Author Topic: ใครเชื่อเรื่องพรหมลิขิตบ้าง  (Read 22940 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

ภูจ้อก้อ

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 668
  • จิตดวงเดียว....ท่องเที่ยวไป
สงสัยว่า กว่าจะสร้างเจดีย์เสร็จ คนสร้างคนต้องทนดมกลิ่นศพไม่ไหวแน่ๆเลยค่ะ เผาเอาน่าจะง่ายกว่านะคะชายภู หรือคนสมัยก่อนเค้าคิดไม่เหมือนกัน
พระเจดีย์นี่คาดว่า คงสร้างหลังจากเสร็จศึกสงครามแล้ว  เพราะว่าเค้ารบกันล้มตายมากมาย  ขนาดเวลาเผายังไม่ทันเลย  จะเอาเวลามาสร้างเจดีย์   ตอนที่เอามาโยนกอง ๆ  ไว้  หน่วยกำจัดศพ พวกแร้งกา สัตว์กินซากทั้งหลายคงช่วยไปแล้วบางส่วน  ส่วนที่เหลือก็คงแห้งเป็นซาก ก่อนจะก่อเจดีย์ก่อหน้าจะเอาดินกลบ ๆ ไปบ้าง  ไม่งั้นทำงานก่อนเจดีย์กันไม่ไหว  คาดว่านะครับ  ยังมีเรื่องการทำบุญให้ทหาร หาร ทั้งไทย พม่า ที่ภูเขาทอง จ.อยุธยาแห่งนี้ การสวดส่งวิญญาณ โดยกิจิอาจารย์ดัง  หลวงพ่อไผ่ หรือ หลวงพ่อก่อไผ่ แห่งวัดสระมณฑล จ.อยุธยา  นี่ก็แปลกอีก พระแปลก ทั้งวัดมีองค์เดียว  นอนอยู่ในโบสถ์ ทั้งวัดก็เหลือพื้นที่แค่โบสถ์  ส่วนอื่นถูกชนชาวมุสลิมรอบวัด  ยึดเอาเป็นส่วนตัว  ผมเคยไปที่วัดนี้ เค้าว่า อิสลามล้อมพุทธ คือท่านถูกล้อมไว้  หลวงพ่อไผ่ เป็นพระดี หาท่านยาก  ไว้ว่าง ๆ  จะมาเล่าให้ฟังใหม่ครับ
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว
เราคือจิต  จิตคือเรา...

ภูจ้อก้อ

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 668
  • จิตดวงเดียว....ท่องเที่ยวไป
m188ท่านชายครับ ท่านชายเล่าเรื่องได้เก่งมากๆ อย่างนี้น่าจะลองเขียนเรียงความเรื่อง"มองจีนผ่านCRI" นะครับ อย่างน้อยๆก็ได้ฝึกสมอง และอาจได้ไปเที่ยวเมืองจีนฟรีๆเพราะความสามารถของตนเอง ดีไม่ดี เขาอาจพาไปลองฝึกโยคะกับครูสาวสวยที่สุดของเมืองจีนก็ได้ น่าลองนะครับท่านชาย 1/2
ชายภู คงไม่เล่า  ไม่ไหวอ่ะ  เพราะตอนนี้ไปไหนไกลๆ  ไม่ได้  ถึงจะได้ตั๋วไปเมืองจีน  ก็คงไปไม่ได้อยู่ดี  ทุกวันนี้  เค้าให้ บินควี ๆ ยังไม่ได้ไปไหนเลยน๊ะ   ลืมบอกไปว่า  ทำงานสายการยินฯ นะ  เด๋วหาว่าโม้อีก  อิ อิ +*-
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว
เราคือจิต  จิตคือเรา...

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 46,802
  • มารเหม่งอุ๊
ไว้รอชายภูเล่าต่อนะคะ หนุกๆอุ๊ชอบค่ะ  m111
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

ชาย

  • Jr. Member
  • **
  • Posts: 53
โอ้พระเจ้าไม่อยากจะเชื่อ.....อย่างนี้จะไม่ให้หม่อมแม่รักท่านชายได้อย่างไรเนาะ น่าอิจฉาท่านชายจริงๆ :'(
อย่าปิดกั้นความคิด เพราะโลกนี้มีความหลากหลาย

ภูจ้อก้อ

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 668
  • จิตดวงเดียว....ท่องเที่ยวไป
โอ้พระเจ้าไม่อยากจะเชื่อ.....อย่างนี้จะไม่ให้หม่อมแม่รักท่านชายได้อย่างไรเนาะ น่าอิจฉาท่านชายจริงๆ :'(
หม่อมแม่ปลื้มบ้าง ไม่ปลื้มบ้างอะค๊าบ  แต่หม่อมแม่ไม่ปลื้มที่ตรงชายทำวังรกเป็นป่าช้าอะค๊าบ  แบบนี้แม่ไม่ปลื้ม  ชายก็ฝาดบ้านอาทิตย์ละสองวันเอง คือวันเสาร์ อาทิตย์ บางทีก็วันเดียว แค่ฝาดแอบ ๆ แหมะไว้  พอหน้าแล้งก็ขนใส่กระสอบไปทิ้งเสียที ค๊าบ m187
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว
เราคือจิต  จิตคือเรา...

