Author Topic: มีความสุขทุกที่เมื่อมีสติ  (Read 2042 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,591
  • มารเหม่งอุ๊
ความท้าทายและบททดสอบมาเยือน....

ถามตัวเองว่าจริงไหมที่เราคิดอะไรต่างๆได้มาก แต่กลับหยุดความคิดไม่ได้เลย
และถามว่า จริงไหม ที่เราฝึกสมองจนมีความฉลาดรอบรู้ เชาว์ปัญญาสูง แต่กลับไม่อาจฝึกใจให้เท่าทันความคิดตัวเองได้เลยสักครั้ง


"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,591
  • มารเหม่งอุ๊
รู้จักสติที่แท้...


คำว่าสติหมายถึง ความสามารถในการรวมกายและใจให้เป็นหนึ่งเดียวอยู่กับปัจจุบัน  รวมทั้งรู้เท่าทันความคิดและความรู้สึกของตัวเองอย่างว่องไวเพียงพอ 
เพื่อที่จะควบคุมการคิด  พูด ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ส่งเสริมให้ทำในสิ่งที่เหมาะสม
และยับยั้งการประพฤติผิดต่างๆ
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,591
  • มารเหม่งอุ๊
แต่การ มี นั้นยังไม่สามารถเรียกว่ามีสติ เพราะ  การมีสติที่แท้หมายถึงการนำมาใช้ได้อย่างทันทีในเวลาที่ต้องการ

เปรียบเหมือนการขับรถ  ถ้าหากเรากำลังจะพุ่งชนคน เราต้องเบรกได้ทัน จึงจะเรียกว่ารถมีเบรก

คนเราก็เช่นกัน  การมีสติก็เพื่อให้เราหยุดตัวเองไม่เข้าไปสู่  ความรัก โลภ  ความโกรธ ความหลง ถ้าหยุดไม่ทัน เราย่อมตกอยู่ในวงล้อมของสิ่งเหล่านั้น จนหาทางออกไม่ได้
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,591
  • มารเหม่งอุ๊
สตินั้นไม่ได้อยู่ที่สมอง  แต่สติอยู่ที่ใจ ซึ่งต้องอาศัยการฝึกฝนเพื่อให้ทำหน้าที่ควบคุมสมองอีกทอดหนึ่ง ในการที่จะไม่คิด(พูด  ทำ )จนทำให้เกิดความทุกข์ หรือไม่ปรุงแต่ให้เรื่องเล็กๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่จนเกินจริง
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,591
  • มารเหม่งอุ๊
การฝึกใจ จึง เหมือนการสร้างให้มีสภาวะให้มีพระคุ้มครอง เพื่อผี(กิเลส)หลอกล่อไม่ได้

หรือ หลอกได้ก็ไม่รู้สึกกลัว เพราะว่าปัญหาใหญ่ของคนเราทุกวันนี้มักมาจากความทุกข์ของการอ ไม่ได้อยู่กับปัจจุบัน  เช่น คิดถึงเรื่องเศร้าเสียใจในอดีต
หรือวิตกกังวล คาดหวังกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง :(
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,591
  • มารเหม่งอุ๊
การฝึกสติจึงเป็นการฝึกใจเพื่อให้รู้เท่าทันสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิต
อย่างน้อย....ก็เพื่อเข้าใจว่าเรา ไม่อาจควบคุมผู้อื่น สิ่งอื่นให้เป็นอย่างใจได้ หากแต่เราสามารถควบคุมตนเองให้ใจมีความสุขสงบได้ด้วยการอยู่กับตัวเอง ที่นี่ และ เดี๋ยวนี้ เท่านั้นเอง ;)
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,591
  • มารเหม่งอุ๊
ยังไม่ง่วง.... :'( 
ก็จงไม่ต้องนอน ;)
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,591
  • มารเหม่งอุ๊
เทคนิคการฝึกสติตามที่พระพุทธเจ้าสอนมา...

