Author Topic: การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช (Plant tissue Culture)  (Read 21437 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,783
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 46,801
  • มารเหม่งอุ๊
มารออ่านค่ะ  ;)
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

lucky

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 2,832
  • SO COOL...
มารอลุงอกริครับผม... /036 /036 /036
very nice...

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,783
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
มารออ่านค่ะ  ;)

มารอลุงอกริครับผม... /036 /036 /036

ขอบคุณครับป้าอุ๊ และลุงลัคกี้ เข้ามารออ่าน  พอดีวันนี้ผมเจอเอกสารประกอบการเรียน  เป็นหลักการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช (Plant  tissue  Culture) 
สมัยตอนเรียน คิดว่าข้อมูลนี้ มีประโยชน์ ที่จะนำมาเผยแพร่ เพราะการที่ผมศึกษาด้านการเกษตร วัตถุประสงค์หลักตามความคิดผม เพื่อเผยแพร่ให้กับเกษตรกร และผู้ที่สนใจในด้านนี้เป็นหลัก ถึงจะมีข้อมูลที่น้อยนิด  แต่ก็ตั้งใจเผยแพร่เต็มที่  ผมจะหาเวลาว่าง มาพิมพ์ข้อมูลทั้งหมด แบบสดๆ ลงเรื่อย ๆ ขอบคุณมากครับ  ;) ;)
***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,783
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช (Plant  tissue  Culture) 

ความหมายของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช
หมายถึง  เทคนิคการนำเอา โปรโตพลาสต์  เซลล์   เนื้อเยื่อ  หรือ อวัยวะ ของพืชมาเลี้ยงบนอาหารสังเคราะห์
ซึ่งประกอบด้วยแร่ธาตุ  วิตามิน  น้ำตาล  และสารควบคุมการเจริญเติบโต ในสภาพปลอดเชื้อ (in vitro)  ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ เช่น อุณหภูมิ  แสง  ความชื้น  ปริมาณและการถ่ายเทของก๊าซ เป็นต้น  m159 m159 m159
***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,783
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
ประวัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช

คศ. 1838   Chawann และ Schleiden ค้นพบเซลล์
คศ. 1902    Haberland  ทดลองเลี้ยงเซลล์พืชในอาหารสังเคราะห์
คศ. 1904    Hanning   ทดลองเลี้ยงคัพภะของพืชในสกุล Crucifer
คศ. 1922    Hnudson สามารถเพาะเมล็ดกล้วยไม้ในหลอดทดลองได้สำเร็จ
                   Robbin ทดลองเลี้ยงปลายราก (root tip)
คศ.  1934  Gautheret สามารถเลี้ยงเนื้อเยื่อเจริญ (cambium) ของไม้ยืนต้นได้
คศ.  1962  Murashige  and Skoog ได้คิดค้นสูตรอาหารเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชที่ค่อนข้างสมบูรณ์ เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง


              หลังจากนั้นเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อได้มีการพัฒนาก้าวหน้าตามลำดับ สามารถนำเทคนิคนี้ไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ   m159 m159 m159
***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,783
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
ประโยชน์ของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช

๑. การขยายพันธุ์พืช (Clonal Propagation)
               การขยายพันธุ์พืชโดยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เป็นวิธีการที่สามารถขยายพันธุ์ได้ใน ปริมาณมาก ในระยะเวลาสั้น และตรงตามสายพันธุ์
ปัจจุบันจึงมีผู้นำการขยายพันธุ์ด้วยวิธีนี้มาใช้กันอย่างแพร่หลาย เช่นการขยายพันธุ์กล้วยไม้   ขยายพันธุ์อ้อย ฯลฯ


๒. การผลิตพันธุ์พืชที่ปลอดโรค (Disease - Free Plant Propagation)
               การผลิตสายพันธุ์พืชปลอดโรค เช่น สายพันธุ์พืชปลอดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส   การผลิตต้นพืชให้ปราศจากเชื้อไวรัสสามารถทำได้โดยวิธีการเพาะเลี้ยงส่วน
Meristem (เนื้อเยื่อเจริญ)  ที่มีขนาด ๐.๐๑ - ๐๐๕ มิลลิเมตร


