Author Topic: การบริจาคครั้งที่1 ณโอกาศ วิสาขบูชาปุณณมี  (Read 2125 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,591
  • มารเหม่งอุ๊
วันสิขาบูชาในปีนี้ตรงกับวันที่ 19 พฤษภาคม 2551  ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 ก็นับว่าเป็นโอกาศอันดีงามที่เราจะร่วมทำบุญบริจาคทาน  อุ๊จึงได้เบิกเงินในบัญชีที่เก็บเงินประมูลของเราออกไป จำนวน 5634 บาท (ยอดจากคุณkentucky 1234 บาท และ คุณmercury 4000 บาท ของอุ๊ที่เปิดบัญชีไว้อีก 400 บาท  รวมเป็น 5634 บาท)  เพื่อนำไปบริจาคให้มูลนิธิศุภมิตรแห่งประเทศไทย  โดยบริจาคเข้า "กองทุนเพื่อช่วยเหลือเด็กยากไร้ที่ยังไม่มีผู้อุปการะ"
จะขอเล่าให้ฟังนิดนึงว่า  การที่เราจะอุปการะเด็กสักคนผ่านมูลนิธิศุภนิมิตรนี้  โดยปรกติแล้ว เงินค่าอุปการะของเด็กต่อคนต่อเดือนจะเป็นจำนวนเงิน450 บาท ต่อคนต่อเดือน  ดังนั้นจากยอดที่เราบริจาคในวันนี้ เราสามารถช่วยเด็กที่ยากไร้ได้ถึง 12.52 คนหรือประมาณ12-13คน ให้เค้าได้มีอาหาร ได้ไปโรงเรียน ได้อิ่มท้อง ไปถึง1เดือนเชียวค่ะ  น่ายินดีมากค่ะ ทั้งผู้ที่ให้และผู้ที่รับ

และอุ๊ก็ขอแสดงหลักฐานการเบิกจ่ายเงิน ให้เพื่อนๆได้รับทราบ  จากนั้นใบเสร็จตัวจริงจะถูกส่งมาให้ทีหลังค่ะ

ดังนี้ค่ะ

อุ๊ได้ถอนเงินออก 5634 บาท คงเหลือติดบัญชีไว้เพียง 100 บาท เพื่อที่ว่าเราจะช่วยเด็กๆยากไร้ให้ได้มากที่สุด เพราะเก็บไว้ในบัญชี เงินเหล่านี้จะไม่ได้ช่วยให้เกิดประโยชน์อันใดขึ้นมาเลย

"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,591
  • มารเหม่งอุ๊
แล้วนี่เป็นใบpay in แสดงการนำเข้าบัญชีมูลนิธิศุภนิมิตรแห่งประเทศไทย ชื่อบัญชีว่า world vision ค่ะ จำนวน5634 บาท
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,591
  • มารเหม่งอุ๊
และนี่เป็นใบแสดงรายละเอียดจุดประสงค์ของการบริจาคว่าเราจะเอาเงินไปช่วยตรงจุดไหนค่ะ

แล้วก็จะแฟกซ์ใบนี้พร้อมใบpay in ไปที่มูลนิธิ  จากนั้นเค้าจะส่งใบเสร็จรับเงินตัวจริงมาให้เราอีกทีค่ะ  จากนั้นอุ๊จะนำมาแสดงให้เพื่อนๆรับทราบ และร่วมอนุโมทนาบุญกันในครั้งนี้
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

kentucky

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1,880
แจ่มแจ้ง...โปร่งใส...สบายใจ มีความสุขที่ได้ทำบุญร่วมกับสมาชิกทุกท่านครับ...... :)
ถ้าเธอมีเงินสองบาท  จงใช้หนึ่งบาทเพื่อซื้อข้าว
  ส่วนอีกหนึ่งบาท  จงเอาไปซื้อต้นไม้
สิ่งแรกจะให้ชีวิต  สิ่งหลังจะให้เหตุผลที่จะ...มีชีวิตต่อไป