การตามลมหายใจ หรือ อานาปานสติ

หลักการฝึกนั้นง่ายมาก (แต่ทำยากมาก แหะๆ  แต่ต้องฝึก)

เพียงแค่ดึงลมหายใจอยู่กับปัจจุบันขณะ ที่นี่ เดี๋ยวนี้ here and now
อุปกรณ์ที่ใช้ ก็คือ ลมหายใจ
เพื่อให้ใจและกายกลับมารวมเป็นหนึ่งเดียว   คนเราหายใจตลอดเวลา แต่การไม่ตระหนัก เราจึงไม่เคยรู้ ว่าเรากำลังหายใจอยู่  ดังนั้น การตามลมหายใจก็เพื่อให้เราได้ตระหนักรู้   เพื่อดึงความคิดจิตใจมาอยู่กับปัจจุบันขณะ อยู่กับลมหายใจ โดยไม่ต้องคิดกังวลถึงสิ่งอื่น

แรกๆทำยากมาก เพราะว่า สมองเราเราจะฟุ้งไปตามสิ่งต่างๆได้อย่างง่ายดาย  เราต้องดึงกลับมา ให้อยู่กับตัวเองอีกครั้ง
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,591
  • มารเหม่งอุ๊
รูปแบบการฝึกนั้นมีหลายวิธี  ไม่จำเป็นต้องนั่งสมาธิ  แต่อาจจะเป็นหารนอนสมาธิก็ได้ ใช้มือสัมผัสท้องเพื่อรับรู้การเคลื่อนไหวของท้องตามลมหายใจเข้าออก
ดึงใจไว้ให้รับรู้แค่การเคลื่อนไหวของท้องเท่านั้น  คือกำหนดคำว่าเข้า  เมื่อหายใจเข้า และกำหนดคำว่าออก เมื่อหายใจออก    

ไม่ต้องเกร็งลมหายใจให้สั้นหรือยาว  เพียงแค่ตามรู้ของการหายใจของเราให้เป็นแบบปรกติ  (แต่เรามักจะหายใจเข้ายาว ออกยาว  เมื่อเรารู้ตัวอยู่เสมอ ลองสังเกตตัวเองนะคะ)
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,591
  • มารเหม่งอุ๊
ส่วนการทำสมาธิแบบกำหนดใจไว้ที่การเคลื่อนไหว 
วิธีนี้ยากมาก  ไม่เหมาะกับผู้ที่ฝึกใหม่  แต่ถ้าทำได้ ก็ไม่ต้องไปนั่งสมาธิในวัดที่ไหน แต่ทำได้ทุกที่แม้ในเมืองที่แสนจะวุ่นวาย

ตอนที่เราเคลื่อนไหว  จิตใจเราจะสอดส่ายไปคิดเรื่องอื่นๆได้ง่าย  แต่ถ้ามีพื้นฐานจากการตามลมหายใจมาก่อน วิธีนี้จะง่ายขึ้นโดยเริ่มจากนิ่งๆแล้วให้ตามลมหายใจตัวเองสักสามครั้ง
แล้วค่อยปล่อยใจไปกับการเคลื่อนไหวที่กำลังทำอยู่  เช่นตอนกินอาหาร ก็กำหนดใจไว้ที่การเคี้ยว สัมผัสที่ลิ้น รับรสอาหารโดยไม่รับรู้เรื่องอื่น(แทนที่จะเคี้ยวอาหารโดยตาดูหนังสือพิมพ์หรือดูโทรทัศน์)  การนับคำเคี้ยวในอาหารแต่ละคำก็จะดีด้วย ก็เป็นการดึงใจเราให้อยู่กับการเคี้ยว

tip.. การเคี้ยวอาหารในแต่ละคำควรมีประมาณ20 คำเป็นอย่างน้อย  เพื่อที่กระเพาะเราจะได้ไม่ต้องทำงานหนัก (จนมีปัญหาเรื่องท้องคลาก :-X)
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,591
  • มารเหม่งอุ๊
หัวใจของการฝึกของ  สมาธิแบบเคลื่อนไหว  คือ ต้องการให้ รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่  เพื่อให้อยู่กับปัจจุบันขณะ  เราสมารถดัดแปลงใช้ได้กับทุกอิริยาบทในชีวิตประจำวันและทุกสถานที่ เช่น การเดิน เมื่อขาซ้ายเราก้าวก็กำหนดรู้ว่าซ้ายก้าว  เมื่อเท้าขวาก้าวก็ให้กำหนดรู้ว่าขวาก้าว  ไม่จำเป็นต้องทำช้าๆ ทำตามปรกติที่เราทำ แต่ให้กำหนดรู้ในสิ่งที่เราทำ   ความช้าเร็ว ไม่ได้กำหนดว่ามีสติอยู่กับตัว  แต่การเคลื่อนไหวช้าๆจะช่วยให้สติ(ใจ)ติดตาม(กาย)ได้ง่ายกว่าเท่านั้นเอง 


