Author Topic: คุยเฟื่องเรื่องพระเกจิ @หนุ่มสิงห์บางระจัน  (Read 271523 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,783
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
Re: คุยเรื่องพุทธศิลป์
« Reply #15 on: December 30, 2008, 09:05:32 AM »
อีกท่าน  หลวงพ่อมี  เขมธัมโม  วัดมารวิชัย   จ.พระนครศรีอยุธยา

            พระครูเกษมคณาภิบาล หรือ หลวงพ่อมี เขมธมฺโม เกิดเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2454 ตรงกับวันจันทร์แรม 2 ค่ำ เดือน 4 ปีกุน ณ หมู่บ้านขนมจีน เป็นบุตรของนางโหมดและนางพุฒ ธนสนธ์ โดยหลวงพ่อมีเป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวนทั้งสิ้น 5 คน
             
             เมื่อเติบใหญ่ได้อายุ 21 ปี หลวงพ่อมีได้ตัดสินใจอุปสมบทที่วัดมารวิชัย ในวันที่ 14 กรกฎาคม 2475 โดยมีพระครูอดุลวุฒิกร (หลวงพ่อพิณ จันทโชโต) วัดช่างเหล็ก เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงพ่อเขียน โชติสโร วัดบ้านพร้าวนอก เป็นพระกรรมวาจาจารย์, หลวงพ่อเกลี้ยง อินทโชติ วัดสามตุ่ม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า ?เขมธมฺโม?

การศึกษา
            ในพรรษาแรกของการบวชนั้น หลวงพ่อมีได้ร่ำเรียนภาษามคธและพระปริยัติธรรมควบคู่กันไป โดยตอนหัวค่ำจะรวมกลุ่มกับพระ เณร ในวัยคราวดียวกันศึกษาวิชาคาถาอาคมจากตำรับ ตำราและสมุดข่อยต่างๆ ส่วนในตอนกลางวันก็ร่ำเรียนวิชาปริยัติธรรมจนสามารถสอบได้นักธรรมเอกและสำเร็จ การศึกษาในโรงเรียนสังฆาธิการส่วนภูมิภาครุ่นที่ 1 เมื่อปี 2513

        เมื่อสำหรับด้านพระเวทวิทยาคม หลวงพ่อมีได้เล่าเรียนพุทธาคมกับหลวงพ่อเขียน วัดบ้านพร้าวนอก ผู้มีศักดิ์เป็นหลวงน้าแท้ๆ โดยได้รับการถ่ายทอดวิชาการเล่นแร่แปรธาตุและการสร้างวัตถุมงคลเนื้อเมฆพัต

นอกจากนี้ยังได้ศึกษาพระเวทวิทยาคมและกรรมฐานจากพระอาจารย์ผู้เรืองนามอีกหลายรูปอาทิ
ิเช่น หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค โดยอยู่ช่วยหลวงพ่อปานสร้างพระเนื้อดินอยู่ 3 ปี จนสำเร็จอสุภกรรมฐาน และสำเร็จเตโชกสิณ กับหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก ซึ่งหลวงพ่อจงองค์นี้ หลวงพ่อมีได้อยู่ศึกษาวิชากับท่านมากที่สุดและนานที่สุดถึง 30 ปีทีเดียว

อุปด้วยปฏิปทาอันน่าเลื่อมใสประกอบกับความตั้งมั่นที่จะจรรโลงพระพุทธศาสนาจึงทำให้ หลวงพ่อมีได้รับตำแหน่งและสมณศักดิ์ดังต่อไปนี้

พ.ศ. 2481 เป็นเจ้าอาวาสวัดมารวิชัย
พ.ศ. 2493 เป็นเจ้าคณะตำบลบางนมโคและพระอุปัชฌาย์
พ.ศ. 2507 ได้รับสมณศักดิ์ชั้นตรีที่ ?พระครูเกษมคณาภิบาล?
พ.ศ. 2510 ได้รับสมณศักดิ์ชั้นโท ในพระราชทินนามเดิม
พ.ศ. 2514 ได้รับสมณศักดิ์พระครูสัญญาบัตรชั้นเอก ในพระราชทินนามเดิม จนกระทั่งมรณภาพ
***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,783
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
Re: คุยเรื่องพุทธศิลป์
« Reply #16 on: December 30, 2008, 02:04:26 PM »
อีกท่าน   พ่อท่านคล้อย  ฐานธัมโม    วัดภูเขาทอง  จ.พัทลุง



ที่มา : ข่าวสดรายวัน -16 เมษายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6348


คอลัมน์ สดหน้าจากหน้าพระ

อนุชา ทรงศิริ

           พระเกจิอาจารย์ดังยุคโบราณหลายท่านนิยมสร้าง "เครื่องรางของขลัง" มอบให้แก่ศิษยานุศิษย์ เช่น วัวธนู ควายธนู เสือ สิงห์ ลิง ช้าง ปลาตะเพียน หงส์ หนุมาน ชูชก ฯลฯ ทั้งเล็กและใหญ่ เพื่อมอบให้ศิษย์นำไปใช้ช่วยเหลือยามคับขัน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการออกไปทำศึกสงคราม หรือแม้กระทั่งการดำเนินชีวิตประจำวัน "หุ่นพยนต์" ก็เป็นหนึ่งในจำนวนเครื่องรางของขลังนั้น

    หลายคนสงสัยว่า หุ่นพยนต์คืออะไร? ทำไมพระอาจารย์ยุคโบราณจึงชอบสร้าง?