ภูจ้อก้อ

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 668
  • จิตดวงเดียว....ท่องเที่ยวไป
 /0156 ต่อ..หลวงพ่อไผ่เป็นพระป่า มารับเป็นเจ้าอาวาสต่อจากท่านอาวาสองค์ที่แล้ว  เหมือนกับว่า มาเพื่อรักษาสมบัติของสงฆ์เอาไว้  เป็นหน้าที่ของท่าน ถ้าไม่มา จะโดนยึดวัด  ข้าวของในวัด ของสงฆ์ก็สูญหาย  จำต้องมาจำพรรษาอยู่ที่นี่  ชาวบ้านใช้พื้นที่วัดเป็นทางเข้าออก  มีครั้งนึง  ได้มีงานพิธีบวงสรวง เบิกเนตรพระสมเด็จพระนเรศวร กับพระเชียงแสนองค์ใหญ่   ครั้งนั้นชายภูไปเจอท่านเป็นครั้งแรก  ท่านน่ารัก ยิ้มแย้มแจ่มใสดี การจัดงานก็มีปัญญาตรงว่า วัดต้องตั้งโต๊ะเลี้ยงพระ ตั้งเครื่องบวงสรวง  กว่าพิธีจะเสร็จก็ร่วมบ่ายโมง  พวกชาวบ้านที่เข้าออกไม่พอใจ เพราะขวางทางเข้าออกเค้า  แต่ว่าที่ตรงนั้นคือพื้นที่ของวัดฯ  ชาวบ้านไม่สนใจ เค้าจะเข้าออก ก็ต้องได้เข้าออก ไม่สนใจว่าพระจะทำพิธีอะไร ไม่ใช่เรื่องของชั้น  เห็นชาวบ้านทำหน้าตึง ๆ  ไม่พอใจ  ผมก็รู้แร้ว   สมัยมารับตำแห่นงใหม่ ๆ  เค้าไม่คุยกับท่านเลย  เดี๋ยวนี้ยังพอคุยกันบ้าง  ลำบากนะ ยุคนี้ เราไปแตะเค้าไม่ได้เลย  เหมือนกับว่า เป็นการเหยียดศาสนากัน  พูดลำบาก

ย้อนมาเรื่องที่ภูเขาทอง ที่นั่น ว่ากันว่า เฮี้ยน และ ดุ สุด ๆ  ไม่ว่ายุคไหน สมัยไหน จนถึงสมัยนี้ก็ตาม  ไม่มีใครอยากผ่านตรงนั้น  เพราะขึ้นชื่อกิตติศัพท์ ว่าผีดุสุด ๆ จนในยามค่ำคืน ไม่มีใครอยากย่างกรายเข้าไป    หลวงพ่อไผ่ และ คณะ  ทราบดีว่า ตรงนี้ 400 กว่าปีมาแล้ว  ยังมีเหล่าวิญญาณบรรพชนไทย พม่า ติดค้างกันอยู่  จะทำการใด นอกจากจะทำพิธีสวดส่งวิญญาณ 

คืนวันนึงก็นัดแนะทีมงานมาตั้งบวงสรวง ทำพิธี อุทิศส่วนกุศล และส่งวิญญาณไปให้  คนที่เข้าไปในงานบอกว่า  บรรยากาศในงานตอนที่ทำพิธีหนาวเย็นมาก มากเสียจนไม่น่าเชื่อว่า อากาศมันจะเย็นเฉียบเข้าไปในขั้วหัวใจขนาดนั้น  หญิงกลางคน อายุประมาณ 50 ปีต้น ๆ ได้เล่าให้ผมฟังว่า หนาวมาก มันไม่ใช่หนาวอากาศ  มันหนาวที่ดวงวิญญาณทั้งหลายได้รับรู้ และมารวมตัวกัน  ณ ที่นั้น  เริ่มแรกด้วยพิธีส่งวิญญาณทหารไทยไปก่อน  แล้วมาทหารพม่า  เธอเล่าให้ฟังว่า  เจ้าวิญญาณพม่าทั้งหลาย เค้าลังเล ว่าจะไปหรือไม่ไปดี  ทำท่าแปลก ๆ  นี่เค้าเล่าให้ฟัง เพราะเธอคงเห็นอะไรพอประมาณ   เธอเล่าขำ ๆ  เหมือนว่าจะรับส่วนบุญดี หรือไม่ดี  ไม่แน่ใจว่า คณะนี้จะมาอุทิศบุญให้เราหรือไม่  เพราะเค้าไม่ใช่คนไทยอะไร ประมาณนั้น 

มันมีเรื่องแปลกอีกเรื่องที่ผมเอง ก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อ  แต่ก็อยากมาถ่ายทอดให้รับรู้ไว้  เค้าว่ากันว่า วิญญานนักรบทั้งหลาย ที่ยังไม่หมดเวร หมดกรรม  เมื่อตอนมีชีวิตยังรบกันอยู่อย่างไร    ตอนตายแล้วก็ยังแบ่งพวกรบกันฉันนั้น เหมือนเดิม บางคน ลากสังขารมือห้อย แขนหัก ไฟไหม้ ทุพลภาพยังไง  ก็แบบสังขารแบบนั้นไปสู้    ยังตั้งค่ายคูประตูรบโรมรันพันตูกันอยู่อย่างนั้น  ดวงวิญญาณยังล่องลอยไม่ไปไหน?? สถิตย์อยู่ที่นั่น เพราะผลแห่งกรรมของเค้าเหล่านั้น 

ผมมีอีกเรื่องนึง อันนี้ประสบมาด้วยตนเอง   คือเมื่อครังนึงผมและคณะ ได้ไปทำบุญกันที่เชียงใหม่  ขากลับนึกครึ้มผ่านอุทยาประวัติศาสตร์กำแพงเพชร  เลยว่า แวะดูกันหน่อย  เลยหักรถเข้าไปตอนขากลับ  ขับรถวนเข้าไปในวณอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร  แล้วจอดลงไปดูเจดีย์ช้างล้อม เจดีย์พระ 4 อริยาบท ยืน เดิน นั่ง นอน  พวกเราลงรถไปได้สักพัก ก็รู้สึกว่าเจ็บๆ ที่หน้าอก เจ็บ แปล๊บ ๆ  งัยก็ไม่รู้  แต่ไม่รุนแรงมากนัก หนึ่งในคณะของเรา ก็มีคุณสมบัติวิเศษ คือ เค้าเรียกว่า มีจิตที่สามารถสัมผัสกับสิ่งลี้ลับบางอย่าง ที่เราธรรมดามองไม่เห็น ผมและคณะ จะอาศัยเธอผู้นี้ เป็นตา เป็นหู ในการเดินทางไปไหนมาไหนอยุ่เสมอ  เราจะใช้รหัสว่า 1900 คือรู้กัน ว่าคือเธอ  ครั้งนี้เธอเตือนพวกเราว่า  พวกเรา ทั้งหมด 5 คน กำลังถูกพวกข้าศึกจ้วงแทงกันอย่างเมามัน  หา..  ผมก็ หา อะไรน๊ะ   เธอบอกว่า เราทั้งหมด เคยเป็นทหารที่นี่  และกำลังถูกทหารข้าศึกที่เราฆ่าเค้าไว้  เค้ามาเอาคืน กำลังแทงเรากันใหญ่  อารัยฟระ  เป็นไปได้งัย  ทุกคนรู้สึกต้องกัน  เหมือนกันหมด   พวกเรารีบๆ  ชมแล้วออกมาจากพื้นที่ ปรากฎว่า อาการเหล่า ๆ นั้นก็หายไปอย่างไม่น่าเชื่อ    ผมเลยถามอีกว่า  พวกนั้นตามเรามาหรือเปล่า  เธอบอกว่าไม่  อำนาจเค้ามีแค่ในเมืองเท่านั้น  เค้าไม่สามารถตามออกมานอกพื้นที่ได้  วันนั้นหลังจากหันรถออกมาจากอุทยานฯ  ก็เลยต้องบึ่งเข้าวัดไปอีก  ไปทำบุญถวายสังฆทานชุดใหญ่ให้เหล่าดวงวิญญาณเหล่า ๆ นั้น  เพราะว่าเค้าคือเจ้ากรรมนายเวรของเรานั่นเอง   เราทำให้เค้าต้องตาย และทุกข์ทรมานอยู่ ณ ที่นั้น  เค้ายังต้องรับชะตากรรม ยังไม่ได้ผุดเกิด  บุญที่พวกเราทำ อาจนำพาให้เค้าพ้นบ่วงกรรมเร็วขึ้น  หวังไว้ลึก ๆ เช่นนั้น

