Author Topic: เอานิยาม "เพื่อนแท้" มาฝากค่ะ  (Read 33762 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 46,801
  • มารเหม่งอุ๊
...เพื่อน...กูรักมึงหวะ... (หมวดแกชอบพูดอะ) ....  em195

จินตนาการว่าทำตาซึ้งๆๆ  กระพริบๆๆ ถี่ๆๆ ตอนพูดด้วยอ่ะ  /015 /015 /015
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

KENCHIRO

  • Guest
ไม่น่าไปขุดมาให้เข้าตัวเลยยยยย ทู้นี้
ทรมานนนนน ทรมานนนนนนนนนนนนนน 3-_

...  /026 ..ว่าแต่จิงๆ ใช่ป๊ะๆ...  /026

num-mea

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1,253
  • หนุ่มคนเดิม...กลับมาแล้วครับ
เราไม่สามารถให้เพื่อนทุกคน เป็นเพื่อนแท้ได้ แต่อย่างน้อยเพื่อนทุกคนก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีของเราได้ ขอให้รักษาความเป็นเพื่อนเอาใว้ให้ดีที่สุดก็พอครับ...อย่าให้ต้องกลายเป็นศัตรูต่อกันเลยนะขอร้องละ... /0129
ช่วงนี้อาจจะหายหน้าหายตาไปบ้างนะครับ...หายวุ่นแล้วจะรีบกลับมาครับ

ch@t

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 16,709
  • ดินดี ปลูกไม้งาม ต้องดินลุงชัช
วันนี้ได้เจอเพื่อนแท้สักที................ em170 em170



คนเรานะบางครั้งก็ไม่ต้องพยายามวิ่งหาเป้าหมายหรอก เพียงแต่พยามยามหมั่นทำในสิ่งที่ตั้งใจ ท้ายที่สุดเป้าหมายก็วิ่งมาหาเราเอง...

เมษายน 56

ภูจ้อก้อ

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 668
  • จิตดวงเดียว....ท่องเที่ยวไป
 m160   ....
........เพื่อนดีมีหนึ่ง ถึงจะน้อย???
.......  แล้วอะไรต่อล่ะ คูอุ๊เหม่ง....... m160
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว
เราคือจิต  จิตคือเรา...

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 46,801
  • มารเหม่งอุ๊
m160   ....
........เพื่อนดีมีหนึ่ง ถึงจะน้อย???
.......  แล้วอะไรต่อล่ะ คูอุ๊เหม่ง....... m160

อันเพื่อนดีมีหนึ่งถึงจะน้อย ดีกว่าร้อยเพื่อนคิดริษยา ดั่งมีเกลือเพียงหนึ่งด้อยราคา ยังดีกว่ามีน้ำเค็มเต็มทะเล ;)
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

ch@t

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 16,709
  • ดินดี ปลูกไม้งาม ต้องดินลุงชัช
^
^
^
มาเป็นบทกวีเลย... em195
คนเรานะบางครั้งก็ไม่ต้องพยายามวิ่งหาเป้าหมายหรอก เพียงแต่พยามยามหมั่นทำในสิ่งที่ตั้งใจ ท้ายที่สุดเป้าหมายก็วิ่งมาหาเราเอง...

เมษายน 56

ภูจ้อก้อ

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 668
  • จิตดวงเดียว....ท่องเที่ยวไป
m160   ....
........เพื่อนดีมีหนึ่ง ถึงจะน้อย???
.......  แล้วอะไรต่อล่ะ คูอุ๊เหม่ง....... m160

อันเพื่อนดีมีหนึ่งถึงจะน้อย ดีกว่าร้อยเพื่อนคิดริษยา ดั่งมีเกลือเพียงหนึ่งด้อยราคา ยังดีกว่ามีน้ำเค็มเต็มทะเล ;)
อะเย้...ใช้เยย .......  นึกม่ายออกอยู่ตั้งนาน สองนาน
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว
เราคือจิต  จิตคือเรา...

ch@t

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 16,709
  • ดินดี ปลูกไม้งาม ต้องดินลุงชัช
เจอในฟอร์เวอร์ด.เมล์...เลยอยากเอามาฝากเพื่อนๆ.........โพสน์ที่กระทู้นี้ละกัน...