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,591
  • มารเหม่งอุ๊
ผลจากการให้ทานค่ะ  เพื่อนๆลองอ่านดูนะคะ  อย่างน้อยๆเลย เราได้ความอิ่มใจค่ะ ;)

มงคลที่ ๑๕


บำเพ็ญทาน

ผลของการให้ด้วยความเคารพ  




นรชนใดผู้ให้สิ่งที่เลิศ ให้สิ่งที่ดีและให้สิ่งที่ประเสริฐ
นรชนนั้นจะบังเกิด ณ ที่ใดๆ
ย่อมเป็นผู้มีอายุยืนยาว เป็นผู้มียศ


        สิ่งที่เป็นบ่อเกิดแห่งความสุข และความสำเร็จในชีวิตของคนเรา คือ บุญกุศลที่เราทำไว้อย่างดีแล้ว ซึ่งจะเป็นเครื่องสนับสนุนให้เราได้บรรลุวัตถุประสงค์ของชีวิต ในการเข้าถึงความเป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี พระราชา พระเจ้าจักรพรรดิ  เข้าถึงความเป็นพระอริยเจ้า พระอรหันต์ พระปัจเจกพุทธเจ้า  หรือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ก็เพราะบุญ ฉะนั้นบุญจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลดลบันดาลให้เราได้บรรลุเป้าหมายอันสูงสุดของชีวิต

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ว่า


"อคฺคทายี วรทายี    เสฏฺฐทายี จ โย นโร
ทีฆายุ ยสวา โหติ    ยตฺถ ยตฺถูปปชฺชติ


นรชนใดผู้ให้สิ่งที่เลิศ ให้สิ่งที่ดีและให้สิ่งที่ประเสริฐ  
นรชนนั้นจะบังเกิด ณ ที่ใดๆ ย่อมเป็นผู้มีอายุยืนยาว เป็น  ผู้มียศ"

        ในการทำทาน แต่ละคนมักมีอัธยาศัยในการให้ทาน แตกต่างกันไป เช่น การให้ทานด้วยของไม่ดี แล้วเก็บซ่อนของที่ดีไว้ใช้เอง ทำอย่างนี้ท่านเรียกว่า ทาสทาน แต่ถ้าบริโภคใช้สอยของอย่างไร ก็แบ่งปันให้ทานของอย่างนั้น จัดเป็น สหายทาน ส่วนบางท่านฉลาดในการทำทาน ให้แต่สิ่งของที่ดีที่ประณีต ของที่ชอบใจและมีคุณค่ายิ่งกว่าที่ตนเองบริโภคใช้สอย อย่างนี้เรียกว่า สามีทาน การให้ทานประการสุดท้ายนี้จัดเป็นวิสัยของบัณฑิต

        คนมีปัญญาให้ทานแบบสามีทาน คือ ให้ทานอันเลิศเสมอๆ  มีจิตใจที่สูงส่งสามารถเอาชนะความตระหนี่หวงแหนที่มีอยู่ในใจได้ ท่านเรียกว่า เป็นทานบดี ซึ่งแปลว่า ผู้เป็นใหญ่ในการให้ทาน หมายความว่า จิตใจของผู้นั้นเป็นอิสระและมีความเป็นใหญ่ในตนเองไม่ตกอยู่ในอำนาจของความตระหนี่ การให้ทานที่สมบูรณ์ประณีตมากเท่าไร ย่อมจะได้รับผลของทานเป็น     บุญใหญ่ทับทวีกลับมาสู่ผู้ให้มากเท่านั้น ทำให้มีความสมบูรณ์เพียบพร้อมด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข มรรคผลนิพพาน เมื่อละจากโลกนี้ไปแล้ว บุญก็ยังส่งผลให้ได้ไปเสวยสุขที่ประณีตยิ่งๆ ขึ้นไป

        ประการสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ ใจที่บริสุทธิ์ผ่องใสขณะกำลังให้ทาน จะเป็นเครื่องจำแนกผลแห่งการให้ทาน   แตกต่างกันไป เช่น เรื่องของพระเจ้าปายาสิและอุตตรมาณพ
 
        *พระเจ้าปายาสิทรงเป็นกษัตริย์ครองเมืองเสตัพยนคร พระองค์ทรงมีอุปนิสัยชอบค้นคว้าทดลองคิดหาเหตุผลในสิ่งต่างๆ  เมื่อพระองค์ทรงสดับคำสอนของสมณะ ชี พราหมณ์ทั้งหลาย ในเรื่องของการเวียนว่ายตายเกิดแล้ว ทรงค้นคว้าทดลองด้วยวิธีการต่างๆ และสรุปเป็นความเห็นที่ผิดๆ ว่า ชาติหน้าไม่มี คือ ตายแล้วสูญ ไม่เชื่อเรื่องนรกสวรรค์เลย ทรงเห็นผิดคิดเพียงว่า บุญบาปไม่มี โลกนี้โลกหน้าไม่มี

        เรื่องของบุญ บาป และการเวียนว่ายตายเกิดนี้ จะรู้เห็นได้แจ่มแจ้งชัดเจนนั้น ต่อเมื่อใจหยุดนิ่งจนกระทั่งเข้าถึงธรรมกายภายใน ซึ่งจะเห็นแจ้งด้วยธรรมจักษุของธรรมกาย   ที่แตกต่างจากการเห็นด้วยตามนุษย์ทั่วไป และจะรู้แจ้งได้ด้วยญาณทัสสนะของธรรมกาย ดังนั้นการทดลองด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ของพระเจ้าปายาสิ จึงไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องในการพิสูจน์เรื่องของชาตินี้ชาติหน้า เหมือนคนต้องการน้ำแต่ไปบีบไปคั้นจากเม็ดทราย ถึงจะเพียรพยายามทำอย่างไร ก็เสียแรงเปล่า

        พระเจ้าปายาสิทรงยึดถือความเห็นผิดๆ เช่นนี้มาโดยตลอด จนกระทั่งพระกุมารกัสสปะ ซึ่งเป็นพระอรหันต์ที่มีปฏิภาณเป็นเลิศ ท่านได้เดินทางมาสู่เมืองแห่งนี้ และได้เมตตาใช้ปัญญาอันลึกซึ้งแสดงพระธรรมเทศนาโปรดพระเจ้าปายาสิ จนพระองค์ทรงละความเห็นผิด กลับมาเป็นสัมมาทิฏฐิ คือผู้มีความเห็นที่ถูกต้อง ปฏิญาณตนเป็นอุบาสกและขอถึงพระ-รัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่ระลึกตลอดไป

        นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา พระเจ้าปายาสิได้ทรงเริ่มการให้ทานแก่ผู้คนทั้งหลาย โดยแต่งตั้งให้อุตตรมาณพเป็นเจ้าหน้าที่จัดการเรื่องการบริจาคทาน คนส่วนใหญ่ที่เข้ามารับบริจาคทานไปนั้น ล้วนแต่เป็นคนยากจนอนาถาทั้งสิ้น ซึ่งพระเจ้าปายาสิทรงให้ด้วยความสมเพชเวทนาเท่านั้น ไม่ได้ให้ด้วยความเลื่อมใสศรัทธา ดังนั้นจึงทรงให้แต่สิ่งของที่ไม่ดี ไม่ประณีตแก่ผู้มารับบริจาคเหล่านั้น รวมถึงสมณะ ชี พราหมณ์ด้วย