๓. การปรับปรุงพันธุ์พืช (Plant Improvement)
               การปรับปรุงเพื่อสร้างพืชสายพันธุ์ใหม่ๆ  สามารถทำได้โดยอาศัยเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เช่นการปรับปรุงพันธุ์พืชด้วยการฉายรังสี  การใช้สารเคมี การตัดต่อยีนส์  การผสมเกสรในหลอดทดลอง


๔. การอนุรักษ์เชื้อพันธุ์พืช (Germplasm Conservation)
               การอนุรักษ์พันธุ์พืชหายากหรือที่ใกล้สูญพันธุ์  โดยการเก็บรักษาในรูปของแคลลัส หรือชิ้นส่วนของพืช ภายใต้อุณหภูมิ -๑๙๖ องศาเซลเซียส ในไนโตรเจนเหลว


๕. เพื่อการผลิตสารทุติยภูมิ (Secondary Metabolite Production)
               พืชสามารถสร้างสารที่เป็นประโยชน์ เรียกว่า สารทุติยภูมิ ได้ แต่ปริมาณสารที่สกัดได้จากพืชในธรรมชาติมักจะมีน้อย เมื่อเทียบกับปริมาณต้นพืชที่ใช้
ในบางครั้งจึงมีการนำเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช หรือเซลล์พืชมาใช้เพื่อการผลิตสารทุติยภูมิปริมาณสูง เนื่องจากสามารถควบคุมปัจจัยในการผลิตได้ และยังสามารถพัฒนาเทคนิคที่มีประสิทธิภาพสูงได้


๖. การคัดเลือกพันธุ์พืชต้านทาน และทนทาน (Resistant  and Tolerance Plant)
               การคัดเลือกสายพันธุ์ต้านทาน หรือทนทาน ต่อสภาพแวดล้อม หรือสารเคมีต่างๆ เช่น สารกำจัดศัตรูพืช  สภาพแห้งแล้ง  สภาพดินเค็ม หรือดินเปรี้ยว


๗. การศึกษาทางชีวเคมี  เช่น สรีรวิทยา และพันธุศาสตร์
               การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเป็นการขยายพันธุ์ที่สามารถควบคุม ปัจจัยต่างๆ  ได้เหมาะสำหรับการใช้ศึกษาทางชีวเคมี   สรีรวิทยา และพันธุศาสตร์พืช



 m159 m159 m159 m159 m159 m159 m159 m159
***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 46,801
  • มารเหม่งอุ๊
รออ่านต่อค่ะ  /0135
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,783
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
รออ่านต่อค่ะ  /0135

ป้าคนสวยมารออ่านข้อมูล  ผมจะพิมพ์ไปเรื่อยๆยามว่าง ต่อไปก็จะเป็น หลักการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช    อาหารสังเคราะห์เพื่อใช้ในการเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช
และเทคนิคปลอดเชื้อ  เป็นต้น   m159 m159 m159
***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###

lucky

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 2,832
  • SO COOL...
very nice...

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,783
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
m193 m193 m193

มาแล้วครับลุงลัคกี้  m159 m159 m159
***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,783
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
หลักการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช

การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชส่วนใดก็ตามจะเกี่ยวข้องกับขั้นตอน ๒ ประการคือ

๑. ชิ้นส่วนเริ่มต้น (Explant)

๒. การนำชิ้นส่วนพืชไปเลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม


๑. การคัดเลือกชิ้นส่วนเริ่มต้น ต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ดังนี้

- ชนิดของ Culture ที่จะทำ
- จุดประสงค์ของการเพาะเลี้ยง
- ชนิดของพืช


๒. สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการนำชิ้นส่วนของพืชไปเลี้ยง

* แสง
             แสงที่จะช่วยในกระบวนการสังเคราะห์แสง(Photosynthesis) และการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง (Photomorphogenesis) แสงที่ใช้ในการเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชควรเป็นแสงจากหลอดไฟ cool white , warm white , หรือ grolux  ความเข้มแสงประมาณ ๓,๐๐๐ ลักซ์
โดยใช้แสง  ๑๐-๑๖ ชั่งโมงต่อวัน

