I love ferns -

บอร์ดแมกไม้ นานาพันธุ์/ Bonsai, Orchidaceae, Bromeliads, Ornamental and Foliage Plants, Tillandsia, Hoyas => บอนไซ / Bonsai => Topic started by: wanna on October 06, 2013, 05:00:04 PM

Title: วิธีการเลี้ยงเมเปิลญี่ปุ่นในเมืองไทย
Post by: wanna on October 06, 2013, 05:00:04 PM
ขอออกตัวก่อนว่า วิธีการของอุ๊ อาจจะไม่สามารถใช้ได้กับทุกๆพื้นที่ 
โดยข้อมูลเหล่านี้ ปลูกเลี้ยงที่จังหวัด จันทบุรี  บริเวณนี้ สูงจากระดับน้ำทะเล 5 เมตรค่ะ 
อากาศร้อนชื้น  อากาศร้อนสุด35 องศาในหน้าร้อน
อากาศเย็นสุดประมาณ 20 องศาในฤดูหนาวไม่ถึงอาทิตย์(ที่บางปีก็ไม่มี)

 อุ๊พร้อมรับคำแนะนำจากคนที่เคยปลูกเลี้ยงมาก่อนๆนะคะ  เอาประสบการณ์มาแชร์กันได้เลยค่ะ

วัสดุปลูก
ไม่ว่าจะใช้อะไรปลูก  ให้คิดถึงว่า เมเปิลชอบดินร่วนระบายน้ำดีมากๆค่ะ  การตายส่วนใหญ่สำหรับต้นที่ปลูกไปหลายๆปี คือ ดินแน่น รากเน่า จนตายไปในที่สุด
ท่านอาจจะใช้หินภูเขาไฟ  ทราย ผสมลงในดินเพื่อการระบายน้ำที่ดีค่ะ  ไม่แนะนำมะพร้าวสับ หรือดินถุงที่มีส่วนประกอบของขุยมะพร้าว  เนื่องจากจะทำให้ดินแน่นเมื่อวัสดุปลูกเสื่อมลงค่ะ  ต้องการดินร่วนแค่ไหน  ดูได้จากตอนรดน้ำลงในกระถาง  น้ำต้องไม่มีการค้างในกระถางค่ะ แบบรดปุ๊บหายวาบไปเลยค่ะ   

วัสดุปลูกที่ใช้

ในกรณีที่รดน้ำบ่อย อากาศชื้น ใช้ดินบอนไซสูตร 1 ผสม ดินอะคาดามะ  อย่างละส่วนเท่าๆกัน

ถ้าเป็นไม้กระถางเล็กให้ใช้ดืนอะคาดามะล้วนๆได้เลยเพื่อการอุ้มน้ำดีมากกว่า

ปุ๋ยทางดิน และ ทางใบ

ปุ๋ย
- ปุ๋ยคอก หรือ ปุ๋ยหมัก ขนาด 1-2 ช้อนชา ต่อกระถาง 6 นิ้ว
- ปุ๋ยละลายช้า 10 เม็ด  ต่อกระถาง 6 นิ้ว
- ปุ๋ยทางใบ  สาหร่ายทะเล+ปุ๋ยปลา ฉีดพ่น ทุก 15 วัน เพื่อความสมบูรณ์ของต้น

การรดน้ำ
- รดเมื่อดินแห้ง  โดยปรกติวันละหนตอนเช้าค่ะ

แสงแดด
- ต้องการแดดเช้า-เที่ยง เป็นอย่างต่ำค่ะ
ถ้าแสงน้อย  การเกิดสีของใบใหม่จะซีดลงกว่าที่ควรจะเป็นค่ะ  และทำให้ไม้ค่อนข้างอ่อนแอด้วยค่ะ

โรคและแมลง
เมเปิลมีการดูแลที่คล้ายๆกับกุหลาบ ที่เป็นศัตรูพืช จะพบทั้งแมลงและรา ชนิดเดียวกัน เช่น

- แมลงปีกแข็งกัดกินใบอ่อน
- เพลี้ยไฟ  ดูดน้ำเลี้ยงตอนใบอ่อน  ใบจะไหม้ๆที่ใบอ่อน
- หนอนผีเสื้อกินใบ
- ราใบจุดดำ เกิดตามใบในช่วงฤดูฝน และราที่เข้ากิ่งแบบ die back เช่นเดียวกับหุหลาบ มักพบเจอในบริเวณที่แสงแดดน้อย อากาศไม่ถ่ายเท

