อีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้การเปลี่ยนแปลงรวดเร็วขึ้น เรียกว่า การมองอย่างลึกซึ้ง
เมื่อเรามองดูดอกไม้อย่างลึกซึ้ง เราจะเห็นสิ่งที่ไม่ใช่ดอกไม้ซึ่งช่วยให้ดอกไม้เป็นดอกไม้ได้ ฃ
ช่น เมฆ โลก ชาวสวน ดิน เป็นต้น หากเรามองดูความทุกข์ของเราอย่างลึกซึ้ง
เราจะเห็นว่าความทุกข์ทรมานนั้นไม่ได้เป็นของเราเพียงคนเดียวเท่านั้น
เมล็ดพันธุ์แห่งความทุกข์ทรมานต่าง ๆ นั้นถูกถ่ายทอดมาให้เราโดยบรรพบุรุษ พ่อแม่ และสังคมของเรา
เราจะต้องตระหนักในเมล็ดพันธุ์เหล่านี้
เด็กชายคนหนึ่งซึ่งมาปฏิบัติอยู่ในหมู่บ้านพลัมได้เล่าเรื่องราวของเขาให้ฉันฟัง ตอนที่เขาอายุสิบเอ็ดขวบ
เขาโกรธพ่อของตัวเองมาก ทุกครั้งที่เด็กคนนี้ล้มลง และเจ็บตัว พ่อของเด็กคนนี้จะโกรธแล้วก็ตะโกนใส่เขา
เด็กคนนี้จึงตั้งปฏิภาณว่าเมื่อโตขึ้น เขาจะต้องไม่เป็นอย่างพ่อให้ได้
แต่เมื่อสองสามปีก่อน น้องสาวซึ่งยังเล็ก ๆ อยู่ของเขาเล่นกับเพื่อน แล้วตกลงมาจากชิงช้า หัวเข่าถลอกเลือดออก
เด็กชายคนนี้โกรธมาก เขาอยากตะโกนใส่หน้าน้องว่า ?ทำไมโง่อย่างนี้นะ ทำไมเธอทำอย่างนี้??
แต่เขาก็ยั้งตัวเองไว้ทัน เนื่องจากเขาได้ฝึกสติมา
เขาจึงรู้วิธีที่จะตระหนักรู้ความโกรธว่าเป็นความโกรธได้ และไม่ทำไปตามความโกรธนั้น
ผู้ใหญ่หลายคนที่อยู่แถวนั้นเข้ามาดูแลน้องสาวของเขาเป็นอย่างดี ล้างแผลและพันผ้าพันแผลให้
ตัวเขาเลยเดินไปอย่างช้า ๆ และพิจารณาอย่างลึกซึ้ง ทันใดนั้นเองเขาก็เห็นว่าตัวเองก็เป็นเหมือนกับพ่อไม่มีผิด
และตระหนักว่าถ้าเขาไม่ทำอะไรซักอย่างกับความโกรธของเขา
เขาก็จะถ่ายทอดความโกรธนี้ไปยังลูก ๆ ของเขาก็เป็นได้ มันเป็นการประจักษ์แจ้งที่น่าทึ่งทีเดียวสำหรับเด็กผู้ชายอายุเพียงสิบเอ็ดขวบ
ในขณะเดียวกันเขาก็มองเห็นว่า พ่อของเขาเองก็อาจเป็นเหยื่อเช่นเดียวกับเขาเหมือนกัน
เมล็ดพันธุ์แห่งความโกรธของพ่อ อาจจะถูกถ่ายทอดมาจากปู่ย่าตายาย เนื่องจากการมองดูอย่างลึกซึ่งด้วยความมีสติ
จึงทำให้เขาสามารถเปลี่ยนแปลงความโกรธให้กลายเป็นการประจักษ์แจ้งได้
หลังจากนั้นเด็กคนนี้ก็ไปหาพ่อและบอกพ่อว่า เดี๋ยวนี้เขาสามารถที่จะรักพ่อได้อย่างแท้จริง เพราะเขาเข้าใจในตัวพ่อแล้ว