วีรกรรม เรื่องแบบนี มีบ่อย  จนชาชิน  เรื่องการศึกสงครามนั้น เป็นเรื่องของการป้องกันประเทศชาติ  เรารบฆ่ากันเพื่อ ป้องกันบ้านเมือง  ไม่ได้รบเพราะอยากได้บ้านเมืองใคร  เคยถามพระท่านว่า  ถ้าอย่างนี้บาปหรือป่าว  ท่านว่า บาป นะบาปแน่ ๆ  แต่ว่า ในวงบาป  ก็ยังมีส่วนบุญอยู่ คือพวกเธอได้ปกป้องบ้านเมือง ยังศาสนาไว้ บุญก็ได้ บาปก็มี  พวกเธอที่ไม่ตกนรกนี่  ก็เพราะบูญส่วนที่ปกป้องบ้านเมืองและศาสนามีกำลังเหนือกว่า ฉะนั้น พวกเธอจงอย่าลืมทำความดีไว้  ถ้าเมื่อไร เธออ่อนกำลังในการทำกรรมดี  กรรมชั่วจะมีผลดึงเธอลงอบาย  เพราะว่าการรบราฆ่าฟันนั้น บางทีเธอก็ไม่ได้ฆ่าแค่คน  เธอยังรุกเข้าในพื้นที่ในส่วนสงฆ์  ได้ทำลายถาวรวัตถุของสงฆ์  ทำลายบ้านเมืองเค้าบ้าง ฆ่าผู้บริสุทธิ์ไปบ้าง  นั่นเป็นเรื่องการศึกสงคราม คนเราเกิดมาแล้ว เรื่องไม่เคยทำกรรมชั่วนั่นไม่มี 

หลักจากซึ้งในธรรมที่พระท่านสอน  คณะเราจึงเร่งสร้างกรรมดี  เพื่อหนึวงจรกรรมชั่วที่จะตามมาถึง  นี่เป็นเรื่องๆนึง ที่พบมาด้วยตนเอง  ไง  หนุกม๊ะ  ฮี่ ๆ m190
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว
เราคือจิต  จิตคือเรา...

ch@t

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 16,709
  • ดินดี ปลูกไม้งาม ต้องดินลุงชัช
ไม่ค่อยได้ศึกษาธรรม..สักเท่าไหร่...แต่สิ่งที่ประทับใจนะ..คือ."เรื่องการศึกสงครามนั้น เป็นเรื่องของการป้องกันประเทศชาติ  เรารบฆ่ากันเพื่อ ป้องกันบ้านเมือง  ไม่ได้รบเพราะอยากได้บ้านเมืองใคร."


เข้าใจอะไรได้มากขึ้น...กับคำสอนตรงนี้...
คนเรานะบางครั้งก็ไม่ต้องพยายามวิ่งหาเป้าหมายหรอก เพียงแต่พยามยามหมั่นทำในสิ่งที่ตั้งใจ ท้ายที่สุดเป้าหมายก็วิ่งมาหาเราเอง...

เมษายน 56

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 46,802
  • มารเหม่งอุ๊
หนุกมากเลยอ่ะชายภู  เอาอีกๆๆนะ  รออ่านต่อค่ะ  ว่าแต่  1900 อ่ะอย่าให้ตีสิบรู้นะคะ  เค้าต้องไปออกทีวีแน่ๆเลยค่ะ  /026
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

ภูจ้อก้อ

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 668
  • จิตดวงเดียว....ท่องเที่ยวไป
 /0156 พวกเราทั้งหลาย  ไม่ว่า ชายหรือหญิง ล้วนแต่เคยเกิดเป็นทหาร เป็นนักรบ  เป็นอะไรต่อมิอะไรกันมามากมาย บางทีก็เป็นนักบวช เป็นฤาษี เป็นสมณ เป็นคนศาสนาอื่น ๆ  ในคน หนึงคน สามาถเป็นได้ทั้งนั้น แม้นกระทั่งหนอน ไส้เดือนดิน  บางคนเค้ามีอดีตังค์สญาณ นึกย้อนหลังอดีตดู  อูู๊ย..ส์  ฉันเคยเป็นพระมหาสีองค์พระเนรศ  ผมเป็นกษัตริย์ ผมเป็นนักรบคนนั้น ป้องกันบ้านเมืองนี้  ฯ  โอ้ว  คุยโตเก่ง  แต่ชาติที่ไปเกิดเป็นสัตว์ ที่เรารังเกียจกัน  ท่านไม่เคยหยิบเอามาแสดง  ชาติไหน เก่ง มีหน้าตา เอามาคุย  จิง ไม่ จิง ก็ไม่รู้  แต่คุยฟุ้งไปก่อน  คนจริงเค้าไม่คุย  คนจริงมีแต่จะคอยแก้ไข ข้อบกพร่องตนเอง  ไม่โอ้อวด ยกตน ข่มท่าน  แม้นว่าท่านจะเกิดมาแล้วยิ่งใหญ่สักปานใดก็ตาม  แต่นั่นคืออดีต  อดีตที่ไม่สามารถกลับไปได้อีก มันหายไปแล้วอดีต  มาดูว่าปัจจุบันนี้เป็นอย่างไรดีกว่า  แล้วอนาคตล่ะ  จะเป็นอย่างไร  อันนี้น่าคิด มากกว่า  เจ้า 1900  ก็เป็นคนธรรมดา มีโลภ โกรธ หลง แ่ต่คุณสมบัติพิเศษตรงที่ว่า  พวกเราไม่มี  เป็นสิ่งที่พวก ๆ เราทำไม่ได้  ทีแรกเธอก็ธรรมดาเหมือนเรา ๆ  ไม่ได้เก่งมาแต่กำเนิดแต่ไหน  มันมีวันนึง ................... ไปเจอผู้่ทีมีฟามสามารถเข้า............. วันนั้น  (เอาไว้ต่อวันหลังแร้วกันน๊ะครับ)    m060
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว
เราคือจิต  จิตคือเรา...