การตัดแต่งกิ่ง
- รอจนกระทั่งใบแก่จนถึงที่สุด ค่อยทำการตัดแต่ง เพื่อที่ว่า ต้นเมเปิลจะได้สะสมอาหารเอาไว้ได้เต็มที่ค่ะ

ภาพจะมาเรื่อยๆนะคะ  กระทู้นี้จะค่อยๆเป็นค่อยๆไปนะคะ   1/10
Title: Re: วิธีการเลี้ยงเมเปิลญี่ปุ่นในเมืองไทย
Post by: wanna on October 06, 2013, 05:03:27 PM
นี่เป็นสภาพของต้นที่เอามาจากญี่ปุ่นใหม่ๆค่ะ  อย่าเพิ่งตกใจ ว่าทำไมเมเปิลเป็นแบบนี้นะคะ  แต่มันเป็นแบบนี้จริงๆค่ะ m204
Title: Re: วิธีการเลี้ยงเมเปิลญี่ปุ่นในเมืองไทย
Post by: wanna on October 06, 2013, 05:06:38 PM
แต่เราต้องอดทน ในความไม่สวยของมันนะคะ  อย่าเพิ่งถอดใจ แล้วก็เลิกดูแลมันนะคะ  เราต้องเข้าใจว่า มันต้องเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอย่างมาก
รอจนกระทั่งมันเกิดตาใบใหม่ค่ะ  เห็นไหมคะ สีแดงๆที่เกิดตามก้านใบค่ะ