        พระเกจิอาจารย์ชื่อดังสายเขาอ้อเคยกล่าวไว้ว่า หุ่น คือ รูปตุ๊กตา รูปแบบที่จำลองจากของจริงแบบต่างๆ รูปปั้นหรือรูปแกะสลักที่ทำไว้เป็นแบบพยนต์ คือ สิ่งที่ผู้ทรงวิทยาคมปลุกเสกให้มีชีวิตขึ้น "หุ่นพยนต์" แปลรวมๆ ได้ความว่า ตุ๊กตารูปแบบต่างๆ ที่จำลองมาจากของจริงได้รับการปลุกเสกจากพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมให้มีชีวิต จิตวิญญาณขึ้น


        พ่อท่านคล้อย" พระเกจิอาจารย์ดังสายเขาอ้อ วัดภูเขาทอง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ได้สร้าง "หุ่นพยนต์ตาปะขาว" รูปคนแก่โบราณ ด้วยเนื้อตะปูโรงผี ที่ใครๆ ยอมรับว่าเข้มขลัง เมื่อกลางปี 2548 ปัจจุบันเป็นที่แสวงหาของนักสะสมวัตถุมงคลประเภทนี้เป็นอย่างมาก

        ตามประวัติ พ่อท่านคล้อย ท่านเกิดเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2472 อายุ 79 ปี อุปสมบทเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2493 ณ วัดดอนศาล ต.มะกอกเหนือ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง โดยมี พระครูสิทธยารัตน์ (พ่อท่านเอียด) เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้ฉายาว่า "อโนโม" ปัจจุบันท่านได้สมณศักดิ์ที่ พระครูพิพิธวรกิจ เป็นเจ้าคณะอำเภอควนขนุน เจ้าอาวาสวัดภูเขาทอง

       พ่อท่านเอียด วัดดอนศาลา นับเป็นเกจิอาจารย์ยุคแรกๆ ของสำนักเขาอ้อ ท่านสร้างวัตถุมงคลแจกทหารที่ไปรบในสงครามอินโดจีน ซึ่งเป็นพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ และยิ่งใหญ่ที่สุดของวัดเขาอ้อ ในถ้ำฉัตรทันต์บรรพต

      พ่อท่านคล้อย เป็นหลานของพ่อท่านเอียด จึงได้รับการถ่ายทอดตำราวิทยาคม สายเขาอ้อของพ่อท่านทองเฒ่า พ่อท่านเอียด พ่อท่านปาน อย่างเต็มที่ สำหรับพิธีกรรมการสร้างหุ่นพยนต์นั้น มีหลายรูปแบบแตกต่างกันออกไป การสร้างหุ่นพยนต์ตาปะขาว จัดพิธีกรรมตามตำราเขาอ้อทุกประการ โดยเริ่มแรกกำหนดเรียกรูปเรียกนามจากธาตุทั้ง 4 ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ จนให้เกิดอาการ 32 สามารถรับรูปเห็นเป็นเคลื่อนไหวได้เหมือนสิ่งมีชีวิต หรือผูกจิตซ่อนเร้นอยู่ในวัตถุธาตุอาถรรพณŒนั้น ดวงจิตจะคอยแอบแฝงแสดงฤทธิ์ปกป้อง คุ้มครองผู้ที่เป็นเจ้าของหุ่นพยนต์ เมื่อมีผู้คนคิดปองร้ายหรือมีเจตนาที่ไม่ดี ถ้าเป็นสถานที่ต่างๆ หุ่นพยนต์จะแสดงฤทธิ์ดูแลรักษา เฝ้าทรัพย์สินในพื้นที่นั้นๆ


       นอกจากพิธีการสร้างแบบเข้มขลังสายเขาอ้อพ่อท่านคล้อยยังนำวัตถุอาถรรพณ์ เช่น ตะปูตอกโรงผี 2 ปีบ 200 กว่าศพ จากเมรุเผาศพ 10 วัด, แผ่นยันต์จากโลหะ 9 ชนิด 108 แผ่น, ประกอบด้วย ทองคำ-เงิน-ทองแดง-ทองเหลือง-ตะกั่วเถื่อน-สังกะสี-เหล็กละลายตัว-ลงหิน-สัมฤทธิ์, ชนวนเก่าพ่อท่านปาน พ่อท่านเอียด เกจิดังสายเขาอ้อ, แร่เหล็กบริเวณเขาอ้อ พ่อท่านคล้อยตั้งชื่อของอาถรรพณ์เหล่านี้ว่า "มหาเวทย์มหามงคล" สร้างเป็นหุ่นพยนต์รูปแบบ "ตาปะขาว" ในแบบนุ่งขาว และนุ่งแดง