Tips...การฝึกสติไม่จำเป็นต้องทำครั้งละนานๆ แต่ควรทำบ่อยๆ ตามชีวิตประจำวัน เช่นเข้าก่อนออกจากบ้านไปทำงาน ก็เดินไปหอมแก้มคนที่เรารัก โดยระหว่างเดินไปก็กำหนดว่า ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา....ไปถึงคนที่เรารัก ระหว่างที่เอาจมูกลงไปสัมผัสแก้ม ก็ให้รู้ตัวว่าถึงแก้ม แล้วก็หอม หอม หอม  เมื่อทำด้วยสติแบบนี้ ความรู้สึกที่ส่งผ่านไปอย่างตั้งใจ ก็ทำให้การแสดงความรักต่อกันมีความหมายมากขึ้น (แหะๆ ยกตัวอย่างไม่ได้เหมาะกับเวลาตอนนี้เอาเสียเลย :( )
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,591
  • มารเหม่งอุ๊
ของขวัญจากการมีสติ ;)

เมื่อเราฝึกสติ สิ่งที่ตามมาคือ ความสงบ  ที่เกิดขึ้นทันที  (เน้นว่าทันทีค่ะ) เพราะว่าใจไม่ได้อยู่ในความคิดคำนึงเรื่องใดๆ(ไม่ว่าสุขหรือทุกข์) แต่อยู่ในสภาวะนิ่ง
เบา สบาย และความสงบนี้นำมาซึ่งพลังความสงบที่จดจ่อ(สมาธิ) ทำให้มองเห้นสิ่งต่างๆได้ลึกซึ้ง(วิปัสสนา) และเข้าใจสิ่งต่างๆได้ชัดเจนยิ่งขั้น (ปัญญา) ซึ่งปัญญาตัวนี้เอง ทำให้สติเรามีพลัง(ความว่องไว ที่จะใช้งานได้ทันท่วงที)ยิ่งกว่าเดิม เป็นวงจรที่เกิดขึ้นและเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,591
  • มารเหม่งอุ๊
การมีสติจึงไม่ได้หมายถึงการนั่งนิ่งๆในวัดที่สงบเงียบเท่านั้น เพราะถ้าเราเข้าใจคำว่า รู้ตัวในทุกขณะจิต เราย่อมมีความสุขได้ในทุกที่ ทุกเวลา ที่บ้าน ที่ทำงาน ในห้างสรรพสินค้าฯลฯ 
เราย่อมรู้ว่า สติเป็นเรื่องเดียวกับชีวิตประจำวัน ไม่จำเป็นต้องหลีกหนี ละวางสิ่งที่มีอยู่ไปไหน เพราะแท้ที่จริงความสุขนั้นมีอยู่แล้วในตัวของเราทุกคน

แบบเดียวกับที่ท่าน ติช นัท ฮันส์ กล่าวว่า
การปฏิบัติธรรมนั้นยากที่สุดคือในบ้าน
รองลงมาคือท่ามกลางฝูงคน
และที่ง่ายที่สุดคือที่วัด


 
 ในสถานการณ์ที่คึกคัก ตื่นเต้น  ท้อแท้ เศร้าหมอง เท่านั้นที่ท้าทายสติอย่างแท้จริง ;) ;) ;)

เช่นในเวลานี้
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,591
  • มารเหม่งอุ๊
ตอนกำลังพิมพ์อยู่นี้  มีคนอยู่เป็นเพื่อนตั้งสองคน  สวัสดีตอนดึกๆค่ะ :D   

เอาให้จบ นะคะ จะได้ไปหลับไปนอน ;)
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 35,591
  • มารเหม่งอุ๊
Check list ที่บอกว่าคุณฝึกสติได้ถูกทาง

- มีความสุขง่ายกว่าเดิม   คือมีความสุขได้ทุกขณะ เพราะว่าความสุขอยู่ที่การอยู่ตรงนั้น เดี๋ยวนั้น ในทุกการกระทำ แต่ไม่ได้จมอยู่กับความสุขในอดีต(เรื่องเก่าๆที่เราพอใจ) หรือรอคอยความสุขในอนาคต แม้กระทั้งมีความสุขในที่ที่แสนวุ่นวายก็รู้วิธีรักษาใจให้มีความสุข
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