อุ๊ยังไม่ทำอะไรมันค่ะ  ปล่อยให้ส่วนสีเขียวๆของมันปรุงอาหารต่อไปค่ะ  ทนต่อไปค่ะ
Title: Re: วิธีการเลี้ยงเมเปิลญี่ปุ่นในเมืองไทย
Post by: wanna on October 06, 2013, 05:12:27 PM
จากนั้น  ใบใหม่จะเพิ่มแตกขึ้นมาแบบนี้ค่ะ  ไม่จำเป็นต้องเย็นค่ะ ถ้าแสงแดดได้ตามที่เมเปิลต้องการ คือ อย่างน้อยครึ่งวันค่ะ   สีมันจะมาเอง อุณหภูมิเย็นในช่วงใบอ่อนไม่จำเป็นสำหรับเมเปิลค่ะ   ดังนั้นในบ้านเราที่มีแต่หน้าร้อน  หน้าฝน  ไม่มี หน้าใบไม้ร่วง Autumn ใบเมเปิลจะมีสีตามสายพันธุ์ในช่วงใบอ่อนและใบโตเต็มที่เท่านั้นค่ะ  แต่มีข้อยกเว้นค่ะ  จังหวัดในแถบสูงๆ ทางเหนือ อีสาน  ท่านจะได้เห็นสีตอนใบไม้ร่วงด้วยค่ะ แต่ว่า สีจะไม่ฉ่ำเหมือนทางญี่ปุ่นค่ะ
Title: Re: วิธีการเลี้ยงเมเปิลญี่ปุ่นในเมืองไทย
Post by: wanna on October 06, 2013, 05:15:04 PM
ชุดนี้ มาจากญี่ปุ่นเมื่อกลางเดือนกันยายนค่ะ  ชุดนี้อุ๊อดทนไม่ตัดใบ ปล่อยให้มันสะสมอาหาร  พอมันแตกใบใหม่ขึ้นมา  มันก็จะสวยเองค่ะ 
จากนั้นเราอาจจะช่วยตัดแต่งใบแก่เก่าๆออกไปด้วยได้ด้วยค่ะ
Title: Re: วิธีการเลี้ยงเมเปิลญี่ปุ่นในเมืองไทย
Post by: wanna on October 06, 2013, 05:16:51 PM
นี่ค่ะ  เราตัดแต่งใบแก่ๆออกไป  มันก็ดูพริ้มแบบนี้ค่ะ  /018
Title: Re: วิธีการเลี้ยงเมเปิลญี่ปุ่นในเมืองไทย
Post by: อู๋ เชียงใหม่ on October 06, 2013, 05:58:22 PM
ขอบคุณมากครับ  m159
Title: Re: วิธีการเลี้ยงเมเปิลญี่ปุ่นในเมืองไทย
Post by: ริมกลอง on October 07, 2013, 01:03:41 PM
อดทนอดทนอดทน  1/20 เท่าที่ผมเลี้ยงมาก็น่าจะได้ปีนึงละก็แขงแรงดีครับ ขอบคุณครับ
Title: Re: วิธีการเลี้ยงเมเปิลญี่ปุ่นในเมืองไทย
Post by: wanna on October 12, 2013, 03:26:52 PM
 เมเปิลชุดนี้ เป็นชุดที่นำเข้ามาถึงเมืองไทยวันที่ 27 กันยายนค่ะ   
 โดยตอนมาใบร่วงหมดนะคะ 
จากนั้น จะเริ่มแทงตุ่มตาใบขึ้นมา แบบนี้ค่ะ  วันนี้วันที่ 12 ตุลาคม ค่ะ
Title: Re: วิธีการเลี้ยงเมเปิลญี่ปุ่นในเมืองไทย
Post by: wanna on October 12, 2013, 03:28:50 PM
ช่วงตาใบเป็นตุ่มแดงๆ นี้ถ้าเราอยากให้ใบออกมาสวยสมบูรณ์ แนะนำให้พ่นพวก สาหร่ายทะเล  ปุ๋ยปลา  พวกอะมิโนแอซิด ก็ดีมากค่ะ  จะช่วยทำให้เมเปิลแตกใบออกมาเสมอพร้อมเพรียงกันค่ะ
Title: Re: วิธีการเลี้ยงเมเปิลญี่ปุ่นในเมืองไทย
Post by: wanna on October 12, 2013, 03:31:20 PM
ในระยะนี้  จะมีการกัดกินของพวกแมลงปีกแข็ง หรือ พวกหนอนได้ค่ะ   แบบนี้ค่ะ  ถ้าปลูกไม่มาก ก็ดูๆเอาค่ะ ถ้าดูว่าเยอะ อาจจะพ่นพวกสารกำจัดแมลงที่ไม่มีน้ำมัน เช่นแลนเนท  เซฟวิน  โปรวาโด  พวกนี้ได้ค่ะ  ใบอ่อนจะไม่ไหม้ค่ะ
Title: Re: วิธีการเลี้ยงเมเปิลญี่ปุ่นในเมืองไทย
Post by: wanna on October 12, 2013, 03:32:49 PM
ในระยะนี้  แสงแดดสำคัญค่ะ  ถ้าไม่มีแดด ก็จะแตกใบช้า  และ สีจะออกมาซีดๆค่ะ 
Title: Re: วิธีการเลี้ยงเมเปิลญี่ปุ่นในเมืองไทย
Post by: wanna on October 12, 2013, 03:36:57 PM
ระยะใบเป็นตุ่มๆแบบนี้ เป็นระยะของการย้ายบ้านที่ดีที่สุดค่ะ  หมายถึงย้ายหลักแหล่งนะคะ  ไม้จะกระทบกระเทือนน้อยที่สุด
Title: Re: วิธีการเลี้ยงเมเปิลญี่ปุ่นในเมืองไทย
Post by: sri_sun on October 12, 2013, 04:18:57 PM
รุ่นแรกที่ได้จากคุณอุ๊เมื่อปีก่อนก็ใบเหี่ยวแห้ง ร่วงเกือบหมดต้น  คิดว่าจะกลับ
ญี่ปุ่นซะแล้ว  ใครเห็นก็สงสัยว่าเค้าจะตาย  เลยสั่งชุดใหม่มาแก้ตัว  แต่เห็น
ลำต้นกิ่งก้านยังเขียวก็ดูแลตามปกติ  ด้วยความเสียดาย  ตอนนี้ตุ่มใบเริ่มใหญ่
ขึ้นแล้ว  ดีใจจัง   มาอ่านวิธีปลูกยิ่งมั่นใจว่ารอดแล้ว  ไชโย

แล้วเราจะเปลี่ยนดิน  เพิ่ม size กระถางช่วงไหนดีค่ะ
ขอบคุณค่ะ
Title: Re: วิธีการเลี้ยงเมเปิลญี่ปุ่นในเมืองไทย
Post by: wanna on October 12, 2013, 08:00:25 PM
รุ่นแรกที่ได้จากคุณอุ๊เมื่อปีก่อนก็ใบเหี่ยวแห้ง ร่วงเกือบหมดต้น  คิดว่าจะกลับ
ญี่ปุ่นซะแล้ว  ใครเห็นก็สงสัยว่าเค้าจะตาย  เลยสั่งชุดใหม่มาแก้ตัว  แต่เห็น
ลำต้นกิ่งก้านยังเขียวก็ดูแลตามปกติ  ด้วยความเสียดาย  ตอนนี้ตุ่มใบเริ่มใหญ่
ขึ้นแล้ว  ดีใจจัง   มาอ่านวิธีปลูกยิ่งมั่นใจว่ารอดแล้ว  ไชโย