       ส่วนอุตตรมาณพผู้มีหน้าที่ในการจัดการให้ทานเหล่านั้น เป็นผู้ที่มีศรัทธาในการให้ด้วยสิ่งของที่ประณีต เมื่อได้รับคำสั่งให้ทำทานด้วยสิ่งของที่เศร้าหมอง ก็ต้องฝืนทำด้วยความอึดอัดใจ หลังจากที่เขาให้ทานแล้วทุกครั้ง มักจะเปล่งเสียงอธิษฐานดังๆ ว่า "ขอให้เราอย่าได้ทำบุญร่วมกับพระเจ้าปายาสิอีกเลย"

        เมื่อคำอธิษฐานของอุตตรมาณพล่วงรู้ไปถึงพระกรรณของพระเจ้าปายาสิ พระองค์จึงตรัสเรียกอุตตรมาณพมา สอบถามว่า ทำไมจึงอธิษฐานเช่นนั้น อุตตรมาณพกราบทูลว่า
 
        "เหตุที่ทำให้เปล่งวาจาอธิษฐานอย่างนั้น เป็นเพราะพระองค์พระราชทานแต่สิ่งของที่เศร้าหมอง มีเพียงปลายข้าวและ    น้ำผักดองเท่านั้น แม้เมื่อทรงพระราชทานผ้า ก็เป็นผ้าเนื้อหยาบ ที่แม้แต่พระองค์เองยังไม่ทรงปรารถนาจะแตะต้องเลย ข้าพระองค์ไม่อยากให้พระองค์ทรงได้รับผลทานที่เศร้าหมอง ในภายภาคเบื้องหน้า จึงได้กล่าวอย่างนั้น"    
 
        เมื่อได้ทรงฟังอุตตรมาณพซึ่งเป็นกัลยาณมิตรแนะนำเช่นนั้น พระเจ้าปายาสิทรงได้คิด จึงมีรับสั่งให้อุตตรมาณพจัดเตรียมอาหาร เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มที่ประณีต เช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงใช้สอยเป็นทาน พระองค์ทรงให้ทานด้วยสิ่งของที่ประณีตนับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

        ครั้นพระเจ้าปายาสิและอุตตรมาณพสิ้นอายุขัยลง  พระเจ้าปายาสิผู้เป็นเจ้าของทาน ได้ไปเกิดเป็นเทพบุตรอยู่บนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา ส่วนอุตตรมาณพผู้จัดการโรงทาน กลับได้ไปเกิดในที่สูงกว่าพระเจ้าปายาสิ คือ อยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

       ในสมัยนั้นมีพระอรหันต์ ชื่อ พระควัมปติเถระ ท่านไปพักบำเพ็ญสมณธรรมที่สวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกาอยู่เป็นประจำ  คราวหนึ่ง เทพบุตรปายาสิได้เข้ามานมัสการพระเถระ แล้วยืน ณ ที่สมควรส่วนข้างหนึ่ง พระเถระจึงถามว่า "ท่านเป็นใคร" ครั้นทราบว่าเป็นพระเจ้าปายาสิ จึงถามถึงอุตตรมาณพว่าไปบังเกิดอยู่ที่ไหน ปายาสิเทพบุตรได้กราบเรียนท่านว่า
 
        "อุตตรมาณพ  ผู้เป็นบ่าวของกระผม ทำทานด้วยความเคารพ ให้ด้วยมือของตนเอง ด้วยกิริยานอบน้อม เขาจึงมีวิมานสว่างไสวในดาวดึงส์ ส่วนกระผมเองผู้เป็นเจ้าของทรัพย์ อุตส่าห์สละทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก แต่เหตุใดกลับมาบังเกิดเพียงสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา อีกทั้งมีรัศมีและอานุภาพน้อยกว่าอุตตรมาณพอีกด้วย เมื่อพระคุณเจ้ากลับไปที่เมืองมนุษย์แล้ว ขอได้โปรดบอกมหาชนทั้งหลายว่า ให้ทำทานด้วยความยินดี ด้วยความเคารพในการให้ทาน ด้วยกิริยาอาการอันนอบน้อมเถิด แล้วผลบุญอันบริสุทธิ์จะบังเกิดมีแก่ท่านทั้งหลายอย่างเต็มที่เต็มกำลัง"

