่ตอนนี้ไปดูเชียงใหม่ซิ สวยงามยังกะเมืองฟ้า ผู้คนก็อัธยาศรัยดี ส่วนใหญ่นะ เค้ารักษาประเพณีพื้นเมืองไว้ดีมาก ดูอย่างประเพณีปล่อยโคมลอย ก็งดงามดีไม่ใช่น้อย เป็นเมืองท่องเที่ยว เชินหน้าชูตาของเมืองไทยอันดับต้น ๆ เลย ถ้าเราไม่ระงับการก่อสร้างสาธารณูปโภคพวกอาคารสูง ๆ พวกสะพานลอยสูง ๆ เชียงใหม่ก็จะเหมือนเมืองหลวงอื่น ๆ ที่มีแต่ปฎิมากรรมสมัยใหม่ อารยะธรรมเก่า ๆ กลิ่นอายของคนเมืองเหนือ ก็จะสิ้นความขลัง คนก็ไม่มาเที่ยว เค้าจะมาทำไม ตึกสูง ๆ สะพานสูง บ้านฉันก็มี ไม่ต้องนั่งเครื่องบินมาให้เสียตังค์ ที่นักท่องเที่ยวอยากดู คือความเป็นชาวบ้าน ประเพณีและวัฒนธรรม ถ้าคนเชียงใหม่รักษาไม่ได้ การท่องเที่ยวก็ถดถอย รายได้ก็หดหาย ไปตามระเบียบ(รัตน์)