แล้วเราจะเปลี่ยนดิน  เพิ่ม size กระถางช่วงไหนดีค่ะ
ขอบคุณค่ะ

ใช้วิธีเปลี่ยนกระถางให้โตขึ้นนะคะ เป็นสัก6นิ้วค่ะ ช่วงนี้เปลี่ยนได้ค่ะถ้าใบแตกมาใหม่แล้วไม่ควรเปลี่ยนเพราะแปลว่ารากกำลังเดินอยู่ค่ะ
ตอนใบเป็นตุ่มๆเหมาะค่ะ เอาใจช่วยนะคะ
Title: Re: วิธีการเลี้ยงเมเปิลญี่ปุ่นในเมืองไทย
Post by: dryimyim on October 13, 2013, 08:01:07 PM
เพิ่มเติมให้ครับ
อยู่ กทม.
กระถางเดิมๆไม่เคยเปลี่ยน
แรกๆใบเริ่มน้ำตาล คิดว่าแดดไท่พอ เลยจับวางบนกำแพงรับแดดช่วงเที่ยง
อุณหภูมิ 34-36 วางสูงกว่าต้นอื่นแต่บริเวณเดียวกัน
ปรากฏแทงตุ่มยอดใหม่ และในเวลาไม่นานตุ่มยอดก็ไหม้ ยังไม่ทันบานเลย
จับตัวกระถางปรากฏร้อนจี๋ ประมาณ39-40
เลยลองเอาลงมาวางข้างๆตัวอื่น
ปรากฏงอกตุ่มใหม่ เริ่มยืดบาน

เลยสรุปว่า ถ้ารากร้อนเกิน ก็ม่องครับ em199
Title: Re: วิธีการเลี้ยงเมเปิลญี่ปุ่นในเมืองไทย
Post by: wanna on October 14, 2013, 07:43:30 AM
พี่อุ๊ว่านะ ถ้าเป็นกระถางดินเผาน่าจะช่วยเรื่องระบายความร้อนได้เยอะนะคะถ้าวางบนพื้นปูน กระถางพลาสติกมันอมความร้อนมากเหมือนกันนะคะเคยจับดูตอนบ่ายๆขนาดของพี่อุ๊วางบนพื้นดินชื้นๆ
Title: Re: วิธีการเลี้ยงเมเปิลญี่ปุ่นในเมืองไทย
Post by: Chicky on October 22, 2013, 05:25:10 PM
555+ เจอเหตุการณ์เหมือนกับพี่อุ๊เลยครับตอนแรกคิดว่ามันจะตาย แต่สังเกตต้นมันยังเขียวแล้วก็สดอยู่ ทิ้งไว้ แล้วมันก็แตกใบใหม่ ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะครับ
Title: Re: วิธีการเลี้ยงเมเปิลญี่ปุ่นในเมืองไทย
Post by: dryimyim on October 27, 2013, 02:13:09 PM
สอบถามคุณอุ๊เพิ่มหน่อยครับ

เวลามันแตกยอดกะใบใหม่ ใบใหม่มันจะเล็กกว่าใบเก่า
ท่าทางจะเป็นสัญญาณไม่ดี เพราะบางต้นก็ผลิยอด แตกใหม่แต่ไม่สามารถยืดใบใหม่ออกมาได้ แล้วก็ตายไปเลย
เลยอยากถามว่าของคุณอุ๊มีตัวที่ใบใหม่เล็กกว่าใบเก่าไหม

Title: Re: วิธีการเลี้ยงเมเปิลญี่ปุ่นในเมืองไทย
Post by: wanna on October 27, 2013, 03:06:37 PM
สอบถามคุณอุ๊เพิ่มหน่อยครับ

เวลามันแตกยอดกะใบใหม่ ใบใหม่มันจะเล็กกว่าใบเก่า
ท่าทางจะเป็นสัญญาณไม่ดี เพราะบางต้นก็ผลิยอด แตกใหม่แต่ไม่สามารถยืดใบใหม่ออกมาได้ แล้วก็ตายไปเลย
เลยอยากถามว่าของคุณอุ๊มีตัวที่ใบใหม่เล็กกว่าใบเก่าไหม

มีเหมือนกันค่ะ  ที่คิดว่านะคะ อาจจะพลังงานในต้นน้อยค่ะ หรือไม่ก็อากาศไม่เหมาะสมพอดี