* อุณหภูมิ
             อุณหภูมิที่เหมาะสมในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช ประมาณ ๒๕ -๋ ๒ องศาเซลเซียส

* ความชื้น
             ความชื้นสัมพัทธ์ในห้องประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์

* ขนาดของภาชนะที่ใช้เพาะเลี้ยง
             ภาชนะที่นำมาเลี้ยงมีผลต่อการเจริญเติบโตของชิ้นส่วน เนื่องจากระดับความเข้มข้นของก๊าซที่อยู่ในขวด


 m159 m159 m159 m159 m159 m159 m159 m159
***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,783
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
อาหารสังเคราะห์เพื่อใช้ในการเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช

๑. ธาตุอาหารพวกอนินทรีย์ (Inorganic Compound)

๑.๑ ธาตุอาหารที่พืชต้องการในปริมาณมาก (Macro Nutrient)
          ได้แก่  C  H  O  N  P  K  S  Ca และ Mg

๒. ธาตุอาหารที่พืชต้องการในปริมาณน้อย (Micro Nutrient)
          ได้แก่  Fe  Mn  Cu  Zn  Mo  B  Cl  Co  L  Ni  และ Al


  m159 m159 m159
***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,783
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
อาหารสังเคราะห์เพื่อใช้ในการเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช (ต่อ)

๒. ธาตุอาหารพวกอินทรีย์ (Organic Compound)

๒.๑  วิตามิน
             ได้แก่  Myo-inositol, Thiamine (B1) , Nicotinic acid, Pyridoxine (B6),  Biotin,  Folic acid,  Chorine Chloride, Riboflavin(B2) เป็นต้น

๒.๒ กรดอะมิโน
             ได้แก่  Glycine, L-arginine, L-aspartic acid,  L-cysteine,  L-glutamic acid, L-glutamine, L-asparagine


๒.๓ สารที่เป็นแหล่งคาร์บอน (Cabon Source)
             ได้แก่  สารประกอบประเภทน้ำตาลต่างๆ เช่น sucrose , fructose , glucose

๒.๔ undefined supplement
              ได้แก่ น้ำมะพร้าว  สารสกัดจากมันฝรั่ง  กล้วยบด  สารสกัดจากยีสต์


ยังมีต่ออีกครับ  m159 m159 m159
***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,783
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
-ธาตุอาหารพวกอินทรีย์ (Organic Compound) (ต่อ)

๒.๕ สารควบคุมการเจริญเติบโต (Plant Growth Regulator) 

แบ่งออกเป็น กลุ่ม ได้แก่



๒.๕.๑  ออกซิน(Auxins) ทำหน้าที่
                - เพิ่มการขยายตัวของเนื้อเยื่อพืช
                - ชักนำให้เกิดการแบ่งเซลล์
                - ชักนำให้เกิดราก
                - ชักนำให้เกิด embryogenesis
 
๒.๕.๒ ไซโตไคนิน (Cytokinins) ทำหน้าที่
                -กระตุ้นการแบ่งเซลล์
                -เร่งการขยายตัวของเซลล์ในส่วนของต้นและตาข้าง
                -เร่งการงอกของและการเจริญเติบโตของราก

๒.๕.๓ จิบเบอเรลลิน (Giberrellings) ทำหน้าที่
                -ทำให้ปล้องยืดยาวขึ้น
                -ทำลายการพักตัวของเมล็ด
                -ทำให้การออกรากช้าลง
                -ช่วยชักนำในขบวนการออกดอก
                -ยับยั้งการเกิดยอด

๒.๕.๔ สารยับยั้งการเจริญเติบโต (Plant Growth Inhibitors)  ทำหน้าที่
                 -กระตุ้นให้เกิดการแก่เร็ว
                 -กระตุ้นให้เกิด Callus และ Embryogensis

๒.๕.๕ เอทิลีน (Ethylene)
                  มักพบใน Culture เนื่องจากการเกิด Ethylene ถูกกระตุ้นโดย Auxin


๓. Solidifying agents
                  ได้แก่ สารที่ทำให้อาหารแข็งตัว เช่น agar, agarose


๔. น้ำ


 m159 m159 m159 m159 m159 m159 m159 m159
***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###