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 46,802
  • มารเหม่งอุ๊
หนุกค่ะๆไว้มาต่ออีกนะคะ  ชอบเรื่องอภินิหารอ่ะชายภู  m048 m048
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

ภูจ้อก้อ

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 668
  • จิตดวงเดียว....ท่องเที่ยวไป
หนุกค่ะๆไว้มาต่ออีกนะคะ  ชอบเรื่องอภินิหารอ่ะชายภู  m048 m048
/0156 ชอบอภินิหารเหรอคับคูอุ๊  แสดงว่า อ้า...ถ้าฝึกปฎิบัติต้องเล่นแนวอภิญญา  ชัวร์ปาร์ด...... อิ อิ  เป็นคนชอบฤทธิ์  อยากมีฤทธิ์  เดาเอานะ  คนที่ชอบแนวปาติหานนี่ต้องชอบเล่นฤทธิ์มาก่อน นี่เป็นพื้นฐานของเดิม  พระท่านว่านะ สมัยก่อน ๆ เรื่องการฝึกอภิญญาสมาบัติ เหาะ เหิร เดินอากาศ หายตัว รู้อดีต อนาคต ปัจจุบัน รู้วาระจิตคนนี่ สมัย ก่อนๆ  นะ ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย ถ้ารักจะทำจริง  แต่มายุคนี้สมัยนี้  ถ้าไม่ปรารถนามาเพื่อช่วยเหลืองานการพระศาสนา อย่าฝันไปฝึกเลย มันเป็นเรื่องยาก  ถ้าได้มา ก็แค่พอผิวเผิน เอาตัวรอดไม่ได้  เพราะอะไรรู้มั๊ย  ..............เพราะว่า ไม่ใช่ยุคสมัยที่จะมาทำกันง่าย ๆ  .......สมัยก่อนในอดีต  ถ้าเราไปบอกใครว่า ในอนาคต จะมีคนทำเครื่องบิน ส่งจรวดไปดวงจันทร์  ไปต้องไปฝึกสมาธิจิตคุยกัน  เค้ามีเครื่องมือสื่อสารกันได้ง่าย  ไม่ต้องฝึกอภิญญาก็เหาะได้  มีเครื่องบิน บินไปมาแว๊บเดียว ก็ถึงได้เหมือนกัน ถ้าเราไปคุยโม้ในสมัยก่อน ก็ไม่มีใครเชื่อดอก   ครือว่า ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป ของเหล่านี้ อภิญาสมาบัติ ฤทธิ์เดชทั้งหลาย ก็ยังคงอยู่ แต่ที่ฝึกไม่ได้ คือ สภาพแวดล้อมมันเปลี่ยนไป  ที่ว่าสภาพแวดล้อมมันเปลี่ยนคือ  สื่อ  สื่อเทคโนโลยีต่าง ๆ โทรศัพท์ ทีวี อินเตอร์เนต บีบี แชท์กระจายไร้สาย ความเร็วสูง  เด็กสมัยนี้เดินช๊อปปิ้ง ยังกดเม็ด คุยกัน ไปมา ดูมันช่างเป็นโรคสื่อสาร  แต่ว่าสิ่งเหล่า ๆ นี้ สำหรับนักปฎิบัติแล้ว มันเป็นตัวดึงใจให้ห่างความสงบ  ถ้าสมณ หรือนักปฎิบัติทั้งหลาย ใช้ของเหล่านี้เกินความจำเป็น มันก็จะเป็นโทษ และดึงใจเราลงทางต่ำได้ง่ายๆ แบบไร้การควบคุม  คนที่ติดทีวี ติดสื่อ ติดเม้าท์ ติอแชท์ ติดอะไรต่อมิอะไร  ยากน่ะ ที่จะปฎิบัติธรรมให้ดีได้ ถ้าไม่ล่ะ ไม่ปล่อย ไม่วางของเหล่านี้ลง ถ้าสมณะท่านใดบวชแล้วนำสื่อเหล่านี้เข้าวัดไปด้วย ถ้าท่านไม่ใช้ในกิจของสงฆ์ แต่ไปใช้ในกิจของฆารวาสแล้ว  การสงบจิตให้นิ่ง กับคำภาวนา มันเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เพราะยังเอาเรื่องโลก ๆ เข้าไปในวัด ต่อให้ไปอยู่ตามป่า ตามเขา ตามถ้ำ  ถ้าสามารถรับสื่อพวกนี้ได้ ไม่ปลดอาวุธออก  การปฎิบัตินั้น อาจเป็นการสูญเปล่า  อาจารย์ที่ผมนับถือท่านว่า ต่อไปในอนาคตอันใกล้ ไม่ใช่ใกล้ซิ มันเริ่มขึ้นแล้วตอนนี้ มันจะมีความวิบัติ ด้วยสื่อเหล่าๆ นี้จะเข้ามาทำลายสงฆ์  เพราะไม่สามรถควบคุมได้ ยากเกิน ที่ใครจะมีอำนาจเหนือมัน สื่อจะทำลายสมณที่ไม่อยู่ในธรรม  เมื่อสมณะทั้งหลายบวชแล้ว ไม่ตั้งในธรรม จะพาสังคมเข้าสู่ความวิบัติเร็วขึ้น