      หุ่นพยนต์ตาปะขาวนุ่งแดง จะแสดงอิทธิฤทธิ์ เกี่ยวกับปกป้องคุ้มครองภัย ทำให้ผู้คิดร้ายเห็นไปในรูปแบบต่างๆ ทั้งยังเฝ้าบ้าน เฝ้ารถได้อีกด้วย ส่วนนุ่งขาว จะแสดงบุญฤทธิ์ เกี่ยวกับเมตตา ค้าขาย เฝ้าบ้าน เฝ้ารถ รักษาผลประโยชน์ให้ผู้เป็นเจ้าของ ผู้ครอบครองหุ่นพยนต์




***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,783
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
Re: คุยเรื่องพุทธศิลป์
« Reply #17 on: December 30, 2008, 06:10:17 PM »
อีกท่าน  ญาท่านสวน(หลวงปู่สวน) วัดนาอุดม  จ.อุบลราชธานี



เกจิผู้เปี่ยมเมตตา-สุดยอดวิชาตะกรุด
   
       ท่านเป็นศิษย์สายสำเร็จลุน และญาท่านกรรมฐานแพง 2 ปรมาจารย์ผู้มีพลังจิตอันลึกล้ำ มีอิทธิปาฏิหาริย์มากมาย เป็นที่เลื่องลือแห่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือแถบลุ่มแม่น้ำโขงในอดีต

       ท่านมีนามเดิมว่า ?สวน แสงเขียว? เกิดเมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2453 ตรงกับวันศุกร์ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ปีจอ ที่บ้านนาทม ต.คำหว้า อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี บิดาชื่อ ?คูณ? เป็นชาวบ้านสำโรง ส่วนมารดาชื่อ ?ผุย? เป็นชาวบ้านนาทม ประกอบอาชีพทำนา มีพี่น้องท้องเดียวกันรวม 8 คน

      ชีวิตตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยรุ่นเป็นผู้ที่มีจิตใจสุขุมเยือกเย็น มีใจโอบอ้อมอารีเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อเพื่อนฝูง และมีจิตศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามากกว่าคนรุ่นราวคราวเดียวกัน
เมื่ออายุครบ 20 ปีได้ขอบิดามารดาเข้าอุปสมบทที่วัดนาอุดม (บ้านนาทม) อ.ตาลสุม เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2473 โดยมีเจ้าอธิการพรหมมา วัดบ้านระเว ต.ทรายมูล
(ปัจจุบัน ต.ระเว) อ.พิบูลมังสาหาร เป็นพระอุปัชฌาย์ พระดี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระบัว เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า ?ฉนฺทโร?

    เมื่ออุปสมบทแล้วได้เรียนสวดมนต์และปาติโมกข์อยู่ในสำนักของเจ้าอธิการสวน เจ้าอาวาสวัดนาอุดมในขณะนั้น อยู่ประมาณ 3 ปีจึงย้ายไปศึกษาต่อเพิ่มเติมที่วัดบ้านนาหว้า อ.ตาลสุม เป็นเวลา 3 เดือน แล้วไปเรียนต่อที่วัดบ้านสำโรงใหญ่ ต.สำโรง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของโยมบิดา ขณะนั้นมีอาจารย์หม่อน แสงเขียว เป็นเจ้าอาวาสเมื่อ พ.ศ.2478

       ต่อมาปี พ.ศ.2480 อาจารย์หม่อนได้อาพาธด้วยโรคเหน็บชาและมรณภาพลง พระแก้ว ธมฺมฐิติ ได้รับการแต่งตั้งให้ปกครองวัดสืบแทนเพราะมีอาวุโสที่สุด ในช่วงนั้นหลวงปู่สวนได้ช่วยเหลือพระแก้วพัฒนาวัด สร้างศาลาการเปรียญขึ้น แต่ยังไม่สำเร็จพระแก้วได้ลาสิกขาเสียก่อน ท่านจึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดสำโรงใหญ่แทน และได้สร้างศาลาจนเสร็จลุล่วง

