เพื่อนๆที่เลี้ยงไม้หัวจะรู้ว่า เมื่อตาบัด(bud) ถูกทำลาย มันหมายถึงอะไร

พวกเด็กน้อยๆ มาดาเกิดใหม่ เมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้ ก็มักจะเสียชวิตโดยไม่ทันร่ำลาเจ้าของ แต่ถ้าเป็นต้นใหญ่แล้วเจอเหตุการณ์แบบนี้เข้า มันจะเป็นแบบนี้ค่ะ
เซลล์ที่ยังดีอยู่ก็พัฒนาแตกตัวขึ้นมาเกิดตาบัดใหม่ หน้าตาเบี้ยวๆ ข้างๆตาบัดเดิม เป็นการสู้ชีวิตเพื่อการอยู่รอดแบบสุดๆ ใครว่า มาดากาสก้าอ่อนแอ... อาจจะต้องกลับไปคิดใหม่ จากต้นตัวอย่าง จะเห็นว่า มีการพัฒนาตาบัดไปถึง3 ครั้ง โอ้ว...แม่เจ้า เจ้าของมันไปมัวดูอะไรอยู่เนี่ย (เจ้าของคือ อุ๊ เอง แหะๆๆ) แต่แล้ว ก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหวค่ะ เสียชีวิตในเวลาต่อมา น่าเศร้าจริงๆค่ะ เมื่อคิดถึงการต่อสู้ที่ผ่านมาล้มเหลว เพราะเจ้าของไม่ได้สนใจมาดูตัวการตรงนี้
ถ้าใครมีมาดากาสก้าอยู่ จะเห็นว่า ตรงชายระบาย (frills ) รอบๆตาบัดจะโตมากและปกคลุมบริเวณตาบัดเอาไว้จนหมด ซึ่งไม่แหวกออกจะไม่มีทางเห็นได้เลย นี่คือจุดอ่อน เมื่อเรานำมาเลี้ยงในบ้าน ซึ่งถ้าเป็นสภาพในป่า มาดากาสก้าจะมีมดดำที่กัดเจ็บๆทำหน้าดูแลตาบัดตรงนี้ไว้ ไม่ให้หนอนมากัดกินได้ แต่เมื่อเราเอามาเลี้ยงในสภาพบ้านแล้ว มดพวกนี้ไม่มีแน่นอน และมดพวกนี้ก็เป็นตัวขนพวกซากพืชมาทำรังด้านใต้ใบ โดยรังมดก็เป็นอาหารอย่างดีให้กับรากที่เกิดใหม่รอบๆrhizome ของมาดากาสก้าอีกด้วย เรียกว่า งานนี้ได้ประโยชย์2ต่อเลยทีเดียว
จากรูป เราไม่เห็นfrills ที่ปกคลุมตาบัด เพราะว่าต้นนี้ได้ตายนานแล้ว ตรงfrills ได้สลายตัวไปแล้วค่ะ เหลือแต่ซากของตาบัดที่ยังเห็นรูๆของการเข้าทำลายเหลืออยู่เท่านั้น เรียดว่าเข้ามากัดกินจนพรุนเลยค่ะ