      เมื่อพระเถระกลับลงมาจากสวรรค์แล้ว ท่านได้นำเรื่องราวของพระเจ้าปายาสิมาถ่ายทอด เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจในการสร้างบารมีของพุทธศาสนิกชนทั้งหลายสืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้

      ฉะนั้น ท่านทั้งหลายต้องฉลาดในการให้ทาน บัณฑิตผู้มีปัญญาทั้งหลาย ทุกครั้งที่เขาจะให้ทานเขามักทำอย่างเต็มกำลัง ทำด้วยความเคารพนอบน้อม ทำทานเพื่อขจัดความโลภ ความตระหนี่หวงแหนให้หมดสิ้นไปจากใจ จึงได้รับผลแห่งบุญที่เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ ที่ละเอียดประณีตยิ่งๆ ขึ้นไปตามลำดับ แต่การให้อะไรที่จะประเสริฐเท่ากับการให้หนทางแห่งความสุขที่แท้จริงแก่มวลมนุษยชาตินั้น เป็นไม่มี เพราะถือว่าเป็นการให้ในสิ่งที่เลิศ อันจะทำให้บุคคลเหล่านั้นเข้าถึงความสุขในปัจจุบัน โดยการเข้าถึงพระรัตนตรัย จนกระทั่งถึงความสุขอันยิ่งใหญ่ในอายตนนิพพาน

        ดังนั้น ให้ทุกท่านหมั่นทำหน้าที่ยอดกัลยาณมิตรของโลก ด้วยการชักชวนคนมาทำทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา ให้ ทำตนเป็นประดุจสะพานที่เชื่อมหนทางไปสู่สวรรค์นิพพานแก่ มวลมนุษยชาติกันทุกคน
 
พระธรรมเทศนาโดย : พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)


อุ๊ขอขอบคุณเพื่อนๆทุกท่านเป็นอย่างยิ่งค่ะ
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

mercury

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 15,146
  • I'm Alive.
เด็กมีใจดวงน้อยที่ว่างเปล่า.....อยากแต่งเติมให้เขาเป็นอย่างไร...
อาจจะงามดังรุ้งทอง.....อาจจะดูมัวหมองไป.....อยู่ที่ใจและมือของคุณบรรจงสร้างมา...

โปรดจงใช้พู่กันแห่งรักในใจที่มี.....โปรดจงใช้ความดีเป็นสีระบายแต้มทา...
เพื่อดวงใจที่งดงาม.....ด้วยพลังความเมตตา...

เพื่อให้เขาเติบโตขึ้นมาได้อย่างสวยงาม

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,591
  • มารเหม่งอุ๊
อ่านแล้วยิ้มเลยค่ะ :-[
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

Udo

  • Newbie
  • *
  • Posts: 47
อ่านแล้วซึ้งครับ อนุโมทนาด้วยครับ  :)  :)

Chatlanna

  • Guest
เด็กมีใจดวงน้อยที่ว่างเปล่า.....อยากแต่งเติมให้เขาเป็นอย่างไร...
อาจจะงามดังรุ้งทอง.....อาจจะดูมัวหมองไป.....อยู่ที่ใจและมือของคุณบรรจงสร้างมา...

โปรดจงใช้พู่กันแห่งรักในใจที่มี.....โปรดจงใช้ความดีเป็นสีระบายแต้มทา...
เพื่อดวงใจที่งดงาม.....ด้วยพลังความเมตตา...