        ในปี พ.ศ.2517 ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์สัญญาบัตรพัดยศที่ พระครูอาทรพัฒนคุณ? ปี พ.ศ.2525 เลื่อนสมณศักดิ์จากเจ้าคณะตำบลชั้นตรี เป็นชั้นโท ในราชทินนามเดิมในด้านพระเวทวิทยาคมนั้นได้ร่ำเรียนมาจากสำเร็จลุน และญาท่านกรรมฐานแพง อดีตเกจิอาจารย์จอมขมังเวทย์แห่งลุ่มน้ำโขง โดยท่านได้มองการณ์ไกลไปข้างหน้าว่า พระเวทวิทยาคมที่ท่านศึกษาอยู่นี้จะเป็นประโยชน์มากแก่การทะนุบำรุงพระพุทธศาสนาและจะได้ช่วยเหลือสงเคราะห์ญาติโยมและผู้เดือดร้อนในอนาคต ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ท่านมีความขยันหมั่นเพียรศึกษาทางด้านการเจริญสามธิเพิ่มพูนพลังจิต ควบคู่กับการเรียนวิชาอาคมต่างๆ ส่งผลให้ท่านมีความจำแม่นยำเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว มีการทดสอบจากผู้เป็นอาจารย์จนเป็นที่พอใจ โดยเฉพาะญาท่านกรรมฐานแพง ได้มีเมตตาถ่ายทอดสุดยอดวิชาและเคล็ดลับต่างๆ ให้ท่านจนหมดสิ้น

         ทั้งนี้ วิชาที่ท่านได้ศึกษากับ 2 ปรมาจารย์ดังคือ การสร้างเครื่องรางของขลังต่างๆ เช่น การลงตะกรุด เท่าที่รวบรวมได้มีดังนี้ ตะกรุด 5 กษัตริย์ มีผลทางมหาอุด แคล้วคลาด คงกระพัน,ตะกรุดสายรกพระพุทธเจ้า,ตะกรุดโทน,ตะกรุดกับระเบิด,ตะกรุดอุปคุต,ตะกรุดสาลิกาตอมเหว่ เป็นสุดยอดของตะกรุดเมตตา,ตะกรุดไก่ขึ้นรถลงรา (มีผลทางด้านเมตตาค้าขายดีนักแล) ,ตะกรุดเข้าตา ทำจากเงินปากผีเผาวันอังคาร ใส่เข้าใต้เปลือกตาได้เพราะมีขนาดเล็กมาก,ตะกรุดคลอดลูกง่าย

        นอกจากนี้ ยังมีวิชาการทำผ้ายันต์ เสื้อยันต์ การสร้างลูกปะคำโทน(ลูกอม) สร้างรูปนางกวัก,ปลัดขิก,ราหูอมจันทร์,สีผึ้งมหาเสน่ห์,วิชาการเรียกสูตร ลบผงอิทธิเจ ผงปถมัง และผงวิเศษอื่นๆ ,การทำน้ำพระพุทธมนต์ซึ่งมีเคล็ดลับพิสดารมากมาย,วิชาหมากินใจ (หมากินความคิด) เป็นสุดยอดแห่งวิชาเมตตาอีกวิชาหนึ่ง

      และอีกหนึ่งวิชานั่นคือ ?การฝังเข็มดำ? ซึ่งเป็นวิชาสุดยอดทางด้านคงกระพัน ป้องกันศาสตราวุธต่างๆ ซึ่งน้อยคนนักที่จะมีวาสนาได้เรียนและเรียนได้สำเร็จ
ญาท่านสวน เป็นพระเถระผู้เปี่ยมล้นด้วยเมตตาบารมี บุคลิกลักษณะของท่านน่าเลื่อมใสศรัทธา ใบหน้าเอิบอิ่มยิ้มแย้ม ใครมีทุกข์มาหาจะไม่เคยปฏิเสธ และไม่เลือกชนชั้นวรรณะ อีกทั้งยึดมั่นเคารพในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด มีศีลาจารวัตรงดงาม ชอบบำเพ็ญกุศล ทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม ให้ความเป็นธรรมแก่ศิษยานุศิษย์เพื่อเป็นแบบอย่างแก่ภิกษุสามเณรถือปบัติตาม จึงทำให้มีลูกศิษย์จำนวนมาก และปรากฏผลงานการสร้างสรรค์ของท่านอยู่ในหลายสถานที่

     ท่านสร้างพระเครื่อง-เครื่องรางไว้หลายชนิดเช่นกัน อาทิ เหรียญรูปไข่รุ่นแรก ออกวัดสำโรง ปี2520 พระสมเด็จเปียก รุ่นกระสุนคต ปี2527 เหรียญหล่อโบราณรุ่นแรก ปี2539,พระอุปคุต  พระกริ่งสายรกพระพุทธเจ้าปี2540,พระสมเด็จหล่อโบราณแก้วมณีโชติ ปี2540,พระกริ่งชินบัญชร ปี2540,พระปิดตายันต์ยุ่ง ปี2542,พระกริ่งโปร่งฟ้าไถ้รัสสี ปี2548 ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นสุดท้าย ฯลฯ

   สำหรับเรื่องพุทธคุณดีทั้งทางเมตตาค้าขาย และแคล้วคลาดปลอดภัย ซึ่งบรรดาลูกศิษย์ลูกหาประสบกันมาอย่างน่าอัศจรรย์