สังคมจะวิบัติเพราะผู้นำธรรม ละเลย  ความละเลยในธรรม จะพาอกุศลกรรมทั้งหลาย เข้าสู่สังคมมนุษย์  ท่านว่า  ตอนนี้เริ่มแล้วนะ  ต่อไปมันจะมีโรคระบาดที่ร้ายแรงมาก ๆ  มากแบบว่าเป็นไม่กี่วันก็ตาย ตายเร็ว รักษาไม่ทัน เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดนึง เชื้อนี้มันฆ่าได้ แต่ต้องใช้การฆ่าแบบบ้าน ๆ คือใช้รมควัน เอายาฉุน ยาเส้นแบบไม่ผสม มาก่อเป็นควันในสถานที่ ที่มีการระบาดของเชื้อพวกนี้  แต่คนจะล้มตายกันมาก ไม่ใช่แค่โรคระบาด ต่อไปนี้ ทั่ว ๆ โลก มันจะมีสงครามกลุ่มย่อย ๆ แบ่งฝ่ายรบกันมากขึ้น จนลามปามมาเป็นสงครามใหญ่  ลูกไฟจะตกจากอากาศ ทำลายผู้คนมาก ที่มองเห็น คือคนจะตายเพราะไฟกันมาก ๆ  คือเรื่องภัยพิบัตินี่มีมานานแล้วนา อันนี้ถ้าใครศึกษามา ก็จะเห็นว่าไม่ใช่เรื่องใหม่  เป็นพุทธทำนายไว้ชัดเจน มีใจความตอนนึงว่า  ดูก่อนอานนท์  ภัยพิบัติที่เห็น ยังไม่เท่าในกาลข้างหน้าหลังกึ่งพุทธกาลไปแล้ว  จะมีคนล้มตายกันมากกว่านี้ ลูกไฟใหญ่จะตกจากอากาศ ไฟจะขึ้นจากน้ำ ยักษ์หินที่ถูกสาบ จะลุกขึ้นมาห้ำหั่นกัน  ......... ผมมานั่งตีความตามคำทำนายนี้  คือคิดเองนะ ว่าหลังกึ่งพุทธกาล ก็ล่วงเลยมานานพอดูแล้ว พุทธกาลนี้ ประกาศศาสนาไว้ 5000 ปี  กึ่งพุทธกาลก็ 2500 ปี  ตอนนี้ปี 2553  บางสำนักว่า ไม่เกิน 10 ปี ได้เห็นกัน บางคนว่า ไม่เกิน 3 ปี  หลายสำนักทำนาย หลายประเทศก็ทำนาย ว่ากาลข้างหน้าจะมีภัยพิบัติใหญ่หลวงต่อมวลมนุษยชาติ แต่ส่วนใหญ่เค้าไปเน้นที่ภัยธรรมชาติ  แต่สิ่งที่พระพุทธองค์ทำนายคือภัยจากสงคราม  สงครามที่ว่านี่  ก็คงจะเลี่ยงสงครามศาสนาไม่ได้  คำว่ายักษ์หินที่ถูกสาบ นั่นยังคิดว่า มันจะเป็นสงครามหุ่นยนต์หรือไง  แต่ว่า เด๋วนี้เค้าใช้หุ่นยนต์บังคับเครื่องบินทิ้งระเบิดแล้วนา  จะว่าไป  และที่สำคัญคือสงครามครังนี้ มันมีอาวุธชีวภาพ คือพวกเชื้อโรคที่ร้ายแรง  เค้าไปบรรจุในหัวรบ  มันจะเป็นสงครามสารเคมี(ฝนเหลือง )และสงครามเชื้อโรค  อเมริการ เก็บเชื้อโรคระบาดทุกชนิดไปทำวิจัย และหายารักษา  เพราะคิดว่า ถ้าพวกเค้าโดน เค้าจะมียารักษา เมื่อไม่นานมานี้ ทางอเมริกาให้ทุนไทย วิจัยเชื้อบ้าอะไรก็ไม่รุ้ แถบภาคอิสาน ร้อยเอ็ด มหาสารคาม คือเป็นแล้วรักษาหายยาก  เออ มันชื่อ โรคลอกเรียนแบบ   คืออ่านหนังสือพิมพ์เจอ  พออ่านเจอก็สนใจ โรคบ้าอะไรฟระ โรคลอกเรียนแบบ หรือนักเรียนแบบ  พออ่านปุ๊บ ก็สนใจ เลยดูใจความ ก็ทราบว่า มันเป็นเชื้อโรคชนิดหนึ่ง ไม่รู้สังกัดกลุ่มแบคทีเรีย หรือไวรัส  มันฟุ้งกระจายออกมาจากพื้นดิน  ทำให้เกิดโรคประหลาด  คือตัวเฉพาะโรคของมันไม่มี  แต่มันไป ก๊อบปี้โรคอื่นมาแทน อย่างคนเป็นวัณโรค หรือหวัด หรือโรคบ้าอะไรก็ตาม ไอ้เชื้อนี่ มันไปโคลนนิ่งเอามาเหมือนเด๊ะ ๆ การรักษาทางการแพทย์ตอนนี้ รักษากันตามอาการคนไข้  คือมันโดดเด่นด้านไหน รักษาด้านนั้น  นี่มันเกิดขึ้นแล้ว เรื่องจิง ผ่านจอ  สหรัฐ พบผู้ป่วยของตนเอง มาสามสี่ปีแล้ว ผู้ป่วยของเค้า มาเที่ยวเมืองไทย เมื่องครั้งเกิดสึนามิ  ติดเชื้อนี้ไปหลายคน  พบว่าต้นตอเกิดที่ไทย  แต่ว่า  งง ฮ่ะ  เชื่อติดตอนสึนามิ  แต่มาระบาดทางภาคอิสาร  งง   จะอย่างไรก็แล้วแต่มันเกิดขึ้นแล้ว    อืมม  เม้าท์กระจายไปหน่อย  คุยเรื่อง ปาติหาน  ดันมาเชื้อโรค คำทำนาย ไปกันใหญแล้วง่ะ คุอุ๊    เอาไว้มาเล่าเรื่อง ปาติหาน ของเจ้า 1900 ดีฝ่า  มันมีเรื่องเหลือเชื่อ หลายเรื่อง  แบบว่า  .........รู้แร้วต้องเหยียบ  ชุ ๆ  หมู ฉึ ๆ ... m185
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว
เราคือจิต  จิตคือเรา...

