Author Topic: ความรู้เกี่ยวกับ หินภูเขาไฟ  (Read 4938 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

theused

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 271
  • ขโมย เงิน เมีย มา สอย เฟิน
หินภูเขาไฟเกิดขึ้นได้อย่างไร ?

     หินภูเขาไฟ (Volcanic rock) หรือ หินอัคนีพุ (Extrusive rock) เกิดจากการปะทุขึ้นมาของแมกมาจากใต้โลกขึ้นสู่ ผิวโลกเป็นลาวาไหลออกมา ซึ่งการปะทุขึ้นมาของแมกมาเกิดขึ้นได้ หลายรูปแบบ เช่น

1. การปะทุแบบไม่รุนแรง เป็นการปะทุตามปล่องหรือรอยแตก รอยแยกของแผ่นเปลือกโลกลาวาไหลหลากเอ่อล้นไป      ตามลักษณะภูมิประเทศ     ลาวาจะถ่ายโอนความร้อนให้กับบรรยากาศภายนอกอย่างรวดเร็ว  ทำให้อะตอมของธาตุ       ต่าง ๆ มีเวลาน้อยในการจับตัวเป็นผลึก      หินลาวาหลากจึงประกอบด้วยแร่ที่มีผลึกขนาดเล็กหรือเล็กมาก       ไม่สามารถมองเห็นและจำแนกผลึกได้ด้วยตาเปล่า เช่น     
หินบะซอลต์ เป็นหินที่เกิดจากการเย็นตัวของลาวาที่มีความหนืดน้อย มีปริมาณซิลิกาอยู่ในช่วง 45-52 เปอร์เซ็นต์
หินแอนดีไซต์ เป็นหินที่เกิดจากการเย็นตัวของลาวาที่มีความหนืดปานกลาง มีปริมาณซิลิกาอยู่ในช่วง 52-66 เปอร์เซ็นต์
หินไรโอไรต์ เป็นหินที่เกิดจากการเย็นตัวของลาวาที่มีความหนืดมาก มีปริมาณซิลิกามากกว่า 66 เปอร์เซ็นต์
2. การปะทุแบบรุนแรง เป็นการปะทุแบบระเบิด เกิดตามปล่องภูเขาไฟ ขณะที่แมกมาเกิดปะทุพ่นขึ้นมาด้วยแรง      ระเบิดพร้อมกับฝุ่น ก๊าซ   เถ้า  ไอน้ำ และชิ้นวัตถุที่มีรูปร่างขนาดต่างๆ กันกระเด็นขึ้นไปบนอากาศ  ชิ้นวัตถุเหล่านี้อาจเป็นเศษหินและแร่ เย็นตัวบนผิวโลกตกลงมาสะสมตัวทำให้เกิดแหล่งสะสมชิ้นภูเขาไฟ      เมื่อแข็งตัวจะเป็นหินชิ้นภูเขาไฟหรือหินตะกอนภูเขาไฟ (pyroclastic rock) ได้แก่  หินทัฟฟ์   (tuff)      หินแอกโกเมอเรต (agglomerate) หินพัมมิซ  หินสคอเรีย เป็นต้น


หมายเหตุ   นักธรณีวิทยาบางคนได้จัดหินตะกอนภูเขาไฟเป็นหินอัคนีแต่บางคนจัดเป็น หินตะกอนเนื่องจากกระบวนการเกิดในช่วง                       แรกเกิดแบบหินอัคนี แต่ช่วงหลังมีการพัดพาไปสะสมแบบหินตะกอน


ในประเทศไทยพบหินภูเขาไฟที่ใดบ้าง

      จากการสำรวจของนักธรณีวิทยา จากกรมทรัพยากรธรณีของประเทศไทย พบหินภูเขาไฟอยู่ในบริเวณต่าง ๆ ของภาคเหนือ ที่ราบภาคกลาง แนวเขาเพชรบูรณ์ ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก และที่ราบสูงโคราช ซึ่งหินภูเขาไฟเหล่านี้จะมีส่วนประกอบของแร่ธาตุต่าง ๆ ตั้งแต่ แร่ธาตุที่มีสีเข้มดำ จนถึงแร่ธาตุที่มีสีจาง หินภูเขาไฟที่พบมีช่วงอายุการเกิดต่างกันที่มีอายุแก่ที่สุดที่พบจะมีอายุ อยู่ในยุคไซลูเรียน ถึงช่วงล่างของยุคเพอร์เมียน (ประมาณ 435 ล้านปี จนถึง 280 ล้านปี) ซึ่งหินภูเขาไฟที่เกิดขึ้นในยุคนี้ ส่วนใหญ่มักจะถูกแปรสภาพกลายเป็นหินแปรไปมากแล้ว ต่อมาในช่วงเวลา ตั้งแต่ตอนบนของยุคเพอร์เมียนถึงตอนล่างของยุคไทรแอสซิก (ประมาณ 250 ล้านปี ถึง 200 ล้านปี) มีหินภูเขาไฟเกิดขึ้นมากในบริเวณต่าง ๆ ของไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือภาคกลางตอนบน และขอบที่ราบสูงตอนล่าง และในช่วงปลายมหายุคซีโนโซอิก (ประมาณ 0.9-0.6 ล้านปี) นับเป็นช่วงสุดท้ายของการเกิดการระเบิดของภูเขาไฟในประเทศไทย ซึ่งทำให้เกิดหินบะซอลต์เป็นส่วนใหญ่


หินพัมมิสคืออะไร?