         วันที่ 14 มี.ค. 2549 ท่านมรณภาพลงด้วยโรคชราเมื่อเวลาประมาณ 6 โมงเช้า สิริอายุได้ 95 ปี
***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,783
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
Re: คุยเรื่องพุทธศิลป์
« Reply #18 on: December 30, 2008, 06:53:49 PM »
อีกท่าน   หลวงพ่อฤาษีลิงดำ    วัดท่าซุง   จ.อุทัยธานี


             เกิดเมื่อ วันพฤหัสบดีที่ ๒๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๐ เดิมชื่อสังเวียน เป็นบุตรคนที่ ๓ ของนายควง นางสมบุญ สังข์สุวรรณ   เกิดที่ตำบลสาลี   อำเภอบางปลาม้า
จังหวัดสุพรรณบุรี มีพี่น้อง ๕ คน เมื่ออายุ ๖ ขวบ เข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนประชาบาล วัดบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนจบชั้นประถมปีที่ ๔ เมื่ออายุ ๑๕ ปี เข้ามาอยู่กับท่านยายที่บ้านหน้าวัดเรไร อำเภอตลิ่งชัน จังหวัดธนบุรี ในสมัยนั้น และได้ศึกษาวิชาแพทย์แผนโบราณ อายุ ๑๙ ปี เข้าเป็นเภสัชกรทหารเรือ สังกัดกรมการแพทย์ทหารเรือ พออายุครบบวช

            อุปสมบท เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๐ เวลา ๑๓.๐๐ น. ณ วัดบางนมโค โดยมีพระครูรัตนาภิรมย์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูวิหารกิจจานุการ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์เล็ก เกสโร เป็นพระอนุสาวนาจารย์ อายุ ๒๑ ปี สอบได้นักธรรมตรี อายุ ๒๒ ปี สอบได้นักธรรมโท อายุ ๒๓ ปี สอบได้ นักธรรมเอก

              ระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๘๐-๒๔๘๑ ได้ศึกษาพระกรรมฐาน จากครูบาอาจารย์หลายท่าน อาทิเช่นหลวงพ่อปาน โสนันโท วัดบางนมโค, หลวงพ่อจง พุทธสโร วัดหน้าต่างนอก, พระอาจารย์เล็ก เกสโร วัดบางนมโค, พระครูรัตนาภิรมย์ วัดบ้านแพน, พระครูอุดมสมาจารย์ วัดน้ำเต้า, หลวงพ่อสุ่น วัดบางปลาหมอ, หลวงพ่อเนียม วัดน้อย, หลวงพ่อโหน่ง วัดอัมพวัน (วัดคลองมะดัน) และหลวงพ่อเรื่อง วัดใหม่พิณสุวรรณ

          พ.ศ. ๒๔๘๑ เข้ามาจำพรรษาที่วัดช่างเหล็ก อำเภอตลิ่งชัน ธนบุรี เพื่อเรียนบาลี ต่อมา สอบได้เปรียญธรรม ๓ ประโยค ได้ย้ายมาอยู่ที่วัดอนงคาราม หลังจากนั้นได้เป็นรองเจ้าคณะ ๔ วัดประยูรวงศาวาส เป็นเจ้าอาวาสวัดบางนมโค และย้ายไปอยู่อีกหลายวัด

         พ.ศ. ๒๕๑๑ จึงมาอยู่วัดท่าซุง บูรณะซ่อมสร้างและขยายวัดท่าซุง จากเดิมมีพื้นที่ ๖ ไร่เศษ จนกระทั่งเป็นวัดที่มีบริเวณพื้นที่ประมาณ ๒๘๙ ไร่

         พ.ศ. ๒๕๒๗ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ "พระสุธรรมยานเถร"

       พ.ศ. ๒๕๓๒ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ "พระราชพรหมยาน ไพศาลภาวนานุสิฐ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี"

     มรณภาพ
       ตุลาคม ๒๕๓๕ พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน ได้อาพาธด้วยโรคปอดบวมอย่างแรง และติดเชื้อในกระแสโลหิต เข้ารักษาที่โรงพยาบาลศิริราช และมรณภาพที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันศุกร์ที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๓๕ เวลา ๑๖.๑๐ น.