num-mea

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1,253
  • หนุ่มคนเดิม...กลับมาแล้วครับ
น่าติดตามครับ   รอฟังตอนต่อไปอยู่นะครับ... :)
ช่วงนี้อาจจะหายหน้าหายตาไปบ้างนะครับ...หายวุ่นแล้วจะรีบกลับมาครับ

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 46,802
  • มารเหม่งอุ๊
เรื่องภัยพิบัติทางธรรมชาตินี่น่ากลัวนะคะ พ่อหลวงเทศน์ให้ฟังบ่อยๆค่ะ ท่านก็ให้เตรียมตัวรับวิกฤติเหมือนกันค่ะ ท่านสอนไปถึงเรื่องพิษของระเบิดปรมาณูด้วยนะคะ พวกเราลูกศิษย์ท่านจะเชื่อนะคะ แต่ถ้าไปเล่าให้คนอื่นฟังเค้าไม่ค่อยจะเชื่อกันค่ะ ตอนนี้อุ๊ก็ไม่ค่อยพูดกับใครเรื่องแบบนี้เหมือนกันค่ะ  บางคนคิดว่าอุ๊เพี้ยนๆอ่ะ ๕๕๕๕

ส่วนเรื่องอภิญญาของครูบาอาจารย์อุ๊ละเชื่อสนิทใจเลยละค่ะ โดนมากับตัวเองเรื่อยๆ แต่เรื่องนี้พูดมากไป คนเค้าจะว่าเราได้นะคะ เพราะบางทีเค้าคิดไม่เหมือนเรา  แต่พ่อหลวงท่านไม่ให้สนใจเรื่องพวกนี้ ท่านบอกว่าไม่ใช่ทางหลุดพ้น บางคนหลงติดกับตรงนี้อยู่จนไม่พ้นทุกข์เสียที  ส่วนพวกลูกศิษย์ละก็ตอนฟังเทศน์ง่วงๆแล้วมีเรื่องนี้แทรกเข้ามานะ ตาสว่างกันเลยทีเดียว

อุ๊รอชายภูเล่าเรื่อง1900 ดีก่า  ต้องหนุก ตื่นเต้นแน่ๆเลยอ่ะ  em195 em195
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

ภูจ้อก้อ

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 668
  • จิตดวงเดียว....ท่องเที่ยวไป
 /0156 นับถือครับ ครูบาอารย์คูอุ๊เหม่ง กล่าวถูกต้องครับผม  เรื่องอภิญญาสมาบัติ ไม่ใช่ทางหลุดพ้นครับ   คำว่า อภิญญา แปลว่า "เล่น ๆ"  คือทำเล่น ๆ  เราจะเห็นว่า พระพุทธเจ้าทรงสั่งห้ามเด็ดขาดกับสงฆ์  ห้ามสงฆ์แสดงเพื่อหวัง ลาภ ยศ  ถ้าใครแสดง ปรับอาบัติ  แต่ถ้าไปแสดงในป่าเขา ไร้ผู้คน ไม่มีใครเห็นไม่เป็นไร ทำเพื่อการสงเคราะห์ให้หายเจ็บป่วย ให้เลื่อมใสเข้ามาในธรรม ไม่ปรับเป็นอาบัติ ก็มีข้อยกเว้น  ไม่ใช่ว่าจะผิดเสียทุกข้อทีเดียว แต่ว่าสมัยพุทธกาลก็มีพระอรหันต์ที่อยู่ในระดับ ปฎิสัมภิทาญาณ หรือ อภิญญาหก  มีความสามารถหลายองค์ ทำได้  แต่ไม่แสดง  แต่มีครั้งนึง  พระพุทธองค์แสดงเองเลย  คือทรงสั่งห้ามสงฆ์  แต่ไม่ได้สั่งห้ามท่านนี่  พวกเดียรถีร์ (คือพวกนอกศาสนา) พอรู้ว่าพระพุทธองค์ห้ามแสดงฤทธิ์ แกก็เลย จะอวดตัวเองว่าพวกกลุ่มนักบวชของเค้าเก่งมีฤทธิ์มาก  คือเรื่องมันมีว่า  มีเศรษฐีท่านหนึ่งไปเก็บท่อนไม้จันทร์ลอยน้ำมา มันก็ใหญ่พอดู ไปกลึงขุดเอามาเป็นบาตร แล้วก็ประกาศว่า ถ้าพระอรหันต์ มีจริงละก็  เชิญมาเหาะเอาบาตรไม้จันทร์ลูกนี้เลย  เค้าก็ต่อไม้แขวนขึ้นไปสูงเทียมฟ้า  สูงมาก เรียกว่า คนธรรมดาไม่มีฤทธิ์ละก็ อย่าหวัง  ทีนี้คนสมัยก่อนเค้าเชื่อว่า ใครที่เป็นพระอรหันต์ต้องเหาะได้  คือเป็นความเข้าใจผิด ๆ นะ  พระอรหันต์มีหลายระดับ  ต่ำกว่าอภิญญาหกลงมา เหาะไม่ได้ ยิ่งสุขวิปัสโกนี่ ไม่ได้เลย มองไม่เห็น ฤทธิ์เดช หูตาทิพย์ไม่มีเลย  แต่เป็นอรหันต์ได้ มีความเข้าใจในธรรมตัดกิเลสได้ ไปนิพพานได้  เทียบเท่าพระอรหันต์ระดับปฎิสัมภิทาญาณ  คือปฎิสัมภิทาญาณนี่ถือว่าสูงเริ่ดแล้ว คือรู้ทุกอย่างภาษาสัตว์ ภาษาคน ทุกชาติ ทรงพระไตรปิฎก ฉลาดในการแสดงธรรม  ธรรมเพียงหัวข้อสั้น  ๆก็สามารถ บรรยายให้ยาวให้ละเอียด สุขุม ฟังง่าย อุปมา อุปมัยเก่ง เรียกว่า ฉลาดในการแสดงธรรม  ธรรมหัวข้อยาว ๆ  ก็ย่นย่อให้สั้นฟังเข้าใจง่ายก็ทำได้  แต่ทุก ๆ อรหันต์จะอยู่ในระดับใด ค่าเท่ากัน คือไปพระนิพพานได้สบาย ๆ  ไม่ต้องเกิดอีกแล้ว