20 อย่างที่สุดของชีวิต

1. ศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคนเรา คือ ตัวเอง

คน เราส่วนใหญ่มักนึกว่า คนที่ไม่ดีกับเรา คือศัตรูของเรา แต่ว่าโดยความเป็นจริงแล้ว ศัตรูที่สำคัญที่สุดไม่ใช่คนอื่น แต่เป็นตัวเราเองเพราะว่า ศัตรูนอกกายเรามองเห็นได้ง่าย ง่ายที่จะป้องกัน แต่สำหรับตัวเองแล้ว ยากที่จะรู้จักตัวเองอย่างถ่องแท้ยากที่จะบังคับตัวเองได้ ตัวเราไม่สามารถจะห้าม กิเลสและความโลภได้นิสัย ความโกรธแค้นก็ไม่สามารถระงับได้ เลยกลายมาเป็น ตัวเองเป็นศัตรูกับตัวเอง เที่ยวไปหาเรื่องและนำความเดือดร้อนมาใส่ตัว

2. โรคประจำตัวที่ร้ายแรงที่สุดของเรา คือ ความเห็นแก่ตัว

ร่าง กายของคนเรามีเลือดเนื้อ ย่อมจะหลีกหนีไม่พ้นที่จะมีการแก่ ป่วย ตาย แต่ว่าความเจ็บป่วยในใจร้ายแรงกว่าความเจ็บป่วยในใจคืออะไร คือความเห็นแก่ตัว เพราะความเห็นแก่ตัวจึงทำให้มีจิตใจคับแคบดังนั้น นอกจากเราจะต้องดูแลรักษาสุขภาพ ไม่ให้เจ็บป่วยแล้วยังต้องรักษาความเห็นแก่ตัวในใจให้หายด้วย

3. สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดของคนเรา คือ ความไม่รู้

คน เราไม่ใช่ไม่มีทรัพย์สินเงินทอง ไม่มีอำนาจวาสนาไม่มีงานทำ แต่เป็นความไม่รู้ ไม่เข้าใจความเป็นจริงของโลกไม่รู้ว่าสิ่งต่างๆในโลก ล้วนเกิดจากเหตุและปัจจัย มีเหตุต้นผลกรรม

4. สิ่งที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตของคนเรา คือ การมีมุมมองที่ผิด

คน เราเมื่อทำความผิดแล้ว หากเป็นความผิดพลาดเรื่องงาน ยังทำการแก้ไขได้มุมมองที่ผิด ความคิดที่ผิด ไม่แต่ไม่รู้จักแก้ไขให้ถูก แต่ยังคิดว่าตัวเองคิดถูกทำถูกนี่เป็นสิ่งที่คนในสังคมยุคปัจจุบันเป็นกัน มากที่สุด เป็นเรื่องที่น่ากลัวจริงๆ

5. ความพ่ายแพ้ที่ยิ่งใหญ่ของคนเรา คือ ความเย่อหยิ่ง

ดัง คำที่ว่า ?ความอ่อนน้อมถ่อมตนมักจะนำผลประโยชน์มาให้ แต่ความเย่อหยิ่งจองหองมักจะนำโทษมาให้? คนเราไปไหนหากนึกแต่ว่าตัวเองเก่ง ตัวเองเลอเลิศไม่ว่าจะไปที่ไหน ย่อมไม่ได้การต้อนรับจากที่นั่นดังนั้นความเย่อหยิ่ง จองหอง จึงเป็นความพ่ายแพ้ที่ยิ่งใหญ่

6. สิ่งที่ทำให้เราทุกข์กังวลที่สุดในชีวิตของ คือ กิเลส

มี คนบอกว่าโลกของเราเต็มไปด้วยความทุกข์ เศร้า กังวลอะไรคือความทุกข์ที่สุดหรือ? บางคนบอกว่า ปากท้อง บางคนบอกว่าความรักแต่แท้จริงแล้ว สิ่งที่ทำให้เราทุกข์กังวลมากที่สุดคือ กิเลส ทรัพย์สินเงินทอง รูปร่างหน้าตา อาหารการกิน ลาภยศ วาสนา สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ทำให้เราอยากมี อยากเป็น เมื่ออยากได้ไม่รู้จักพอย่อมเกิดความทุกข์กังวล จึงเป็นเหตุให้เราทุกข์ไม่มีสิ้นสุด

7. สิ่งที่ทำให้เราไม่รู้ที่สุด คือ ความโกรธแค้น

ไม่ รู้คือความไม่เข้าใจในเหตุผลต่างๆ เมื่อประสบกับสิ่งที่ไม่สมหวังดังใจ ก็โกรธ เพ่งโทษผู้อื่น โกรธเคืองฟ้าดิน แม้แต่แม้กับคนในครอบครัว สังคม หรือประเทศชาติหรือขณะที่เคืองแค้นก็ขว้างปา ทำลายสิ่งของของตัวเองนี่คือความไม่รู้ที่สุดของคนเรา ไม่เคยโทษตัวเอง ได้แต่โทษผู้อื่น