***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,783
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
Re: คุยเรื่องพุทธศิลป์
« Reply #19 on: December 30, 2008, 07:00:09 PM »
พระคำข้าว  หลวงพ่อฤาษีลิงดำ    วัดท่าซุง   จ.อุทัยธานี
« Last Edit: June 25, 2010, 10:40:49 AM by Agri_07 »
***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,783
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
Re: คุยเรื่องพุทธศิลป์
« Reply #20 on: December 30, 2008, 07:02:25 PM »
พระหางหมาก  หลวงพ่อฤาษีลิงดำ    วัดท่าซุง   จ.อุทัยธานี


ปล.  ข้อสังเกต ที่มองเห็นชัดๆ พระคำข้าว องค์จะเล็กกว่า พระหางหมาก  ขอรับท่าน  ;) ;) ;)
« Last Edit: June 25, 2010, 10:42:50 AM by Agri_07 »
***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,783
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
Re: คุยเรื่องพุทธศิลป์
« Reply #21 on: December 31, 2008, 08:49:17 PM »
ขอบคุณครับลุงๆ ป้าๆ ที่เข้ามาชม แบบเงียบๆครับ  ;) ;) ;)
***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 46,801
  • มารเหม่งอุ๊
Re: คุยเรื่องพุทธศิลป์
« Reply #22 on: January 01, 2009, 10:34:23 AM »
เข้ามาขอพรจากท่านเกจิอาจารย์ด้วยคนค่ะ
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,783
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
Re: คุยเรื่องพุทธศิลป์
« Reply #23 on: January 01, 2009, 10:40:37 AM »
เข้ามาขอพรจากท่านเกจิอาจารย์ด้วยคนค่ะ


ท่านบอกมาว่า  **** คิดดี   ทำดี   จะได้ดี ****    ;) ;) ;)
***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,783
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
Re: คุยเรื่องพุทธศิลป์
« Reply #24 on: January 04, 2009, 09:55:43 AM »
อีกท่าน  หลวงพ่อตัด  ปวโร     วัดชายนา  จ.เพชรบุรี


          หลวงพ่อตัด ปวโร(พระครูบวรกิจโกศล) วัดชายนา อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี อายุ 77 ปี  ท่านโด่งดังมานานไม่ว่าตะกรุดหรือปลัด ท่านเป็นพระที่ชอบเรียนวิชาอาคมมาก สนใจตั้งแต่ยังหนุ่ม ท่านบอกว่า "สมัยก่อน ปี 2496 เอาหมด เอาทุกอย่างที่ไหนเขาว่าดีไปหมด ในกระจิวนี้ไปขอเรียนมาหมด..." พูดง่ายๆว่าตำราเก่าๆในจังหวัดเพชรบุรีนี้ท่านเรียนมาหมดครับ แต่ท่านไม่ค่อยคุยโอ้อวด ท่านเรียนวิชาการทำ "ตะกรุด" จาก ล.พ.ทอง อยู่ที่วัดเขากระจิวและ เรียนตำราของ ล.พ.กริช ที่ตกทอดมาซึ่งเป็นพระยุคเก่าเป็นอาจารย์สาย ล.พ.กุน วัดพระนอน เรียนทำ "ปลัด" จาก ล.พ. ชุ่ม วัดกุฏิบางเค็ม ซึ่งมีเคล็ดลับว่าให้ใช้ "ไม้ผูกคอตาย ทำถึงจะดี" และ ท่านยังได้เดินทางไปต่อวิชากับ ล.พ.ทองศุข วัดโตนดหลวง รวมทั้งอีกหลายอาจารย์ ท่านเป็นพระที่ใฝ่หาความรู้วิชาอาคมต่างๆ อย่างจริงจัง วัตถุมงคลของท่านนั้นทำเพื่อแจกและให้แก่ผู้ร่วมทำบุญบูรณะวัดอย่างแท้จริง หลวงพ่อไม่อวดตัว ไม่ให้สัมภาษณ์หรือนำเรื่องของท่านและวัตถุมงคลไปลงหนังสือ หรือรายการโทรทัศน์ใด ๆ ทั้งสิ้น วัตถุมงคลของท่านจึงมีชื่อเสียงจากประสบการณ์ปากต่อปากล้วนๆ ไม่มีสื่อภายนอกมาเป็นตัวช่วย ปฏิปทาที่ประทับใจผมมากก็คือ หลวงพ่อท่านแจกฟรี ในช่วงที่ตะกรุดยังไม่ดังมากมายขนาดนี้ ใครไปวัดชายนา การบท่าน ท่านแจกทั้งนั้น ถ้าท่านไม่อยู่ก็จะมีลูกศิษย์ท่านคอยนั่งแจกทั้งวัน ในส่วนวัตถุมงคลที่อยู่ในตู้ให้ทำบุญนั้น หลวงพ่อจะสร้างวัตถุมงคล เพื่อนำปัจจัยที่ได้มาซ่อมแซมบูรณะโบสถ์ ซึ่งมีพระกริ่ง พระผง รูปเหมือนและเหรียญ มีประชาชนไปบูชาทำบุญกับท่านไม่ได้ขาด แต่พอปัจจัยที่ได้ในการบูรณะโบสถ์พอเพียงแล้ว หลวงพ่อท่านจะสั่งปิดตู้งดบูชา ผมเคยไปกราบท่านตั้งใจว่าจะไปบูชาวัตถุมงคลของท่านที่ออกให้บูชาซ่อมโบสถ์ ปรากฏว่าไม่มีตู้วัตถุมงคล ถามลูกศิษย์ที่วัด บอกว่า หลวงพ่อสั่งให้เลิก ได้เงินพอซ่อมโบสถ์แล้ว ไม่ต้องหาเงินแล้ว ถ้าอยากได้เข้าไปกราบแล้วบอกท่าน ท่านจะแจกให้เอง ผมจึงเข้าไปกราบหลวงพ่อแล้วถามว่า ทำไมไม่มีวัตถุมงคลให้บูชา หลวงพ่อท่านบอกว่า พอแล้วซ่อมโบสถ์ได้แล้ว อยากได้อะไรก็มาเอาไป แล้วท่านก็หยิบเหรียญมาแจก พร้อมพระขุนแผนเนื้อดินเผาอีก 2 กำมือ มานับตอนจะกลับได้มาต้ง 14 องค์เลยทีเดียว หลวงพ่อเมตตามากครับ ไม่ได้ทำของเผื่อพุทธพาณิชย์ แต่ทุกวันนี้ ถ้าใครไปกราบท่านคงยากหน่อยเพราะคนไปกันเยอะ ท่านไม่ชอบคนวุ่นวายมากมาย แล้วก็คงแจกไม่ไหวแล้วละครับ อีกทั้งทางวัดกำลังสร้างหอฉันหลังใหม่ด้วย จึงมีวัตถุมงคลให้เปลี่ยนอีกครั้ง เพื่อนำเงินมาสร้างหอฉัน ส่วนตะกรุดก็แจกไม่ไหวแล้วครับ ท่านให้ช่วยค่าตะกั่วดอกละ 100 บาท ช่วงไหนตะกั่วขาดตลาดหลวงพ่อจะให้เปลี่ยนได้แค่ คนละ 1 ดอกเท่านั้น แต่ถ้ามีตะกั่วก็แล้วแต่จะเปลี่ยนกันครับ มากน้อยได้ทั้งนั้น แต่ภาพที่เคยเห้นหลวงพ่อตัด นั่งแจกตะกรุดคงหาดูได้ยากแล้วละครับ เพราะคนไปกันมากมาย ทุกวัน