หิน พัมมิส เกิดขึ้นจากการเย็นตัวของหินหลอมเหลวใต้พื้นโลก หรือที่เราเรียกกันว่า “ลาวา” ซึ่ง ลาวาเหล่านี้เกิดจากการหลอมละลายหิน และ แร่ธาตุต่างๆ ด้วยความร้อนใต้พื้นโลก ด้วยเหตุนี้ หินลาวาจึงมีสสาร และแร่ธาตุมากมายดังตัวอย่างตารางด้านล่างนี้
 
 

Material                                                Percentage

SiO2     Content                                    62.53 %

CaO     Content                                      3.88 %

MgO    Content                                      0.43 %

Na2O   Content                                      1.14 %

K2O     Content                                      0.58 %

Fe2O3   Content                                      3.51 %

Al2O3   Content                                    24.57 %

MnO2   Content                                      0.12 %

TiO2     Content                                    Less than 0.05

Loss on Ignition                                      2.92 %

สมาร์ทพอนด์ (Smart Pond) เป็นวัสดุกรองประเภทใหม่สำหรับทดแทนปะการัง ลักษณะภายนอก มีรูพรุน มีความคงทนสูงไม่แตกหักง่าย อายุการใช้งานยืนยาว น้ำหนักเบาทำความสะอาดง่าย มีพื้นผิวจำเพาะมาก มีความทนทานจากการกัดกร่อนของสารเคมีต่างๆในน้ำ ปรับสภาพน้ำให้ค่า Ph อยู่ในสภาพที่คงที่ ช่วยลดกรด และแอมโมเนียที่เกิดจากของเสียจากปลาในน้ำ ในระยะยาว จะช่วยทำให้น้ำใสขึ้น ไม่ต้องเปลี่ยนน้ำบ่อย จึงช่วยทำให้สุขภาพของปลาดีขึ้น

วิธีใช้:
 
เนื่อง จากสมาร์ทพอนด์มีน้ำหนักเบา ก่อนใช้ควรแช่น้ำทิ้งไว้อย่างน้อยหนึ่งคืนเพื่อชะล้างฝุ่นผงตามธรรมชาติ และให้ผลิตภัณฑ์อุ้มน้ำจนมีน้ำหนัก หลังจากนั้นจึงนำลงวางในบ่อกรอง (กรณีปลาบ่อ) หรือช่องกรอง (กรณีปลาตู้) หากต้องการความสะดวกรวดเร็ว อาจหาวัสดุอื่นกดทับไว้ก่อน เมื่อผ่านไปซักระยะ ผลิตภัณฑ์จะอุ้มน้ำและจมลงได้เอง การทำความสะอาด ให้ล้างด้วยน้ำสะอาด ไม่ควรนำไปตากแดด เพราะจะทำให้จุลินทรีย์ที่ช่วยกำจัดของเสียในผลิตภัณฑ์สูญสลายไป


ที่มา:

www.lesa.in.th/geo/geo_activities/rock_chart.ppt

http://www.ipst.ac.th/science/vocano.html

http://www.srilava.com/thai-main.html

 m048 m048 m048
BB Pin นะ 21C375D8  Add มานะครับ

ไร้แรงบิน

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1,166
  • เลี้ยงเฟินสุดสนุก แต่เลี้ยงลูกสนุกสุดๆ
ข้อมูลยอดเยี่ยมมากครับ 8) 8) 8)
ตอนนี้ลูกหนึ่ง อีกหนึ่งปีจะมีลูกสอง(ตามลุงรามไปติดๆ)

Chill-Chill

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 521
  • อยากพ้นทุกข์พึงปฏิบัติธรรม มิใช่ท่องธรรม
ขอบคุณครับ
พระพุทธเจ้ารู้และท่านก็ตรัสสรุปว่าทางเดียวที่จะรู้ตามท่านตลอดจนหยุดตามท่าน คือการมองเข้าข้างในและการหยั่งรู้สรรพสิ่งออกมาจากภายในคือสัญลักษณ์สำคัญของพุทธแท้ พุทธแท้จะรู้ว่าการพยายามมองออกข้างนอกเป็นวิธีที่ไม่ทำให้รู้จักประโยชน์สูงสุดอันพึงมีพึงได้จากความเป็นมนุษย์

num-mea

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1,287
  • หนุ่มคนเดิม...กลับมาแล้วครับ
ขอบคุณครับสำหรับข้อมูล m007
ช่วงนี้อาจจะหายหน้าหายตาไปบ้างนะครับ...หายวุ่นแล้วจะรีบกลับมาครับ