8. สิ่งที่คนเราเป็นห่วงกังวลที่สุด คือ ความเป็นความตาย

ยัง มีชีวิตอยู่ก็ชิงดีชิงเด่น อยากมีชื่อเสียง กลั่นแกล้งผู้อื่นครั้นเมื่ออนิจจังมาถึง ก็กลัว หน้าที่การงาน ทรัพย์สมบัติความรัก จะหายไปในชั่วพริบตา ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นหรือตายก็เป็นห่วงกังวลได้ทุกขณะ

9. ความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคนเรา คือ การไปทำร้ายผู้อื่น

ทำลายชีวิตของผู้อื่น ทำลายชื่อเสียง ขโมย หรือล่วงละเมิดทางเพศหรือทำสิ่งไม่ดีต่างๆนานา

10. สิ่งที่ลำบากใจที่สุดในชีวิตของคนเรา คือ ถูกผิด

มี คนพูดว่าอยู่ที่ไหนก็ต้องมีถูกผิด ถูกหรือผิดสร้างความลำบากใจให้เราได้ไม่มากก็น้อย ความถูกผิดมีได้ทุกที่หากเราไม่ไปฟังเรื่องราวของผู้อื่น ก็ย่อมจะไม่เกิดอะไรขึ้น เพียงแต่เราไม่ไปฟังเรื่องราวของผู้อื่น ไม่ไปต่อความยาวสาวความยืดของผู้อื่นก็ไม่ต้องนำความลำบากใจให้กับตนเอง จึงเป็นความพ่าย แพ้ที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของคนเรา

11. คุณธรรมอันดีงามที่สุดของคนเรา คือ ความเมตตา

ความ ดีงามของคนเราไม่ได้อยู่ที่ความสวยงามการมีทรัพย์สินมากมาย มีความสามารถล้นเหลือดังนั้นยอมที่จะเป็นคนไม่มีความสามารถอะไรไม่มีการ ศึกษา แต่จะไม่ยอมให้ขาดความเมตตาเพราะความเมตตา คือ คุณธรรมอันแท้จริง

12. ความกล้าหาญที่สุดของคนเรา คือ กล้ายอมรับผิด

คน เราต้องมีความกล้า ความกล้าไม่ใช่กล้าชกต่อยกับผู้อื่นและก็ไม่ใช่ไปชิงดีชิงเด่นกับผู้อื่น เอาชนะคะคานกับผู้อื่นแต่เป็นการรู้สำนึกว่าบางสิ่งตัวเองไม่ควรพูด ไม่ควรทำอย่างนั้นไม่ควรไปขัดขวางอย่างนี้ คนที่สามารถรู้สำนึกว่าตัวเองผิดจึงจะเป็นผู้กล้าหาญที่สุด

13. รายรับที่มากที่สุดของคนเรา คือ ความรู้จักพอ

ทุกๆ คนก็หวังแต่จะให้ตัวเองได้ ตัวเองประสบผลสำเร็จ ได้รับผลประโยชน์หากไม่รู้จักพอ แม้จะนอนอยู่บนวิมาน กับเหมือนกับนอนอยู่ในนรกหากรู้จักพออยู่ในนรก ก็เหมือนกับอยู่บนวิมานดังนั้นความรู้จักพอจึงเป็น เป็นรายรับที่มากที่สุด

14. การบุกเบิกทรัพยากรที่มีอยู่ของตัวเองที่มีค่ามากที่สุด คือความศรัทธา

ใครๆ ก็พูดกันว่า ต้องบุกเบิกทรัพยากรมาใช้ทรัพยากรนั้นไม่ได้หมายถึง สินแร่ในป่า สิ่งล้ำค่าในทะเล และก็ไม่ใช่ก๊าซธรรมชาติแต่ในความศรัทธามีทรัพย์สิน มีคุณธรรม มีสิ่งล้ำค่า

15. สิ่งที่คนเราควรมีให้มากที่สุด คือ ความรู้สำนึกในบุญคุณของผู้อื่น

คน ประเภทไหนร่ำรวยที่สุด คนประเภทไหนยากจนที่สุดคนยากจนคือคนที่อยากจะได้อยู่ร่ำไป คนมั่งมีคือคนที่มีแต่ความรู้สึกขอบคุณและคิดแต่จะเจือจานช่วยเหลือผู้อื่น ดังนั้น ผู้ที่มีความรู้สึกสำนึกในบุญคุณ ถนอมสิ่งที่ตนมีอยู่ จึงเป็นผู้ที่มีมากที่สุด