ภายหลังในปี 2006 - 2007 หลวงพ่อท่านได้รับบริจาคเครื่องปั๊มจึงได้นำมาใช้สร้างตะกรุดแล้วให้ประชาชนเปลี่ยนโดยขอให้ช่วยค่าตะกั่ววัดดอกะ 100 บาท ส่วนตู้บูชาวัตถุมงคลนั้นกลับมาเปิดแบบถาวรแล้วโดนลูกศิษย์ท่านที่นำรายได้เข้า..

และในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2551 หลวงพ่อตัดจะได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญที่ "พระพุทธวิริยากร"




****   "หลวงพ่อตัด ปวโร"   แห่งวัดชายนา  จ.เพชรบุรี    มรณภาพลง   ในวัย 78 ปี  พรรษา 58    เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2552   ****



« Last Edit: June 25, 2010, 10:48:25 AM by Agri_07 »
***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 46,801
  • มารเหม่งอุ๊
Re: คุยเรื่องพุทธศิลป์
« Reply #25 on: January 04, 2009, 12:15:20 PM »
แล้วคุณอกริห้อยตะกรุดที่เอวด้วยไหมคะ /014 /014
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,783
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
Re: คุยเรื่องพุทธศิลป์
« Reply #26 on: January 04, 2009, 12:33:36 PM »
แล้วคุณอกริห้อยตะกรุดที่เอวด้วยไหมคะ /014 /014

มีตะกรุดโทนอยู่ดอก   หลวงพ่อขอม  วัดไผ่โรงวัว  จ.สุพรรณ   ยังไม่ได้อาราธนาอาดเอว  ครับป้าอุ๊

ตอนนี้ อาราธนา แขวนคอครั้งละดอก  เป็นของท่านอื่น  ดังนี้

หลวงพ่อตัด   หลวงพ่อเปิ่น   หลวงปู่แผ้ว   ฯลฯ   ครับ  ;)
***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,783
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
Re: คุยเรื่องพุทธศิลป์
« Reply #27 on: January 04, 2009, 03:50:42 PM »
ต่อไปเป็นวัตถุมงคล ที่ผมหาเช่าบูชา  ราคาไม่แพง  พิธีดีมาก    8) 8) 8)


                     เหรียญพระชัยหลังช้าง จัดสร้างโดย เหล่าคณะสงฆ์ เนื่องในมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เมื่อ 5 ธันวาคม 2530 สร้างและปลุกเสกพิธีใหญ่ มีพระเกจิจากทั่วประเทศมาร่วมปลุกเสกอย่างมากมาย ซึ่งเมื่อปี2530 พระเกจิดังที่เก่งๆ ยังมีอยู่มากมาย ยังไม่มรณภาพกันเหมือนตอนนี้ เหรียญนี้เป็นเหรียญที่ดี มีประสบการณ์มากมาย นิยมเล่นหากัน พระดี พิธีใหญ่