เคยเจอจากต้นที่ใบมันเสียหายก่อนจะแก่ตามอายุของมัน  พอใบเสียแล้วรีบตัดออก มันจะทำให้ใบใหม่เกิดไม่ค่อยสมบูรณ์ค่ะ  ก็เลยใช้พวกปุ๋ยอาหารเสริมพวกกรดอะมิโนพ่นไปค่ะ ให้มันได้รับอาหารทางใบเพิ่ม
Title: Re: วิธีการเลี้ยงเมเปิลญี่ปุ่นในเมืองไทย
Post by: dryimyim on October 27, 2013, 07:05:36 PM
ขอบคุณครับคุณอุ๊

เห็นว่าคุณอุ๊  พ่น สาหร่าย บ่อย ๆ เลยอยากรู้ครับ
ว่า มันขาด ฮอร์โมน หรือ มีปัญหาอย่างไรกันแน่
เผื่อคุณอุ๊ไม่เป็น น่าจะแสดงว่า ของผม  อาจพ่นไม่พอ เพราะจริงๆ พ่น 2-4 สัปดาห์หนเอง

ตอนแรกเดาว่าขาด  cytokinin ที่จะนำ auxin ไปส่งยอด   ยอดเลยไม่งาม
แต่ถ้าคิดอีกแง่  อาจผลิต Gibberellin ไม่ได้
เพราะอ่านใน  บทความอื่นๆ บอกว่า
Gib จะช่วยลดการพักตัวช่วงอากาศหนาว
และ Gib มีผลต่อการยืดยาว ของใบ
Gib สร้างจากราก  ส่งไปลำต้น  พอรากร้อน เลยสร้างไม่ได้หรือเปล่า 
ก็สงสัยไปเรื่อยครับ 
ตอนนี้เลยลองพ่น Gib  คู่กะ auxin กะ cytokinin
Title: Re: วิธีการเลี้ยงเมเปิลญี่ปุ่นในเมืองไทย
Post by: wanna on October 28, 2013, 10:28:42 AM
ขอบคุณครับคุณอุ๊

เห็นว่าคุณอุ๊  พ่น สาหร่าย บ่อย ๆ เลยอยากรู้ครับ
ว่า มันขาด ฮอร์โมน หรือ มีปัญหาอย่างไรกันแน่
เผื่อคุณอุ๊ไม่เป็น น่าจะแสดงว่า ของผม  อาจพ่นไม่พอ เพราะจริงๆ พ่น 2-4 สัปดาห์หนเอง

ตอนแรกเดาว่าขาด  cytokinin ที่จะนำ auxin ไปส่งยอด   ยอดเลยไม่งาม
แต่ถ้าคิดอีกแง่  อาจผลิต Gibberellin ไม่ได้
เพราะอ่านใน  บทความอื่นๆ บอกว่า
Gib จะช่วยลดการพักตัวช่วงอากาศหนาว
และ Gib มีผลต่อการยืดยาว ของใบ
Gib สร้างจากราก  ส่งไปลำต้น  พอรากร้อน เลยสร้างไม่ได้หรือเปล่า 
ก็สงสัยไปเรื่อยครับ 
ตอนนี้เลยลองพ่น Gib  คู่กะ auxin กะ cytokinin

คือ  พี่อุ๊พ่นแล้วมันแตกใบสวย  เท่าที่สังเกตจากกการใช้ของตัวเองนะคะ   คือ  พ่นทั้งสาหร่าย  อะมิโนแอซิด  เลยค่ะ
Title: Re: วิธีการเลี้ยงเมเปิลญี่ปุ่นในเมืองไทย
Post by: taweechai on October 28, 2013, 12:30:15 PM
ผมอยากจะทราบว่านอกจากสาหร่ายCytoauxins กะ ปุ๋ยปลาแล้ว พี่อุ๊พ่นตัวไหนเสริมอีกบ้างครับ แล้วพวกB1นี่ใช้กะเมเปิ้ลด้วยได้ไหมครับ  m193
Title: Re: วิธีการเลี้ยงเมเปิลญี่ปุ่นในเมืองไทย
Post by: wanna on October 28, 2013, 05:13:53 PM
ผมอยากจะทราบว่านอกจากสาหร่ายCytoauxins กะ ปุ๋ยปลาแล้ว พี่อุ๊พ่นตัวไหนเสริมอีกบ้างครับ แล้วพวกB1นี่ใช้กะเมเปิ้ลด้วยได้ไหมครับ  m193

ที่ใช้พ่นประจำนะคะ

1.  สาหร่ายทะเล
2.  อะมิโนแอซิด
3. โปรวาโด (กำจัดแมลง)
4. แคปแทน (กำจัดรา)

ส่วนฮอร์โมนเร่งราก  พี่อุ๊ใช้รดตอนปลูกใหม่ ย้ายกระถางใหม่  รดลงดินค่ะ