16 . สิ่งที่ควรบ่มเพาะให้มีมากที่สุด คือ ความใจกว้าง

ทุก คนก็หวังจะให้ตัวเองเป็นผู้มีการศึกษาอบรมดังมีคำกล่าวว่า ?ปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความนุ่มนวล แต่จะต้องเคร่งครัดต่อตัวเอง? คนอื่นจะปฏิบัติต่อเราดีหรือไม่ เราก็สามารถเข้าใจ และยอมรับได้ นี่คือสิ่งที่ควรบ่มเพาะให้มีมากที่สุด

17. ต้นทุนที่มากที่สุดของคนเรา คือ ศักดิ์ศรี

คน จะเป็นคนได้ต้องมีศักดิ์ศรี ก็เพราะว่าคนเรามีศักดิ์ศรี ด้วยเหตุนี้อะไรก็เสียสละได้ แต่ว่าเมื่อผ่านการบีบคั้นของ ความเสียสละก็ยังคงเหลือศักดิ์ศรีไว้ ดังนั้นสำหรับศักดิ์ศรีความเป็นคนของทุกคนจึงต้องให้ความสำคัญ และรักษามันไว้

18. ความปลื้มปีติที่มากที่สุดของคนเรา คือ ความสุขจากรสพระธรรม

คน ส่วนใหญ่มักจะหาความสุขจากสิ่งล่อที่เป็นกิเลสและวัตถุ เช่นจากคำชมเชยเพียงคำเดียว ก็เป็นปลื้มไปเสียครึ่งวัน แต่ความสุขจากคำชมเชยเดี๋ยวเดียวก็ผ่านไปแล้ว ความสุขที่ได้จากการมีทรัพย์สิน แต่ว่าทรัพย์สินก็เหมือนสายน้ำไหล ชั่วประเดี๋ยวก็ใช้หมดแล้ว ความสุขที่ได้จากการท่องเที่ยว แต่ว่าพันลี้หมื่นลี้กระพริบตาผ่านไป ความสุขก็ผ่านไปมีความปลื้มปีติเพียงสิ่งเดียวที่จะยังอยู่ตลอดไปคือความสุข จากรสพระธรรม ปีติสุขจากธัมมะ ได้จาก ปัญญา ตัวรู้ และการภาวนา เป็นสิ่งที่สามารถมีได้ตลอดชีวิต ไม่สูญสลายตลอดไป

19. ความหวังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคนเรา คือ ความปลอดภัย

ทรัพย์สิน เงินทองและเกียรติยศ เป็นสิ่งที่คนปรารถนาอยากมีมากที่สุดแต่ว่าเมื่อได้ทรัพย์สินและชื่อเสียง แล้ว ก็ขาดความปลอดภัยชีวิตอย่างนี้ย่อมไม่มีความหมาย ดังที่กล่าวว่าความปลอดภัย สงบสุขคือวาสนา

20 . สิ่งที่ควรจะสร้างให้มีมากที่สุด คือ เพื่อประโยชน์สุขของมวลชน

ประโยชน์ สุขของมวลชนได้จาก เมตตาจิต ความมีน้ำใจที่ดีงามเช่นพูดในสิ่งที่มีประโยชน์ให้กับทุกคน ทำในสิ่งที่มีประโยชน์ให้กับทุกคนจะสร้างถนนหรือสร้างสะพาน ขอเพียงให้เป็นประโยชน์กับทุกคนตัวเองก็ยินดีที่จะเสียสละแรงงานและแรงใจที่ จะไปช่วย
คนเรานะบางครั้งก็ไม่ต้องพยายามวิ่งหาเป้าหมายหรอก เพียงแต่พยามยามหมั่นทำในสิ่งที่ตั้งใจ ท้ายที่สุดเป้าหมายก็วิ่งมาหาเราเอง...

เมษายน 56

lucky

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 2,832
  • SO COOL...
 8) 8) 8)
very nice...

ภูจ้อก้อ

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 668
  • จิตดวงเดียว....ท่องเที่ยวไป
 m160 สุดยอดครับพี่ชัชล์...นับถือ  m183
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว
เราคือจิต  จิตคือเรา...

ch@t

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 16,709
  • ดินดี ปลูกไม้งาม ต้องดินลุงชัช
ชายภูหายไปไหนนานแล้ว.......วันนี้มะรู้เป็นไร..............เลยมาดูกระทู้นี้อะ...... m178
คนเรานะบางครั้งก็ไม่ต้องพยายามวิ่งหาเป้าหมายหรอก เพียงแต่พยามยามหมั่นทำในสิ่งที่ตั้งใจ ท้ายที่สุดเป้าหมายก็วิ่งมาหาเราเอง...