ย้อนมาเรื่องบาตรคุณมหาเศรษฐี แขวนเพื่อจะดูว่า ใครคือพระอรหันต์ มีจิงหรือ  ข่าวก็ไปเข้าหู พระอรหันต์ท่านหนึ่ง  ชือท่านปิณโฑทวาชะ(ถ้าชื่อผิดก็ขออภัยครับ) ท่านรู้เข้าก็อธิษฐานจิตเหยียบเอาหินก้อนใหญ่ติดเท้ามาด้วย  คือจะเหาะธรรมดานะ กระจอก มาเลยทั้งก้อนหินอันมหึมา  ลอยลิ่วมาเลย คว้าเอาบาตรที่เศรษฐีแขวนไว้  ท่านได้บาตรไป  แต่ชาวบ้านร้องโวยวาย  พระคุณเจ้าเจ้าคะ  ประคองหินไว้ดี ๆนะค๋ะ อย่าให้มันหล่นมาใส่หัวกระบานพวกอิฉันนะคะ  คือใครมีอะไรก็เอามาปิดป้องหัวกระบานตัวเอง  กัวหินที่ติดเท้าพระมาจะหล่นใส่  หวาดเสียว   ทีนี้ก็เป็นเรื่องเลย  ชาวบ้านร้องให้พระ เหาะโชว์ใหม่ แหม๋ อยากดู  เหาะอย่างไร ท่าไหน  หนีบหินติดขามาด้วย  เกิดมาไม่เคยเห็น  ร้องมาให้พระเหาะใหม่  ท่านก็สงเคราะห์  เรื่องก็ไปเข้าหูเข้าพระเนตรพระพุทธองค์ เลยทรงสั่งห้ามเด็ดขาด ว่าห้ามสงฆ์เหาะ หรือแสดงฤทธิ์ให้ดู  เพราะจะทำให้ ชาวบ้าน ไม่ติดในธรรม แต่มาติดในฤทธิ์ แล้วไม่สนใจในพระธรรมคำสั่งสอน    อันที่จริง ไม่ว่าจะพระหรือฆารวาส ที่ทรงอภิญญา 5 ได้  ก็เหาะได้แล้ว  ไม่ต้องเป็นอรหันต์ก็ทำได้  อย่ากลุ่มฤาษี  เค้าก็ทำกันได้  ไม่ใช่ของแปลกอะไร  แต่อย่างท่านพระเทวฑัต เหาะได้ ทรงอภิญญา 5 แล้วก็เหาะลงนรกไป เพราะว่าไปทำร้ายพระพุทธองค์เข้า คืออภิญญาห้า แค่ฌาณโลกีย์ ยังไม่พ้นนรก อย่าถือว่า เหาะได้แล้ว เก่ง รู้วาระจิต รู้อดีต อนาคต  ถ้ายังไม่ถึงพระโสดาบันละก้อ  ก็ยังไม่พ้นนรก   การปฎิบัติธรรมขั้นแรก  คือ "หนีนรก" ให้ได้ก่อนนั่นแหละ ท่านเอ๋ย  ท่านจะเก่ง กาจ สามารถ สักปากใด  ถ้าหนีนรกไม่พ้น ก็บ้อท่า เสร็จเค้า นรกเจี๊ย กับไปเยี่ยมบ้านเก่า อีกตามเคย 

ก็กลับมาที่พระพุทธองค์ทรงแสดงฤทธิ์ คือสรุปว่า ท่านบิณโฑฯ เป็นต้นเหตของวินัยบัญญัติห้ามพระแสดงฤทธิ์  แต่พระพุทธองค์แสดงให้พวกเดียรถีร์ดู เมื่อตอนเข้าพรรษา  คือเมื่อสงฆ์ถูกห้าม ก็นึกว่าไม่มีใครมาแสดงแล้ว  ก็เลยจะโชว์  แต่พระพุทธองค์ ทรงเอาเม็ดมะม่วง ปลูก แล้วก็งอกตอนนั้น เติบโต ทรงเหยียบต้นมะม่วง  3 ก้าว คือก้าวเท้าสามที ไปถึงดาวดึงส์ ไปโปรดพุทธมารดาบนนั้น 3 เดือน  คือรายละเอียดนะ  ผมคงจำไม่ได้หมดน๊ะ เอาคร่าว ๆ ประมาณนี้ เป็นเรื่องของฤทธิ์ ที่สมัยนี้ ก็มีอยู่ ยังมีพระอรหันต์ประเภทนี้อยู่ แต่ไม่มาก แต่ต่อไปจะมีมากกว่านี้ ด้วยเหตุว่า...ต่อภาค 2 m064 
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว
เราคือจิต  จิตคือเรา...

ภูจ้อก้อ

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 668
  • จิตดวงเดียว....ท่องเที่ยวไป
 /0156พระพุทธทำนายภาค 2

 และ คำทำนายของครูบาอาจารย์ในอดีตเกี่ยวกับธรรมชาติและชีวิต

คำนำ

ข้าพเจ้าเพิ่งได้รับเอกสารชุดนี้เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2549  พยายามสืบหาที่ไปที่มาของเอกสารชุดนี้อยู่นาน  เห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าจะให้ทุกคนได้รับรู้และตระหนักถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า  ทั้งในเรื่องของภัยธรรมชาติเอง และเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพวกเราชาวไทยที่รักแผ่นดินยิ่ง  นั่นคือเรื่องราวบางส่วนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในหลวงของเราทำให้พวกเราได้เห็นในอีกมุมมองหนึ่งของพระราชกรณียกิจของท่าน  พระปรีชาสามารถทั้งทางด้านการเมือง การปกครอง และทางธรรม  สมควรอย่างยิ่งที่พวกเราควรจะเจริญรอยประพฤติตามพระยุคลบาทด้วยการศึกษาและปฏิบัติสมาธิกันอย่างจริงจัง  และนำสมาธิมาประยุกต์ในการดำเนินชีวิตเช่นเดียวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา  เพราะเมื่อถึงเวลาที่ภัยพิบัติมาถึงตัว  เราจะสามารถดำรงตนอยู่ได้อย่างมีสติ