ประวัติ...
การหล่อพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ประจำรัชกาลเป็นราชประเพณีที่ปฏิบัติสืบเนื่องต่อๆกันมา คือเมื่อพระมหากษัตริย์ทรงรับบรมราชาภิเษก ดังเช่นที่ปรากฏในพงศาวดาร... สมเด็จพระนเรศวร ก็ได้มีการเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ไปในงานพระราชสงครามด้วย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯของกรุงรัตนโกสินทร์ทรงมีพระชัยวัฒน์ประจำรัชกาลทุกพระองค์ จะมีเพียงรัชกาลที่ 8 เท่านั้นที่ไม่มี ปัจจุบัน พระชัยวัฒน์ประจำรัชกาลทุกพระองค์จะประดิษฐาน ณ หอพระสุราลัยพิมาน พระบรมมหาราชวัง

พระชัย เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย นั่งขัดสมาธิเพชร พระหัตถ์ซ้ายถือด้ามพัด เป็นพระพุทธรูปขนาดเล็ก เพื่อสะดวกในการอัญเชิญไปในการพระราชพิธีสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการพระราชสงคราม ถ้าเป็นทางสถลมารคจะเชิญขึ้นช้างนำหน้าช้างพระที่นั่ง จึงเรียกว่า "พระชัยหลังช้าง" ทางชลมารคก็เชิญลงเรือพระที่นั่งหน้าเรือพระเจ้าอยู่หัวเช่นกัน

เหรียญนี้เป็นเหรียญพระชัยหลังช้าง หลังพระปรมาภิไธยย่อ ภปร.ออกที่วัดบวรฯเมื่อปี 2530 คณะสงฆ์สร้างถวายในมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ เป็นพระพิธีใหญ่ เข้าพิธีปลุกเสกซ้ำหลายวาระด้วยกัน

สามารถใช้บูชาติดตัวได้อย่างอุ่นใจครับ ขนาดว่า ครั้งหนึ่งหลวงพ่อฤาษีลิงดำท่านเคยปรารภแก่ลูกศิษย์ลูกหาไว้ว่า เหรียญพระชัยหลังช้างนี้เป็นหนึ่งในพระดีที่น่าบูชาไว้ติดตัว เพราะมีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์แท้จริง

พระเกจิอาจารย์ที่ร่วมพุทธาภิเษกหมู่ เจริญพระพุทธมนต์ เกือบ 80 รูป ขอเอ่ยชื่อเป็นตัวอย่างดังนี้

1 สมเด็จพระสังฆราช(วาส) วัดราชบพิตรฯ
2 สมเด็จพระญาณสังวร วัดบวรนิเวศวิหาร
3 สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดสามพระยา
4 สมเด็จพระวันรัด วัดโสมนัสวิหาร
5 สมเด็จพระธีรญาณมุนี วัดปทุมคงคา
6 พระพรหมคุณาภรณ์ (สมเด็จพุฒาจารย์เกี่ยว)วัดสระเกศ
7 พระมหาวีระ ถาวะโร (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง)
8 พระอาจารย์ ชื้น พุทธสาโร วัดญาณเสน
9 หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง
10 พระครูสันติวรญาณ (สิม) วัดถ้ำผาปล่อง
11 พระอุดมสังวรเถร (ล.พ.อุตตะมะ) วัดวังค์วิเวการาม
12 พระครูฐาปนกิจสุนทร (ล.พ.เปิ่น) วัดบางพระ
13 พระครูปริมานุรักษ์ (ล.พ.พูล) วัดไผ่ล้อม
14 หลวงปู่ม่น วัดเนินตามาก
15 พระครูเกษมธรรมนันท์ (ล.พ.แช่ม) วัดดอนยายหอม
16 หลวงพ่อ ไสว วัดปรีดาราม
ฯลฯ
« Last Edit: January 04, 2009, 04:26:35 PM by Agri_07 »
***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,783
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
Re: คุยเรื่องพุทธศิลป์
« Reply #28 on: January 04, 2009, 03:52:12 PM »
ด้านหลังเหรียญ  พระนามย่อ   ภปร.
« Last Edit: January 04, 2009, 04:10:33 PM by Agri_07 »
***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###

Agri_07

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,783
  • ๙๙๙ หนุ่มสิงห์บางระจัน ๙๙๙
Re: คุยเรื่องพุทธศิลป์
« Reply #29 on: January 04, 2009, 04:03:45 PM »
       หลังจากนั้น มีสร้างออกมาอีกเหรียญ   ในปีพ.ศ. 2535 เป็นพิมพ์ด้านหลัง เหรียญพระชัยหลังช้างเป็น สก.
สร้างในมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ พระบาทสมเด็จพระบรมราชินีนาถฯ 12 สิงหาคม 2535


***   คิดดี   ปฏิบัติดี  จะได้ดี   ***

###   Horticulture  Technology     ###
###   Ramkhamhaeng University    ###