เมษายน 56

ch@t

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 16,709
  • ดินดี ปลูกไม้งาม ต้องดินลุงชัช
มาขอบคุณเพื่อนแท้.... 1/4 1/4 1/4
คนเรานะบางครั้งก็ไม่ต้องพยายามวิ่งหาเป้าหมายหรอก เพียงแต่พยามยามหมั่นทำในสิ่งที่ตั้งใจ ท้ายที่สุดเป้าหมายก็วิ่งมาหาเราเอง...

เมษายน 56

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 46,801
  • มารเหม่งอุ๊
วันนี้ฟังนิทานชาดกตอนพระเวสสันดรพอดีเลย



โดยกล่าวถึงในตอนที่พระเวสสันดรกำลังเดินทางไปปลีกวิเวกในป่าหิมพานต์ หลังจากสละราชบัลลังค์ ทรัพย์สมบัติทั้งหลาย ไม่เหลืออะไรเลย  พระเจ้าเจตราช(สะกดไม่แน่ใจ)ได้ให้ความช่วยเหลือ ส่งคนนำทางไปยังป่าหิมพานต์ เขาวงกต และให้ที่พักพิงหลังจากเดินทางมาเหนื่อยล้า ทั้งพระเวสสันดร พระนางมัทรี และพระชาลีและพระกัญหา(บุตรชายบุตรสาว)

 โดยกล่าวถึงเรื่องกัลยามิตรหรือเพื่อนที่ดี ควรมีคุณสมบัติ 3 ประการ


1. คอยชักชวนให้ทำความดี แนะประโยชน์ให้
2. คอยตักเตือนห้ามปรามเมื่อเห็นเพื่อนก้าวถลำไปในทางไม่ดีไม่ชอบไม่ควร
3. คอยเป็นที่พึ่งและช่วยเหลือเมื่อเพื่อนได้รับความทุกข์ความลำบาก คนเราจะเห็นว่าใครเป็นเพื่อนแท้ก็ตอนเจ็บตอนจน ตอนหมดอำนาจวาสนานี่แหละ

อันนี้เป็นคีย์หัวใจเลยนะนี่ เห็นว่าดีเลยเอามาฝาก 1/10
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ

wanna

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 46,801
  • มารเหม่งอุ๊
ฟังมาจากธรรมบทค่ะ เห็นว่าเหมาะว่าควรกับกระทู้นี้ เลยพิมพ์มาให้อ่าน เกี่ยวกับการคบมิตร


ความมีใจไม่มั่นคงทำให้คนไม่น่าคบ ทำอะไรไม่สำเร็จ ส่วนคนที่มีใจมั่นคงทำให้เป็นคนน่าคบ และสำเร็จในสิ่งที่ประสงค์คนทุกคนเมื่อคบมิตรก็ต้องการมิตรที่มีใจมั่นคง ไม่รักง่ายหน่ายเร็ว ไม่คบแต่ในเวลาที่มิตรมีความรุ่งเรืองร่ำรวยพอตกต่ำลงก็แหนงหน่ายหาเรื่องห่างเหินเราทุกคนต้องการมิตรที่ใจคอมั่นคงไม่ทอดทิ้งในยามวิบัติ ท่านกล่าวว่า

ยามจนเห็นใจมิตร
ยามศึกประชิดเห็นใจทหาร
ยามให้กู้ทรัพย์เห็นใจคนซื่อสะอาด
ยามสมบัติวินาศเห็นใจภรรยาตน

ทุกคนต้องการหลีกห่างจากคนปอกลอก คนดีแต่พูด คนหัวประจบและคนชักชวนในหนทางฉิบหาย
ตรงกันข้าม ต้องการมิตรมีอุปการะ มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์มิตรแนะประโยชน์ มิตรมีความรักใคร่ 
หลักมีอยู่ว่า เราต้องการผลเช่นใด เราต้องทำเหตุให้มีผลอย่างนั้น อย่างน้อยที่สุดให้เริ่มไปจากที่เราก่อน เช่น เราต้องการมิตรที่แท้จริง เราต้องจริงกับคนที่เราคบเสียก่อน เค้าเห็นความจริงนี้ก็ จะจริงตอบมา
กล่าวในเรื่องส่วนตัวคนใจไม่มั่นคง ย่อมเป็นคนจับจดในการงาน จับอะไรไม่มั่น ต้องการผลเร็วเกินไป ไม่รู้จักรอคอยเลยทำให้เป็นคนทำอะไรไม่สำเร็จ
"เหตุเกิดจากไฟ เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำ ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"
ดังตฤณ