                                                           ผู้รวบรวม

                                                       มีนาคม 2540

คำพยากรณ์

ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

? อานันทะ ดูก่อนอานนท์ก่อนกึ่งพุทธกาล 15 ปี จะเกิดการณ์ร้ายแรง  จะมีการรบราฆ่าฟันซึ่งกันและกัน  ฝนเหล็กจะตกจากอากาศ  ไฟจะลงมาจากอากาศ  จะเผาผลาญประชาชนให้พินาศ  จะมีการล้มตายซึ่งกันและกันเป็นอันมาก  แต่ว่า ดูก่อนอานนท์ ก่อนกึ่งพุทธกาล 15 ปี จะถือว่าเป็นการณ์ร้ายแรงหาได้ไม่  ทั้งนี้ก็เพราะว่าหลังกึ่งพุทธกาลไปแล้ว

อานันทะ ดูก่อนอานนท์ จะมีความร้ายแรงมากกว่าก่อนกึ่งพุทธกาลมาก  ยักษ์นอกพุทธศาสนาจะรบราฆ่าฟันซึ่งกันและกัน  ต่างฝ่ายจะล้มตายกันฝ่ายละมากๆ สมณะ ชี พราหมณ์ จะล้มตาย  จะตายไปฝ่ายละครึ่งจึงจะเลิกรากัน  สำหรับประเทศที่นับถือพุทธศาสนาจะมีภัยเหมือนกัน  แต่ไม่ร้ายแรงนัก ?



พระพุทธเจ้าบอกว่า  ค.ศ.2000  โลกจะไม่สลาย ... พระพุทธศาสนาจะทรงอยู่ได้ตลอด 5,000 ปี

ทรงตรัสชี้ว่า  เขตประเทศต่อไปนี้  จะเป็นประเทศที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก  จะสามารถทรงพระพุทธศาสนาครบ 5,000 ปี

นี่หมายถึง  ประเทศไทย..

ถ้าสงครามใหญ่เกิดขึ้น  คนไทยจะมีความมั่นคงในพุทธศาสนามากขึ้น  ในเมื่อเห็นการสูญเสีย  ความตายเกิดขึ้น  ความทุกข์ก็มากขึ้น  จิตใจก็เริ่มเป็นกุศล  เวลานั้นบรรดาพุทธศาสนิกชนก็จะมีความมั่นคงในพุทธศาสนามากขึ้นเพราะกลัวตาย...

สำหรับท่านนักปฏิบัติที่เจริญสมาธิจิตก็จะเร่งรัดตัวเอง  กำลังใจก็จะมีสมาธิ  ในที่สุดอภิญญาก็จะเกิด  ในเมื่ออภิญญาเกิดก็จะใช้ผลของอภิญญาและญาณต่างๆ ที่ได้จากสมาธิและวิปัสสนาญาณ  เอามาช่วยบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย  ให้มีความสุขปลอดภัย  ขอให้ทุกท่านยอมรับนับถือความดีของพระพุทธเจ้าที่ให้ไว้ คือ
1. สังคหวัตถุ 4 ได้แก่

1.1 ทาน  การให้  ให้มีการสงเคราะห์ซึ่งกันและกัน  สร้างความรักเข้าไว้   อย่าสร้างศัตรู

1.2 ปิยวาจา  พูดดี  พูดให้คนที่รับฟังมีความสุข  เขาจะรักเรา  เราก็มีความสุข

1.3 อัตถจริยา  ช่วยเหลือการงานซึ่งกันและกัน

1.4 สมานัตตตา  ไม่ถือตัวไม่ถือตน

2. พรหมวิหาร 4 ได้แก่

2.1 เมตตา  ความรัก

2.2 กรุณา  ความสงสาร

2.3 มุทิตา  มีจิตอ่อนโยน  เห็นใครได้ดีก็ยินดีด้วย

2.4 อุเบกขา  วางเฉยเมื่อเหตุร้ายเกิดขึ้น  ไม่ดิ้นรน  ยอมรับตามความเป็นจริง

จงอย่าประมาทในชีวิต  จงทรงจิตของท่านให้มีความมั่นคงในคุณพระรัตนตรัย 3 ประการ คือ  คุณพระพุทธ  พระธรรม  พระสงฆ์  โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้มีจิตยึด พระพุทธคุณ ให้ภาวนาว่า ? พุทโธ ?

ก่อนจะหลับให้กำหนดการเข้าออกของลมหายใจ  หายใจเข้านึกว่า ? พุท ? หายใจออกนึกว่า ? โธ ? และเวลาตื่นนอนใหม่ๆ  ทำแบบนี้เป็นปกติ  เวลาที่ยังตื่นอยู่ถ้าคิดขึ้นมาได้เมื่อไรก็ทำใจให้นึกถึงความดีขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ภาวนาว่า ? พุทโธ ? เป็นปกติอย่างนี้ได้ชื่อว่าเป็นผู้เข้าถึงไตรสรณคมน์  พุทธรัตนะ  ธรรมรัตนะ และสังฆรัตนะ ทั้ง 3 ประการ  จิตของท่านจะทรงสมาธิ  อำนาจบารมีของพระพุทธเจ้าจะทำจิตใจของท่านให้เยือกเย็นมีความสุข  อันตรายที่จะเกิดขึ้นกับท่านทั้งหลายก็จะพ้นภัยด้วยอำนาจของพุทธานุภาพ ธัมมานุภาพ สังฆานุภาพ

ถ้าจิตของเราไม่นิยมในขันธ์ 5 หรือ รูป  เวทนา  สัญญา  สังขาร  วิญญาณ  ไม่ใช่เรา  ไม่ใช่ของเรา  จิตเราเกาะองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าพระองค์อยู่ที่ไหนเราจะไปที่นั่น  ท่านจะพ้นจากกิเลส  จะเข้าถึงพระนิพพานได้...

นะโมตัสสะ  ภะคะวะโต  อะระหะโต  สัมมาสัมพุทธัสสะ( 3 จบ )
พุทธัง  สรณัง  คัจฉามิ  ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง
ธัมมัง  สรณัง  คัจฉามิ  ข้าพเจ้าขอถึงพระธรรมเป็นที่พึ่ง

สังฆัง  สรณัง  คัจฉามิ  ข้าพเจ้าขอถึงพระอริยสงฆ์เป็นที่พึ่ง.
 m064
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว
เราคือจิต  จิตคือเรา...