เพื่อให้เขาเติบโตขึ้นมาได้อย่างสวยงาม
อยากเป็นเด็กอีกครั้งจังเลยครับ.....ท่านพี่กำนัน

mercury

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 15,146
  • I'm Alive.
บ่อยครั้งในเวลาที่เรามีอารมณ์..โมโหร้าย..รุนแรง..บ้าบอ..บ้าคลั่ง >:(
ให้ลองเอารูปในวัยเด็กของเรามานั่งดู...แล้วคุณก็จะรู้ว่า...เฮ้ย! เมื่อก่อนนี้..เราไม่ได้เป็นแบบนี้นี่ !!!
เราเองนั่นแหละที่กำลังทำให้ตัวเรากลายเป็นคนกร้าวร้าว..รุนแรงมากมาย!  ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเราก็สดใส..น่ารัก น่าเอ็นดูจะตายไป :-[

ปล.  สุดแต่ใจจะไขว่คว้า...นะครับ
« Last Edit: May 20, 2008, 07:56:05 am by mercury »

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,591
  • มารเหม่งอุ๊
น่าเอ็นดู?? ??? แหะๆๆ หน้ายังไงอ่าคะ :-[
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

mercury

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 15,146
  • I'm Alive.
หน้าเหมือน..เหลืองจันท์!    เอ้ย!!! ไม่ใช่..ไม่ใช่  หน้าเหมือนเจ้าเหลืองอ๋อยขี้อ้อน..ของคุณอุ๊นั่นแหละ :P

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,591
  • มารเหม่งอุ๊
แหะๆๆ  :)เพิ่งรู้ว่าหน้าเหมือนแมวขี้อ้อนนี่เอง :-X
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

aura

  • Newbie
  • *
  • Posts: 26
อนุโมทนาสาธุ

soccertickets.tv

  • Newbie
  • *
  • Posts: 1
    • health
วันสิขาบูชาในปีนี้ตรงกับวันที่ 19 พฤษภาคม 2551  ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 ก็นับว่าเป็นโอกาศอันดีงามที่เราจะร่วมทำบุญบริจาคทาน  อุ๊จึงได้เบิกเงินในบัญชีที่เก็บเงินประมูลของเราออกไป จำนวน 5634 บาท (ยอดจากคุณkentucky 1234 บาท และ คุณmercury 4000 บาท ของอุ๊ที่เปิดบัญชีไว้อีก 400 บาท  รวมเป็น 5634 บาท)  เพื่อนำไปบริจาคให้มูลนิธิศุภมิตรแห่งประเทศไทย  โดยบริจาคเข้า "กองทุนเพื่อช่วยเหลือเด็กยากไร้ที่ยังไม่มีผู้อุปการะ"
จะขอเล่าให้ฟังนิดนึงว่า  การที่เราจะอุปการะเด็กสักคนผ่านมูลนิธิศุภนิมิตรนี้  โดยปรกติแล้ว เงินค่าอุปการะของเด็กต่อคนต่อเดือนจะเป็นจำนวนเงิน450 บาท ต่อคนต่อเดือน  ดังนั้นจากยอดที่เราบริจาคในวันนี้ เราสามารถช่วยเด็กที่ยากไร้ได้ถึง 12.52 คนหรือประมาณ12-13คน ให้เค้าได้มีอาหาร ได้ไปโรงเรียน ได้อิ่มท้อง ไปถึง1เดือนเชียวค่ะ  น่ายินดีมากค่ะ ทั้งผู้ที่ให้และผู้ที่รับgreat day to you all, peace!

และอุ๊ก็ขอแสดงหลักฐานการเบิกจ่ายเงิน ให้เพื่อนๆได้รับทราบ  จากนั้นใบเสร็จตัวจริงจะถูกส่งมาให้ทีหลังค่ะ

ดังนี้ค่ะ

อุ๊ได้ถอนเงินออก 5634 บาท คงเหลือติดบัญชีไว้เพียง 100 บาท เพื่อที่ว่าเราจะช่วยเด็กๆยากไร้ให้ได้มากที่สุด เพราะเก็บไว้ในบัญชี เงินเหล่านี้จะไม่ได้ช่วยให้เกิดประโยชน์อันใดขึ้นมาเลย


soccer shop
buy sauna
shoes
stop
Football ticket
........................................